เจาะลึกทำเลแห่งโอกาส เมื่อ “สยาม” ไม่ใช่สถานีศูนย์กลางอีกต่อไป

จากการพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าที่ออกจากศูนย์กลางกรุงเทพฯสู่รอบนอก ทำให้ความเจริญกระจายไปทั่วทุกส่วนของเมืองหลวงประเทศไทยมากขึ้น เกิดคอมมูนิตี้ มอลล์, คอนโดมิเนียม หรือเมกะโปรเจคต์โดยรอบพื้นที่รถไฟฟ้าผ่าน นี่คือสิ่งที่เปลี่ยน เมื่อศูนย์กลางความเจริญในกรุงเทพฯ ไม่จำเป็นต้องอัดแน่นรวมอยู่ในที่เดียวอย่างย่านสยาม สีลมอีกต่อไป เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ๆต่างประเทศที่ โตเกียว มีทั้งกินซ่า ชินจูกุ และโอโมเตซานโด ส่วนนิวยอร์กมี Fifth Avenue ไทม์สแควร์

และนี่คือ 3 ทำเลหลักแนวรถไฟฟ้ากับความเจริญที่เริ่มส่งต่อศักยภาพให้กับทำเลข้างเคียง เกิดเป็นทำเลทางเลือกสำหรับธุรกิจและการอยู่อาศัยในอนาคต

สุขุมวิท : “พระโขนง” รับช่วงการขยายตัวของสุขุมวิทชั้นใน

สำหรับ พร้อมพงษ์- ทองหล่อ แหล่งรวมที่อยู่และไลฟ์สไตล์ราคาแพงของเส้นสุขุมวิท ถือว่าเป็นทำเลในฝันของใครหลายๆคน เป็นทั้งย่านเศรษฐกิจตลอดจนเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่เพิ่มขึ้นในย่านนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร สปา สถานเสริมความงาม และแน่นอนว่าราคาคอนโดมิเนียมซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนติดเพดานเช่นกัน

มีการคาดการณ์ว่าด้วยพื้นที่ที่เริ่มมีจำกัด ใครที่อยากเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในย่านนี้ สำหรับคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ อาจมีราคาเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตร คอนโดมิเนียมมือสองหรือ Resale ในย่านยอดฮิตอย่างทองหล่อ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาปรับขึ้นประมาณ 12% และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตลาดของกลุ่มทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ทำเลที่น่าจับตา จึงถูกมองว่าจะเป็นทำเลที่เขยิบจากทองหล่อออกมาหน่อย คือย่าน “พระโขนง” ที่เริ่มเห็นสัญญาณขยายตัว และ น่าสนใจ ในฐานะทำเลเพื่อนบ้าน ซึ่งหากพูดในเชิงของการสัญจรทางถนนแล้ว พระโขนง คือ Interchange ย่อยๆสำหรับการเดินทางจุดต่างๆของกรุงเทพฯ ทั้งเข้าเมืองไปทางเอกมัย-ทองหล่อหรือพระราม 4 ออกนอกเมืองไปรามคำแหงหรือบางนา หรือขึ้นทางด่วนรามอินทราเพื่อหลีกหนีการจราจร เป็นทำเลที่ชาวญี่ปุ่นซึ่งเบื่อความแออัดของทองหล่อเริ่มเข้ามาจับจองมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะราคาค่าครองชีพที่ถูกกว่าจุดเดิม รวมถึงการมีคอมมูนิตี้แหล่งแฮงค์เอาท์ที่อยู่ใกล้ๆ ไม่จำเป็นต้องไปถึงสยาม สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์แบบสุขุมวิทได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า

ที่สำคัญราคาอสังหาริมทรัพย์ย่านนี้ยังมีความสมเหตุสมผลอยู่ แต่เนื่องจากแต้มต่อทั้งเรื่องคมนาคม+คอมมูนิตี้ไลฟ์ไตล์ของทำเลนี้ทั้งหมดที่คาดว่าจะเกิด Real Demand ในอนาคต และราคาก็น่าจะเพิ่มสูงในอนาคตใกล้ๆอีกเช่นกัน

พระโขนง จึงเป็นทำเลแรกที่นักลงทุนต่างจับตา

 

“ธนบุรี-วงเวียนใหญ่” เตรียมรับการเชื่อมต่อเต็มรูปแบบ

จากเดิมที่สถานีปลายทาง หรือ Terminal Station คือ สะพานตากสิน แต่เมื่อรถไฟฟ้าเริ่มขยายออกไปเรื่อยๆ ตั้งแต่กรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ จนปัจจุบันสิ้นสุดที่บางหว้า ส่งผลให้เกิดทำเลที่อยู่อาศัยใหม่ย่าน กรุงธนบุรี-วงเวียนใหญ่ เพราะมีจุดเด่นหลายประการ จากการเป็นย่านการค้าเก่าแก่ทางฝั่งธนฯ ที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนและแหล่งชุมชน มีเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงผู้คนจากนอกเมืองให้เข้าสู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจอย่างสีลม สาทร โดยเฉพาะวงเวียนใหญ่ ที่จะกลายเป็นจุด Interchange เชื่อมต่อไปยังเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว, สายสีม่วง และสายสีแดงได้ในอนาคต

ตัวเลขสำรวจ “กรุงธนบุรี-วงเวียนใหญ่” เป็นย่านใหม่ที่อสังหาริมทรัพย์แนวสูงมีแนวโน้มขยายตัว และจากข้อมูลสรุปปี57 พบความต้องการพุ่งสูงถึง 90% ราคาเฉลี่ยคอนโดฯ ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15% ส่วนการปล่อยเช่าปรับตัวสูงขึ้นถึง 32%

อีกจุดคือพื้นที่เลียบถนนเจริญนครที่ถูกจับตามากขึ้น จากแผนพัฒนาของผู้เล่นอสังหาริมทรัพย์เจ้าใหญ่ๆที่จะสร้างย่านการค้าสุดหรูริมแม่น้ำ รวมทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ๆเกิดขึ้น รวมถึงอาคารสำนักงานให้เช่า ทำให้คาดการณ์จากศักยภาพแล้ว ฝั่งธนบุรีที่เกาะแนวรถไฟฟ้า คืออีกหนึ่งทำเลแห่งความเจริญในอนาคต คนฝั่งธนฯอยากจะกินร้านอาหารหรู จะช็อปแบรนด์เนมอาจไม่จำเป็นต้องข้ามฝั่งไปยังสยามอีกต่อไป

หมอชิต ครอบคลุมด้วยโอกาสทั้ง “นอก” และ “ใน” กรุงเทพฯ จาก รถไฟฟ้าสายสีม่วง

ทำเลสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ หมอชิต นั้นอยู่ในสายตาของนักลงทุนมานานแล้ว จากแผนของรถไฟฟ้าสายสีม่วงซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการปลายปีนี้ประกอบกับนโยบายลงทุนเมกะโปรเจคต์ที่สร้างส่วนต่อขยายจากหมอชิต คือ บางซื่อ ให้เป็นสถานีกลางของการขนส่งระบบราง ทำให้พื้นที่นี้ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้ประกอบการและนักลงทุน ยังไม่นับรวมอาคารสำนักงาน, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำแหล่งช็อปปิ้ง, ตลาดนัดสำหรับวัยรุ่น Gen Y ที่ทำให้ทำเลนี้โดดเด่นสำหรับคนที่มีชีวิตประจำวันผูกพันกับบริเวณรอบนอกของกรุงเทพฯ

ทำเลนี้จะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของเมืองขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ และเส้นทางการคมนาคมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจุดสถานีรถไฟฟ้า Interchange ที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายอื่นอย่างสถานีศูนย์ราชการ จังหวัดนนทบุรี และสถานีใกล้เคียง เช่น วงศ์สว่าง ที่จะมารองรับกลุ่มคนในย่านบางซื่อและนนทบุรี รวมถึงคนกรุงเทพฯที่ต้องเดินทางมาทำงานในละแวกนี้

มีการคาดการณ์ว่า ด้วยตลาดแรงงานที่ย้ายเข้ามาเพื่ออยู่อาศัยใกล้กับแหล่งงานในอนาคต ทั้งอาคารสำนักงานและรัฐสภาแห่งใหม่ จะทำให้ทำเลบริเวณสถานีเตาปูนถึงวงศ์สว่าง ซึ่งเป็นช่วงต้นของสายสีม่วง กลายเป็นโอกาสชั้นดีสำหรับการประกอบธุรกิจ เพราะกล่าวได้ว่าทำเลนี้ คือ “ภาวะดีมานด์ในอนาคต” จะเห็นได้ว่าแม้แต่ราคาคอนโดมิเนียมก็มีการปรับตัวจากปี 2555 สูงขึ้นถึง 20% โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมใหม่ในระยะไม่เกิน 500 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้านั้น ราคาเริ่มขึ้นไปถึง 100,000 บาทต่อตารางเมตรแล้ว หมอชิตจึงเป็นInterchange Station ที่ต้องจับตาทั้งนักลงทุนและ End user

เมื่อสยามไม่ใช่ Interchange Station เดียวอีกต่อไป ทำให้ธุรกิจการลงทุนทั้งระดับมหภาคและจุลภาคในทำเลอื่นๆ ต่างมีความเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวและมีแผนที่จะใช้ประโยชน์จากความเจริญที่ไม่หยุดนิ่งนี้ได้มากกว่ากัน