มาเลเซียเผยสรุปภาพรวมทางเศรษฐกิจในปี 2025 ออกมาแล้ว โดยธนาคารกลางมาเลเซีย  แถลงว่า เศรษฐกิจของประเทศในปี 2025 ขยายตัวได้สูงถึง 5.2% ซึ่งไม่เพียงแต่จะสูงกว่าการเติบโตในปี 2024 ที่อยู่ที่ 5.1% เท่านั้น แต่มากสุดในรอบ 3 ปีอีก และยังสามารถทะลุเป้าหมายเดิมที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้เพียง 4.0% – 4.8% ได้อีกด้วย 

ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลไกทางเศรษฐกิจของมาเลเซียไม่ได้พึ่งพาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นการขยายตัวแบบรอบทิศทาง ทั้งภาคการจ้างงานที่แข็งแกร่งซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนให้คึกคักตลอดทั้งปี

ในส่วนของนโยบายการเงินและการรับมือกับสถานการณ์โลก ธนาคารกลางมาเลเซียตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% 

สำหรับปี 2026 มีการประเมินว่าเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะที่สมดุล โดยมีอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยเพียง 1.4% ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำและน่าพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม มาเลเซียยังคงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนจากนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมาเลเซียถูกกำหนดให้ต้องเสียภาษีส่งออกไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 19%

แต่ด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและการที่มาเลเซียสามารถเจรจาจนระดับภาษีอยู่ในเกณฑ์ที่แข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียแบบไม่ลำบาก ทำให้ความกังวลด้านการค้าเริ่มคลี่คลายลง และนักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มคาดการณ์ว่าก้าวต่อไปของธนาคารกลางอาจเป็นการ “ปรับขึ้น” อัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพมากกว่าการปรับลด

ความแข็งแกร่งอีกประการที่โดดเด่นอย่างมากคือค่าเงินริงกิต ซึ่งกลายเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในเอเชีย โดยแข็งค่าขึ้นถึง 17% นับตั้งแต่ต้นปี 2024 จนถึงปัจจุบัน และพุ่งขึ้นแตะระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 8 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานเศรษฐกิจและการจัดการกระแสเงินในตลาดที่มีประสิทธิภาพของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นเกราะป้องกันชั้นดีท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินทั่วโลก 

จนทำให้ขณะนี้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อันวา อิบราฮิม เริ่มพิจารณาที่จะปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2026 ให้สูงขึ้นกว่าเดิม หลังจากเห็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนในช่วงต้นปี

ดังนั้นแนวโน้มทางเศรษฐกิจของมาเลเซียในปี 2026 จึงมีทั้งความหวังและความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม แม้ว่าเป้าหมาย GDP ที่ตั้งไว้ที่ 4.0% – 4.5% จะดูเป็นตัวเลขที่ระมัดระวังเมื่อเทียบกับการพุ่งทะยานของปีที่ผ่านมา 

แต่ด้วยแรงส่งจากการส่งออกที่ยังคง แข็งแกร่ง และภาคการลงทุนที่ เติบโตอย่างต่อเนื่อง มาเลเซียจึงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถปรับตัวและเติบโตได้ท่ามกลางพายุความขัดแย้งทางการค้าระดับโลก และหากมาเลเซียยังคงทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและการจัดการเงินเฟ้อไว้ได้ดีเช่นนี้ ปี 2026 ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นอีกหนึ่งปีทองทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ จากตัวเลข 5.2% ทำให้มาเลเซียเป็นประเทศที่มีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ มากเป็นอันดับ 3 ของอาเซียนในปี 2025 รองจาก เวียดนามและฟิลิปปินส์ ที่โต 8.2% และ 5.4% ตามลำดับ 

ส่วนไทยโตเพียง 2.4% เท่านั้น ตามหลังทั้ง เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และสิงคโปร์  / cna