“Blue Ocean” หรือ กลยุทธ์มหาสมุทรสีฟ้า เป็นแนวคิดด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เสนอโดยศาสตราจารย์ W. Chan Kim และ Renée Mauborgne จาก INSEAD ในหนังสือชื่อเดียวกัน Blue Ocean Strategy ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2005 กลยุทธ์นี้เสนอแนวทางให้ธุรกิจ “สร้างตลาดใหม่” (Create Uncontested Market Space) แทนการสู้รบในตลาดเดิมที่มีคู่แข่งจำนวนมาก (Red Ocean)
ใน Red Ocean บริษัทต่าง ๆ แข่งขันกันด้วยราคาหรือส่วนแบ่งตลาด สุดท้ายมักเข้าสู่สงครามราคาและกำไรหดหาย ขณะที่ Blue Ocean ชี้ให้เห็นว่าแทนที่จะเข้าไปแย่งชิงในตลาดเดิม ธุรกิจควร “สร้างพื้นที่ใหม่” ที่ยังไม่มีคู่แข่งหรือแทบไม่มีใครสนใจ
ที่มาของแนวคิด
แนวคิดนี้เกิดจากการวิเคราะห์ธุรกิจระดับโลกกว่า 150 กรณี ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนพบว่าแบรนด์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้แข่งขันโดยตรงในตลาดเดิม แต่ สร้างตลาดใหม่ เช่น Cirque du Soleil ที่ผสมผสานละครเวทีกับคณะละครสัตว์โดยไม่แข่งกับ “คณะละครสัตว์ดั้งเดิม” หรือ iTunes ของ Apple ที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเพลงโดยไม่ต่อสู้กับร้านขายซีดีแบบเดิม
กระบวนการสร้าง Blue Ocean
Blue Ocean Strategy ประกอบด้วยเครื่องมือและกรอบความคิดหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ Four Actions Framework ซึ่งประกอบด้วย 4 คำถามสำคัญในการปรับเปลี่ยนคุณค่าของสินค้า/บริการ:
- Eliminate (ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น): มีองค์ประกอบใดที่อุตสาหกรรมให้ความสำคัญเกินไป ควรตัดออก?
- Reduce (ลดบางสิ่ง): อะไรที่ควรลดระดับให้ต่ำกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม?
- Raise (เพิ่มบางสิ่ง): อะไรที่ควรยกระดับให้สูงกว่ามาตรฐาน?
- Create (สร้างสิ่งใหม่): มีสิ่งใดที่ไม่เคยมีมาก่อนในอุตสาหกรรม ควรสร้างขึ้นเพื่อสร้างคุณค่าใหม่?
แนวทางเหล่านี้นำไปสู่การสร้าง “คุณค่าร่วม” (Value Innovation) ที่ทั้ง เพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า และ ลดต้นทุนให้กับบริษัท
ยังใช้ได้ไหมในโลกธุรกิจปัจจุบัน?
แม้จะผ่านมาเกือบ 20 ปี แนวคิด Blue Ocean ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ การแข่งดุเดือด เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว และผู้บริโภคมีพฤติกรรมซับซ้อน
ตัวอย่างล่าสุดที่สะท้อนแนวคิด Blue Ocean ได้แก่:
- Tesla: แทนที่จะแข่งในตลาดรถยนต์เดิม Elon Musk สร้าง ตลาดใหม่ของรถไฟฟ้าพรีเมียม ที่ผูกโยงกับเทคโนโลยี AI และซอฟต์แวร์
- Netflix: เปลี่ยนโมเดลธุรกิจความบันเทิงจากการเช่าดีวีดี ไปสู่ ตลาดสตรีมมิง ที่ไม่มีคู่แข่งโดยตรงในช่วงเริ่มต้น
- Shopee / Lazada: เมื่อก่อนอีคอมเมิร์ซถูกมองว่าเหมาะกับสินค้าไอทีหรือหนังสือเท่านั้น แต่พวกเขาสร้าง Blue Ocean โดยนำสินค้า ทุกหมวดหมู่ เข้าสู่แพลตฟอร์ม พร้อมโมเดล “Flash Sale” ที่สร้างพฤติกรรมใหม่ของผู้ซื้อ
อย่างไรก็ตาม หลายคนเชื่อว่า “Blue Ocean” หมดไปแล้ว และทุกธุรกิจกำลังว่ายน้ำเลือดใน Red Ocean กันหมดแล้วจริงไหม?
คำตอบคือ Blue Ocean ไม่ได้หายไป — แต่มันไม่ได้ “อยู่เฉย ๆ” รอให้เราเจออีกต่อไป เราต้อง สร้างมันขึ้นมาเอง
นี่คือแนวทาง “หา” หรือ “สร้าง” Blue Ocean ในยุคที่ดูเหมือนทุกที่มีคนยืนอยู่แล้ว:
1.เปลี่ยน “มุมมอง” ไม่ใช่ “ตลาด”
Blue Ocean มักไม่ได้เกิดจากการสร้างสินค้าประเภทใหม่ล้วน ๆ แต่เกิดจากการมองตลาดเดิมด้วย “เลนส์ใหม่”
- ตัวอย่าง:
Airbnb ไม่ได้สร้างธุรกิจ “ที่พัก” ใหม่ แต่เปลี่ยนวิธีมองห้องว่างให้กลายเป็น “ธุรกิจ”
Starbucks ไม่ได้เปิดร้านกาแฟแห่งแรกของโลก แต่ยกระดับ “คาเฟ่” ให้เป็นประสบการณ์แบบ Third Place
คำถาม:
- ลูกค้ามี pain point อะไรที่ยังไม่ได้รับการแก้?
- มีอะไรในตลาดที่ “ทุกคนทำเหมือนกัน” และลูกค้าอาจเริ่มเบื่อ?
- ไม่ได้สร้างธุรกิจ “ที่พัก” ใหม่ แต่เปลี่ยนวิธีมองห้องว่างให้กลายเป็น “ธุรกิจ”
Starbucks ไม่ได้เปิดร้านกาแฟแห่งแรกของโลก แต่ยกระดับ “คาเฟ่” ให้เป็นประสบการณ์แบบ Third Place
คำถาม:
- ลูกค้ามี pain point อะไรที่ยังไม่ได้รับการแก้?
- มีอะไรในตลาดที่ “ทุกคนทำเหมือนกัน” และลูกค้าอาจเริ่มเบื่อ?
2.รวมสองตลาดที่ไม่เคยเจอกัน
Blue Ocean มักเกิดเมื่อเรา “เชื่อมตลาด A เข้ากับตลาด B” ที่ไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน
- ตัวอย่าง:
Muji รวม “ดีไซน์ญี่ปุ่น + สินค้าราคาประหยัด”
Nintendo Wii รวม “วิดีโอเกม + การออกกำลังกาย”
TOMS รวม “แฟชั่น + การให้” (ซื้อรองเท้า 1 คู่ = บริจาค 1 คู่)
คำถาม:
- อุตสาหกรรมไหนที่ไม่เคยคุยกัน แต่ถ้ารวมจะเกิดประโยชน์ใหม่?
- ลูกค้าอยากได้ “มากกว่าแค่สินค้า” หรือ “มากกว่าแค่ฟังก์ชัน” อะไรบ้าง?
3.อย่ามอง “ลูกค้ากลุ่มเดิม” แต่ให้มอง “Non-Customer”
กลยุทธ์ Blue Ocean บอกว่า “ตลาดใหม่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่คุณขายอยู่ตอนนี้ แต่ในคนที่ยังไม่เคยซื้อจากคุณเลย”
- ตัวอย่าง:
Apple iPhone ทำให้ “คนที่ไม่เคยเล่นสมาร์ตโฟน” กล้าใช้
Canva ทำให้ “คนที่ไม่ใช่นักออกแบบ” ก็ทำดีไซน์ได้
Grab ทำให้ “คนไม่กล้าเรียกแท็กซี่” มาใช้บริการผ่านแอป
คำถาม:
- ทำไมบางคนยังไม่ใช้สินค้าหรือบริการในตลาดนี้เลย?
- ต้องปรับอะไรให้ “คนที่ไม่เคยเป็นลูกค้า” อยากลอง?
4.ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ (ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพ)
หลายธุรกิจเข้าใจผิดว่าเทคโนโลยีคือแค่เรื่องของการลดต้นทุนหรือความเร็ว แต่ Blue Ocean ใช้เทคโนโลยีเพื่อ “เปลี่ยนคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ”
- ตัวอย่าง:
Netflix ใช้ AI แนะนำหนังแบบเฉพาะตัว
Duolingo ใช้ Gamification ให้การเรียนภาษาสนุกเหมือนเล่นเกม
Notion รวม note-taking + database + collaboration ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
คำถาม:
- มีเทคโนโลยีอะไรที่ช่วย “เปลี่ยนวิธีการใช้” หรือ “เปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้า” ได้?
5.ใช้ Insight จากพฤติกรรม “เบี่ยงเบน”
สังเกตพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามกระแสหลัก หรือสิ่งที่ “ไม่ควรเกิดขึ้น” ในตลาด อาจซ่อนโอกาสใหม่ไว้
- ลูกค้ากำลัง ดัดแปลงสินค้า ไปใช้ผิดวิธีหรือเปล่า?
- มีพฤติกรรมใหม่ใน niche group ไหนที่กำลังเติบโต?
- มีเทรนด์อะไรที่ทุกคนมองว่าเล็กไป แต่จริง ๆ โตเร็วมาก?
สรุป
ในวันที่ Red Ocean เต็มไปหมด… Blue Ocean ไม่ใช่สิ่งที่เราควร “หา” อีกต่อไป แต่มันคือสิ่งที่เราต้อง “สร้าง” ด้วยความเข้าใจลึกซึ้งต่อมนุษย์ พฤติกรรม เทคโนโลยี และจินตนาการที่กล้าท้าความเชื่อเดิม ๆ🟥
