Gen Alpha (อายุ 0-14 ปี) และ Gen Z (อายุ 11-26 ปี) คือสองเจนเนอเรชั่นที่เปลี่ยนกติกาทางการตลาดอย่างสิ้นเชิง 2 เจนฯ นี้มีฝันไกลแต่มาพร้อมกับความกังวล เติบโตมากับเทคโนโลยีแต่แสวงหาความจริงใจ และไม่ยึดติดกับความภักดีแบบเดิม ๆ นี่ไม่ใช่แค่ ‘เด็กรุ่นใหม่’ แต่คือผู้กำหนดเทรนด์แห่งอนาคต ที่เลือกแบรนด์จากความเข้าใจ ไม่ใช่แค่โฆษณาที่สวยงาม

ในงาน Marketing Oops! Summit 2025 เซกชั่น Generation Next: Future Proof Strategies for Young Paradox Generation Gen หน้าใหม่ หัวใจย้อนแย้ง กลยุทธ์อยู่รอดในโลกไม่แน่นอน แต่ความเข้าใจคือความได้เปรียบ

คุณสขิลา บานเย็น ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และการวางแผน ครีเอทีฟเอเยนซี วีเอ็มแอล (VML) กล่าวว่า รายงาน ‘The Future 100: 2025’ โดย VML ที่ศึกษาเทรนด์การเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริโภคและวัฒนธรรมในหลายมิติ 

รายงานสำรวจผู้บริโภคจาก 14 ประเทศทั่วโลก มีฐานคนไทย 1,000 คน และแบ่งเป็นคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Alpha, Gen Z 100 คน 

พบว่า Gen Alpha, Gen Z คือ ‘Young Paradox Generation’ หรือคนรุ่นใหม่ที่มีความย้อนแย้ง มีความต้องการอยากเป็นตัวของตัวเอง แต่ไม่ต้องการโดดเดี่ยว สามารถโอบรับแนวคิดหรือความต้องการที่แตกต่างกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ สะท้อนถึงการเติบโตมาในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่หลากหลาย ความซับซ้อน และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

เพราะฉะนั้นแบรนด์ต้องวางตัวเป็นคอมมูนิตี้ ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ และยอมรับได้ในความพร้อมซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน โดยหากประเมินความเป็น Young Paradox Generation ของ Gen Alpha, Gen Z ผ่าน 3 แนวโน้ม ได้แก่  

1.Shattering Segmentation: ทุกวันนี้แบรนด์และนักการตลาดไม่สามารถเซ็กเมนต์คนได้แบบเดิมอีกต่อไป เพราะ Gen Alpha, Gen Z สร้างตัวตนและคอมมูนิตี้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งแบรนด์และนักการตลาดต้องค้นหาให้เจอ

2.The Rise of Micro-community: Gen Alpha, Gen Z ต้องการคอมมูนิตี้ที่ไม่ใช่แค่การยอมรับในตัวเขา แต่ต้องพร้อมเฉลิมฉลองความเป็นตัวเขาด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของไมโครคอมมูนิตี้

3.Challenge Brand Loyalty: Gen Alpha, Gen Z ต้องการแบรนด์ที่เข้าใจในตัวตนและสอดคล้องไปกับชีวิตของพวกเขา แบรนด์ต้องเข้าไปสร้าง Co-create กับคอมมูนิตี้ วางตำแหน่งแบรนด์ให้สอดคล้องและถูกจริตกับพวกเขา สร้างเรื่องราวของความเป็นปัจเจกบุคคลในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งยังจะช่วยให้แบรนด์ค้นพบผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนเดิม 

4 ความย้อนแย้ง ‘Gen Alpha, Gen Z’ ที่แบรนด์ต้องรู้และตามให้ทัน

1.Gen Alpha, Gen Z อยู่กับออนไลน์เกือบ 24 ชั่วโมง แต่ต้องการสัมผัส ‘ประสบการณ์จริง’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ออนไลน์ให้ไม่ได้ 

ส่งผลให้ Physical retail ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์จริงให้ผู้บริโภค แบรนด์อยู่แค่ออนไลน์หรือออฟไลน์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเป็น ‘Phygical’ ผสานระหว่างทั้งสองแพลตฟอร์ม และมีการนำเสนอที่น่าสนใจ

2.Gen Alpha, Gen Z มีค่านิยมร่วม อาทิ พฤติกรรมรักษ์โลก แต่พวกเขามีวิธีการแสดงออก หรือการขับเคลื่อนด้วยแนวทางของตัวเอง แบรนด์จึงต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ร่วมมีส่วนสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมกับแบรนด์ในรูปแบบของตัวเอง

3.Gen Alpha, Gen Z วางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ แต่ยังลงทุนกับประสบการณ์ที่ตนเองชอบ คนกลุ่มนี้มีการบริหารจัดการการเงินที่เป็นระบบ และเลือกใช้จ่ายในสิ่งที่สนใจ ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีคุณค่าทางใจ อาทิ ประหยัดเงินด้านการกินเพื่อนำไปใช้สำหรับการดูคอนเสิร์ต 

แบรนด์จึงต้องไม่โฟกัสแค่การขายสินค้า แต่ต้องขายประสบการณ์ สร้างคุณค่าของสินค้าให้เป็นมากกว่าการซื้อขายสิ่งของ แต่ทำให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ร่วมได้

4.Gen Alpha, Gen Z สมาธิสั้น เป็นเรื่องจริง แต่ก็เป็นนักค้นข้อมูล, นักประมวลผลข้อมูล, นักดำดิ่งกับสิ่งที่สนใจ เพราะฉะนั้นแม้พวกเขาจะมีสมาธิสั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์ต้องทำคอนเทนต์สั้น แต่ควรออกแบบการสื่อสาร หรือเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจ 

ฉะนั้น คอนเทนต์ยาว ก็สามารถดึงดูดความสนใจของ Gen Alpha, Gen Z ได้ อาทิ คอนเทนต์แนว Power of Slow (พลังแห่งความช้า) ที่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีกับพวกเขา

คุณสขิลา กล่าวโดยสรุปเซกชั่นเป็น 5 แนวทางที่แบรนด์จะเข้าถึง Gen Alpha, Gen Z และเดินหน้าไปด้วยกัน

1.Authenticity: ตัวตนของแบรนด์จะนำพาแบรนด์ไปสอดคล้องกับตัวตนของ Young Generation

2.Community: คนรุ่นใหม่อยากโดดเด่น แต่ไม่อยากโดดเดี่ยว คอมมูนิตี้จึงสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าถึง Gen Alpha, Gen Z

3.Phygital: แบรนด์ผสมผสานออนไลน์และออฟไลน์ และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

4.Purpose: ผสานคุณค่าร่วมและจุดประกายกับคนรุ่นใหม่

5.Empowerment: แบรนด์ต้องส่งเสริมผู้บริโภคให้ร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีไปด้วยกันกับพวกเขา

คุณสขิลา กล่าวทิ้งท้าย Young Paradox Generation จึงเป็นเจนเนอเรชั่นที่ใช้ชีวิตสุดทาง แต่ก็ต้องกลับที่การบาลานซ์ชีวิต แบรนด์จึงต้องระวังการสร้าง ‘พลังบวกเชิงลบ’ จากการไม่เข้าใจพวกเขาโดยแท้จริง แบรนด์ควร ‘โอบกอด’ ดูแลใจ และดูแลคอมมูนิตี้ของผู้บริโภคกลุ่มนี้


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer