ตลาดรับสร้างบ้านปี 2025 หดตัวเหลือ 9,800 ล้านบาท ลดลง 18% กลุ่มบ้านหรูราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปกระทบหนักสุด ติดลบ 35% ไม่ใช่เพราะขาดกำลังซื้อ แต่เพราะลูกค้าชะลอการตัดสินใจ “มาสเตอร์ แปลน 101” มั่นใจ ปีนี้เป็นจังหวะต้นทุนต่ำ ก่อนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงมีแนวโน้มปรับขึ้น 5-10% หากเศรษฐกิจฟื้นเต็มตัว

คุณอนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด กล่าวว่า เมื่อเจาะลึกเฉพาะตลาดรับสร้างบ้าน พบว่าในปี 2025 ตลาดมีมูลค่าลดลงเหลือเพียง 9,800 ล้านบาท หรือหดตัวลงถึง 18% จากปี 2024

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด กลับไม่ใช่กลุ่มบ้านระดับกลางถึงล่าง แต่เป็นกลุ่ม “บ้านหรู” หรือบ้านที่มีระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ที่ตัวเลขหดตัวรุนแรงถึง 35%

ปัญหาหลักของตลาดกลุ่มบน ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนเงินทุน แต่เกิดจากวิกฤตความเชื่อมั่น ลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อพร้อม แต่เลือกที่จะชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง หรือปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป เนื่องจากธุรกิจดังกล่าว เน้นขายสินค้าสำเร็จรูปที่พร้อมอยู่และมักได้รับผลกระทบโดยตรงจากหนี้ครัวเรือนและการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงิน

ส่วนตลาดรับสร้างบ้าน ขับเคลื่อนด้วยเรียลดีมานด์ของผู้ที่มีที่ดินอยู่แล้ว และมีความต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยในระยะยาว หรือเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้รอได้ และยอมแลกเวลาเพื่อให้ได้บ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตัวเองมากที่สุด

จุดนี้มีความสำคัญมาก เพราะทำให้แม้ในระยะหลังที่มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กระโดดลงมาเล่นในตลาดรับสร้างบ้าน แต่ในมุมมองของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านมืออาชีพ กลับมองว่าเป็นคนละตลาด และไม่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันนี้

เนื่องจากธรรมชาติของลูกค้ากลุ่มดีเวลลอปเปอร์ ต้องการความรวดเร็วแบบบ้านเสร็จพร้อมขาย ในขณะที่ลูกค้าของบริษัทรับสร้างบ้านยอมแลก “เวลา” เพื่อให้ได้บ้านที่ถูกออกแบบมาเพื่อตนเองอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การที่ทิศทางของตลาดรับสร้างบ้าน คือความต้องการที่แท้จริง ไม่ใช่การเก็งกำไร จึงประเมินว่าเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มนิ่ง ก็จะเป็นปัจจัยหลักที่เรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา ทำให้โครงการที่ชะลอไว้กลับมาเดินหน้าต่อ

ช่วงเวลานี้ยังถือเป็น “จังหวะที่ดีที่สุด” สำหรับผู้บริโภค ในการตัดสินใจสร้างบ้าน เนื่องจากเศรษฐกิจที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงยังไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น

ผู้บริโภคยังสามารถสร้างบ้านได้ในราคาเดิม แต่หากรอให้เศรษฐกิจดีขึ้นเต็มตัว แนวโน้มราคาวัสดุและค่าแรงอาจปรับขึ้นอีก 5-10% ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ลูกค้ากลุ่มนี้รีบตัดสินใจในปีนี้

โดยยังมองว่ากลุ่มลูกค้าบ้านหรู จะเป็นกลุ่มแรกที่ฟื้นตัวกลับมาได้เร็วกว่าตลาดระดับกลางถึงล่าง เนื่องจากมีความพร้อมด้านกำลังทรัพย์อยู่แล้ว เพียงแค่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสความชะลอตัวนี้ บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด ผู้นำในตลาดรับสร้างบ้านหรู ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ แม้ในปี 2025 ยอดขายจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 675 ล้านบาท ตามทิศทางตลาด แต่ก็ยังถือว่าทำผลงานได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดรวมกลุ่มลักชัวรีอยู่ถึง 10%

สำหรับทิศทางในปี 2026 บริษัทได้ประกาศเป้าหมายการเติบโตที่ 25% หรือคิดเป็นยอดขาย 843 ล้านบาท โดยงัดกลยุทธ์ใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “The Master Home Builder” ที่มุ่งเน้นการแก้ Pain point สำคัญของเศรษฐีคือเรื่อง “เวลา” และ “ความยุ่งยาก” ผ่านบริการ One-Stop Service ที่รวมงานออกแบบ ก่อสร้าง และตกแต่งภายในไว้ในทีมเดียว พร้อมชูจุดเด่นด้านความเร็วที่สามารถประเมินราคาได้ใน 2 ชั่วโมง นำเสนอแบบบ้านครบทุกมิติใน 14 วัน และการันตีสร้างเสร็จภายใน 18 เดือน

นอกจากนี้ ยังสร้างความเชื่อมั่นด้วยการเปิดตัวแบบบ้าน “Gold Series” ดีไซน์ระดับโลก 3 สไตล์ ได้แก่ The Empire Gold คฤหาสน์หรูสไตล์คลาสสิก, Milano Brown บ้านแนวตั้งสำหรับคนเมือง และ Gold Sand บ้านดีไซน์โมเดิร์นที่ฉีกกฎเดิม ๆ พร้อมการรับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 30 ปี


อ่าน : ตลาดบ้านสร้างเอง สองแสนล้าน บ้านหรูล้มดังแต่ลุกไว ทำไม “รับสร้างบ้าน” คือคำตอบ