นักการตลาดรุ่นใหม่อาจเคยได้ยินคำว่า “การตลาดปากต่อปาก” (Word-of-Mouth) และ “Buzz Marketing” จนเริ่มสงสัยว่า ทั้งสองคำนี้หมายถึงสิ่งเดียวกันหรือไม่ จริง ๆ แล้วทั้งคู่มีความคล้ายคลึงในเรื่อง “การพูดถึงแบรนด์โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาแบบเดิม” แต่ก็มีความต่างกันในเชิงกระบวนการ และวิธีจุดกระแสที่ควรรู้ให้ชัด

Word-of-Mouth Influence: พลังของการบอกต่อจากใจจริง

Word-of-Mouth (WOM) คือ การที่ผู้บริโภคบอกต่อกันด้วยความสมัครใจจากประสบการณ์จริงที่ได้รับจากสินค้า บริการ หรือแบรนด์ โดยไม่จำเป็นต้องมีแรงจูงใจทางการตลาดใด ๆ อยู่เบื้องหลัง

การบอกต่อแบบนี้มักเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น

  • เพื่อนแนะนำคาเฟ่ใหม่เพราะรสชาติดี
  • คนในครอบครัวบอกให้ลองแชมพูยี่ห้อหนึ่งเพราะผมนุ่มขึ้น
  • ลูกค้าบอกกันในกลุ่ม Facebook ว่าใช้ครีมแล้วได้ผล

WOM จึงถือเป็นการตลาดที่ “จริงใจ” และ “น่าเชื่อถือ” ที่สุด เพราะเกิดจากประสบการณ์ตรงของผู้บริโภค

Buzz Marketing: จุดกระแสให้คนพูดถึงแบรนด์

Buzz Marketing คือ กลยุทธ์ทางการตลาดที่วางแผน “จงใจ” ทำให้เกิดการพูดถึงแบรนด์ในวงกว้าง ด้วยวิธีที่สร้างความน่าสนใจ แปลกใหม่ หรือสะดุดตา เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระแสในเวลาสั้น ๆ

กิจกรรมแบบนี้อาจรวมถึง

  • แคมเปญไวรัลที่ชวนให้แชร์
  • การใช้ Influencer หรือดาราเปิดประเด็นบางอย่าง
  • การจัดกิจกรรมสุดแปลกเพื่อให้เป็นข่าว

เช่น แบรนด์น้ำดื่มแจกขวดฟรีกลางสยามด้วยวิธีการแปลกตา หรือแบรนด์เครื่องสำอางให้บิวตี้บล็อกเกอร์รีวิวแบบไม่บอกชื่อยี่ห้อ เพื่อให้คนสงสัยและพูดถึง

ความเหมือนและความต่างของสองแนวคิด

ทั้ง Word-of-Mouth และ Buzz Marketing ต่างก็พึ่งพา “พลังของการพูดถึง” เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ต้นทางและเจตนา

  1. WOM เกิดจากความจริงใจของผู้บริโภค
    ขณะที่ Buzz Marketing วางแผนขึ้นเพื่อสร้างกระแส
  2. WOM มักเกิดในระยะยาวจากประสบการณ์ที่ดี
    ส่วน Buzz Marketing มุ่งสร้างเสียงฮือฮาในระยะสั้น
  3. WOM ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก
    แต่ Buzz Marketing อาจต้องลงทุนกับกิจกรรม การผลิตคอนเทนต์ หรือใช้ influencer ช่วยกระพือข่าว

ใช้ให้ถูกจังหวะ จะเสริมกันได้อย่างมีพลัง

หลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมักใช้ Buzz Marketing เพื่อ “จุดติด” ในช่วงต้น แล้วปล่อยให้ Word-of-Mouth ทำหน้าที่ต่อในระยะยาว เช่น แบรนด์ไอศกรีมออกคอลเลกชั่นรสแปลกใหม่ให้คนแชร์ จากนั้นลูกค้าที่ชอบรสชาติจริงก็บอกต่อกันไปเอง

กลยุทธ์การตลาดที่ดีจึงไม่ใช่แค่ทำให้คนพูดถึงแบรนด์ได้ในวันนี้ แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีพอให้คนยังอยากพูดถึงในวันต่อไปด้วย

บทสรุป: Buzz สร้างแรงกระเพื่อม แต่ WOM สร้างรากฐานที่มั่นคง

การตลาดยุคใหม่ไม่ได้จบที่การ “ให้คนพูดถึง” เท่านั้น แต่ต้องทำให้คน “พูดถึงในทางที่ดี” อย่างต่อเนื่อง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นักการตลาดควรรู้จักทั้ง Buzz และ WOM อย่างลึกซึ้ง และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแบรนด์ของตัวเองในแต่ละช่วงเวลา ♦

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer