โฮมโปร มากกว่าผู้นำรีเทล คือ ผู้สร้าง Better Living ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิต

เป็นปีแรกที่ Marketeer No.1 Brand Thailand ทำการสำรวจแบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของผู้บริโภคในหมวด ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง (Furniture and Home Decor Store) สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ใส่ใจทั้งด้านการตกแต่งและฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมความคาดหวังประสบการณ์แบบครบวงจร ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้า ติดตั้ง รื้อถอน รีโนเวท ไปจนถึงบริการหลังการขาย

ขณะเดียวกันเทรนด์ความยั่งยืน เทคโนโลยี และความสะดวกในการชำระเงินออนไลน์ ก็เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปของผู้บริโภค และสร้างคุณค่าเพิ่มให้สินค้า ทำให้ตลาดนี้เป็นหนึ่งในตลาดที่มีความน่าสนใจและน่าติดตามที่สุดตอนนี้ และคำถามสำคัญคือ ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้บริโภคคนไทยจะนึกถึง แบรนด์ใดเป็นอันดับแรก?

จากตัวเลขผลการสำรวจของ Marketeer ปรากฏว่า แบรนด์ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง (Furniture and Home Decor Store)  ที่ผู้บริโภคคนไทยนึกถึงเป็นอันดับหนึ่ง และคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand ประจำปี 2025 คือ โฮมโปร (HomePro)

“การก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลลัพธ์จากการที่เราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินค้า บริการ กระบวนการ และทีมงาน ที่สำคัญคือการฟังเสียงลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเขาอย่างแท้จริง” คุณวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าว

ตลาดที่ท้าทาย และผู้บริโภคคาดหวังมากกว่าราคา

หากมองไปที่สมรภูมิค้าปลีกเรื่องบ้านทั่วประเทศ ภาพรวมยังสะท้อน “แรงกดดันสามชั้น” ที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญพร้อมกัน ทั้งกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากภาวะเศรษฐกิจและภาระหนี้ครัวเรือน พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วและซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงความต้องการที่มากกว่าแค่ความคุ้มค่า แต่คือ ความสะดวกสบาย รวดเร็ว เชื่อถือได้ และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง ในขณะเดียวกันผู้บริโภคยังคาดหวังให้แบรนด์แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนบทบาทของเทคโนโลยีและ AI ที่เร่งให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันต่อความคาดหวังใหม่ๆ ที่สูงขึ้นของลูกค้าในทุกมิติ

“ผู้บริโภควันนี้มองหามากกว่าป้าย “ราคาถูก” สิ่งที่พวกเขาต้องการ คือ ประสบการณ์ที่ดีแบบครบวงจร ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้า พร้อมบริการติดตั้ง รวมถึงบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ ไปจนถึงเชื่อมั่นว่าแบรนด์ที่เค้าเลือกแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่องทางการช้อปที่สะดวกสบาย ไม่ว่าจะออนไลน์ หรือหน้าร้าน

“สิ่งที่ทำให้โฮมโปร ก้าวขึ้นมาเป็น “เบอร์หนึ่ง” ไม่ได้เกิดจากแค่มีจำนวนสินค้าและบริการเรื่องบ้านที่ครอบคลุมหรือมีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศเท่านั้น แต่คือการมีแบรนด์ธุรกิจที่แข็งแรง โดยที่ โฮมโปร ในฐานะผู้นำค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร (Total Home Solution & Living Experience) ที่ตอบโจทย์เจ้าของบ้าน ทั้งบ้านใหม่และบ้านเก่า หรือผู้ที่ต้องการรีโนเวท ขณะเดียวกันมี เมกาโฮม เข้ามาเสริมทัพ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มช่างและผู้รับเหมา ทำให้ธุรกิจครอบคลุมความต้องการทั้งเรื่องบ้านและงานช่าง อีกทั้ง โฮมโปรยังมีโมเดลธุรกิจ “Hybrid Store” ที่รวมโฮมโปร และเมกาโฮม ไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปที่ครบทั้งเรื่องบ้านและงานช่าง ครอบคลุมยิ่งขึ้น”

อีกทั้ง โฮมโปรเดินหน้าพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Omni-Channel ที่เชื่อมต่อทุกช่องทางทั้งหน้าร้านและออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ

เครือข่ายสาขากว่า 130 แห่ง และโมเดลใหม่ Hybrid Store ที่ “เข้าใกล้” ชุมชนมากขึ้น

วันนี้โฮมโปรมีสาขารวมกว่า 130 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมโฮมโปร, เมกาโฮม และโมเดลไฮบริด ที่รวมจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์ไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของบ้านและกลุ่มช่าง-ผู้รับเหมา ในโลเคชันที่มีศักยภาพ มีทีมงานพร้อมดูแล

“เรายังคงเดินหน้าขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ พร้อมปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัย และเหมาะกับพฤติกรรมการช้อปยุคใหม่ เพื่อให้โฮมโปร “เข้าใกล้” ชุมชนมากขึ้นทั้งเชิงภูมิศาสตร์และประสบการณ์”

จากวิกฤตโควิดสู่พฤติกรรมถาวร จึงเกิดเป็น Omni-Channel & Chat Shop 4 You

“ก่อนโควิด-19 ยอดขายออนไลน์ของโฮมโปรมีสัดส่วนเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของทั้งบริษัท แต่เมื่อเกิดสถานกาณ์ล็อคดาวน์การเข้าไปช้อปสินค้าในร้านถูกจำกัดในช่วงนั้น ช่องทางออนไลน์ถูกเร่งเครื่องเต็มกำลัง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคในตอนนั้นให้ได้มากที่สุด”

จากจุดนั้น โฮมโปรจึงได้พัฒนาช่องทางการขายทั้งโฮมโปรออนไลน์ แอปพลิเคชัน Line Official และ Marketplace พร้อมเปิดบริการ Chat Shop 4 You – ทักมา เราช้อปให้! ผ่านไลน์สาขา หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก เปรียบเสมือนมีผู้ช่วยช้อปส่วนตัว ที่พร้อมช่วยลูกค้าเลือกสินค้าและบริการ รวมถึงสอบถามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ สะดวก และรวดเร็ว

ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทำให้ช่องทางออนไลน์ หรือออฟไลน์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนได้อีกต่อไป โฮมโปรจึงยกระดับกลยุทธ์ Omni-Channel ที่มีช่องทางบริการที่หลากหลาย เช่น Click & Collect – ช้อปออนไลน์ รับได้ที่สาขา หรือลูกค้าสามารถดูสินค้าหลากหลายเพิ่มเติมได้ ผ่านการสแกน QR Code สื่อในสาขา เพื่อดูข้อมูลและสินค้าที่หลากหลายเพิ่มเติม ตลอดจนยังมีช่องทางและบริการอื่นๆ ที่ออกแบบมาให้เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้เป้าหมายเดียวคือ “ทำให้ลูกค้าช้อปได้ง่ายขึ้น” ส่งผลให้ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายออนไลน์เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 8% ของรายได้รวมทั้งหมด

ความสำเร็จนี้ เกิดจากการที่โฮมโปรไม่เคยหยุดนิ่งที่จะทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เรานำ Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก เพื่อพัฒนาโปรโมชันและแคมเปญที่ตอบโจทย์ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และผสานกับฐานสมาชิกโฮมการ์ด (Home Card) กว่าเจ็ดล้านราย ทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมการอยู่อาศัยและความต้องการของลูกค้าได้ละเอียดขึ้น สามารถสร้างประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคลได้ และเมื่อเสริมด้วยพันธมิตรทางการเงินและคู่ค้าแบรนด์ชั้นนำ ยิ่งทำให้แบรนด์สามารถส่งมอบสิทธิพิเศษที่ “ใช่” และ “ตรงใจ” สำหรับแต่ละกลุ่มได้อย่างแท้จริง สะท้อนวิสัยทัศน์ของโฮมโปรที่มุ่งมั่นจะเป็น “Home Solution & Living Experience” สำหรับทุกครอบครัว

“ช่างโฮมโปร – มือโปรประจำบ้านคุณ” ความไว้วางใจที่จะอยู่เคียงข้างคุณทุกเรื่อง “บ้าน”

อีก Pain Point ของผู้บริโภคที่โฮมโปรมองเห็น คือ ความยากในการหา “ช่างที่ไว้ใจได้” สำหรับงานติดตั้ง ซ่อมบำรุง และบริการหลังการขาย เพราะลูกค้ายุคนี้ต้องการมากกว่าความสะดวก แต่คือความสบายใจว่าจะมีคนรับผิดชอบงานจนจบ และพร้อมแก้ไขปัญหาเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เพื่อตอบโจทย์นี้ “ช่างโฮมโปร (CHANG HomePro)” จึงถูกยกระดับให้เป็น “มือโปรประจำบ้านคุณ” ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ครอบคลุมบริการทุกเรื่องบ้าน ไปจนถึงบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เช่น ไฟดับ ปั๊มน้ำเสีย โดยปัจจุบันได้พัฒนาการบริการให้เข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และต่อเนื่อง เพื่อมอบความมั่นใจและความอุ่นใจให้กับลูกค้าทุกครอบครัว

ที่น่าสนใจคือ โฮมโปรยังพัฒนาและยกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าสู่ยุค Lazy Economy ที่ทุกอย่างต้องการความง่าย สะดวก รวดเร็วทันใจ อยากครบจบในครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นบริการดูแลบ้านแบบครบวงจรในชีวิตประจำวัน เช่น บริการแม่บ้านทำความสะอาดบ้าน งานซ่อมบำรุง ไปจนถึงบริการ SameDay Delivery – ซื้อวันนี้! ส่งวันนี้! และบริการ Express Delivery – ส่งด่วน ภายใน 1 ชม. ส่งฟรี เมื่อซื้อสินค้าครบ 500 บาท สำหรับการจัดส่งระยะใกล้ และอื่นๆ ทั้งหมดนี้โดยทีมช่างโฮมโปร ที่พร้อมดูแลบ้านให้เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวของทุกครอบครัว และเพื่อยกระดับให้ “ความสะดวกสบายและความรวดเร็ว” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการบริการ ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่คือสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับทันทีจากโฮมโปร

สร้าง Demand ยกระดับระบบ รุกสร้างประสบการณ์เรื่องบ้าน

เมื่อถามว่าจากนี้ไปเราจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ จากโฮมโปร บ้าง คุณวีรพันธ์บอกกับเราว่า

“โฮมโปรวาง Key Business Focus ไว้อย่างชัดเจน ครึ่งปีหลัง 2568 มุ่งพัฒนา Omni-Channel เชื่อมต่อประสบการณ์หน้าร้านและออนไลน์แบบไร้รอยต่อ (Seamless) อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมความแข็งแกร่งทุกช่องทาง เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปให้สะดวกสบาย และทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเมื่อมาที่โฮมโปร

โดยมีแกนกลางคือ Demand Generation ทำให้คนที่ “สนใจ” ขยับสู่การ “ตัดสินใจซื้อ” อย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญที่ช่วยเปลี่ยนของเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง อย่างโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” และกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ที่เปิดให้ลูกค้านำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาซ่อมฟรีทุกสาขา พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่ กระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาที่หน้าร้านมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน โฮมโปรยังเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบซัพพลายเชนและระบบหลังบ้าน เพื่อส่งมอบบริการที่รวดเร็วกว่าเดิม พร้อมขยายตลาด B2B ด้วยการนำเสนอโซลูชันครบวงจรให้กับโครงการที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ เพื่อตอกย้ำและยกระดับโฮมโปรสู่การเป็น Total Home Solution & Living Experience ที่พร้อมดูแลลูกค้าได้ครบวงจรในทุกมิติของ “บ้าน” อย่างแท้จริง

สำหรับปี 2569 โฮมโปรวางแผนยกระดับเป้าหมายไปสู่การสร้าง Customer Lifetime Value เต็มรูปแบบ โดยมุ่งให้โฮมโปรเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์เรื่องบ้านแบบครบวงจร และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น (Better Living) พร้อมยกระดับการบริการให้ เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้นด้วย AI-Driven Personalization โดยใช้ระบบ Customer Data Platform (CDP) วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าในขณะนั้นจริงๆ

ขณะที่ โฮมโปรเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง โดย HomePro Online App. จะเป็นศูนย์กลางทุกความต้องการเรื่องบ้าน ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาแรงบันดาลใจ ไปจนถึงการเลือกซื้อสินค้า, CHANG HomePro App. ทำให้การเรียกช่างง่ายขึ้น ไม่ว่าจะจองช่าง เลือกช่าง รวมถึงบริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับบ้าน และ Home Card App. ที่มอบสิทธิพิเศษหลากหลายให้กับสมาชิก

นอกจากนี้แผนขยายไลน์สินค้าที่โฟกัสกลุ่มสินค้าที่สะท้อนเทรนด์การอยู่อาศัยใหม่ เช่น Silver Gen Lifestyle บ้านที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัย และ Pet-Friendly Living บ้านที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกับ Sustainable Retail Strategy ผ่านการขยายสินค้ารักษ์โลกและการใช้พลังงานสะอาดในสาขา

1 ปีที่ผ่านมา กับ Case Study ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล

ย้อนดู 12 เดือนหลังสุด โฮมโปรเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ 3S อย่างต่อเนื่อง ยกระดับสินค้าและบริการผ่านการเชื่อมต่อทุกช่องทางอย่างไร้รอยต่อ ทั้งการขยายและรีโนเวทสาขาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พัฒนาช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ให้เชื่อมโยงถึงกัน และยังเสริมความแข็งแกร่งของระบบหลังบ้านตั้งแต่ Back Office ไปจนถึงซัพพลายเชนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมสร้างประสบการณ์ เกี่ยวกับสินค้าและบริการเรื่องบ้าน ผ่านแคมเปญต่างๆ ในขณะเดียวกัน มีการพัฒนาประสบการณ์พิเศษเฉพาะคุณ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการที่ครบจบในที่เดียว

อีกก้าวที่สำคัญ คือการขับเคลื่อนนวัตกรรมสินค้าเพื่อความยั่งยืน โฮมโปรเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกเจ้าแรกๆ ที่ผลักดัน Closed-Loop Circular Appliances อย่างจริงจัง ต่อยอดจากแคมเปญ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ที่ให้ลูกค้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว มาแลกเป็นส่วนลดเพื่อซื้อสินค้าใหม่ อีกทั้งยังจับมือกับพาร์ตเนอร์อย่าง SCGC รีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าให้กลับมาเป็น “เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก” รุ่นใหม่บนชั้นวาง พร้อมได้รับความร่วมมือกับแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำ เช่น สตีเบล ซัมซุง โตชิบา ฯลฯ เพื่อร่วมกันผลิตสินค้ารักษ์โลกต่อเนื่อง “ให้ทางเลือกสีเขียว” กลายเป็นเรื่อง “ปกติ” ของการช้อปในชีวิตประจำวัน

ทำไมโฮมโปรจึง “เข้าใจบ้านและเข้าใจชีวิต”

เมื่อรวมทุกเส้นทางเข้าด้วยกัน ตั้งแต่เครือข่ายสาขากว่า 130 แห่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ การเชื่อมต่อ Omni-Channel ที่ทำให้ลูกค้าซื้อได้ทุกที่ทุกเวลา ทีมช่างโฮมโปรที่ไว้ใจได้และพร้อมแก้ปัญหา ไปจนถึงการบริหารข้อมูลที่เปลี่ยนเป็นข้อเสนอเฉพาะบุคคล ทั้งหมดนี้ทำให้โฮมโปร ไม่ได้เป็นเพียง “ร้านขายของ” แต่คือ “ผู้ช่วยมืออาชีพแบบครบวงจร ที่เข้าใจทั้งบ้านและเข้าใจชีวิตของผู้คนจริงๆ”

นี่คือเหตุผลที่โฮมโปรอยากให้ทุกครั้งที่ผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์ คิดถึงภาพของ “เพื่อนที่ดี” ที่พร้อมช่วยจัดการเรื่องบ้านให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ไม่ว่าจะต้องการเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รีโนเวทห้องน้ำ หรือเลือกที่นอนที่เหมาะกับสุขภาพในแต่ละช่วงวัย คำตอบเดียวกันคือ “ไป HomePro”

“ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่เชื่อมั่นและไว้วางใจโฮมโปรเสมอมา ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการเรื่องบ้านที่ดีที่สุด เป้าหมายในวันข้างหน้ายังคงชัดเจน คือ การไม่หยุดพัฒนา เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ในทุกมิติของชีวิต และทำให้แนวคิด “We Make a Better Living” เกิดขึ้นจริงในบ้านของผู้คนให้มากที่สุด” คุณวีรพันธ์กล่าว

ในโลกที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีขับเคลื่อนทุกอย่าง และประเด็นสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเติบโต แบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคได้ยาวนานที่สุด คือ แบรนด์ที่เข้าใจชีวิตจริงของผู้คนและยืนเคียงข้างพวกเขาในทุกวัน

โฮมโปร กำลังพิสูจน์สมการนั้น ด้วยการยกระดับประสิทธิภาพหลังบ้าน เชื่อมหน้าร้านกับออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ใช้ข้อมูล และ AI ให้เกิดคุณค่าจริง ขยายบริการจากช่างโฮมโปรให้ครอบคลุม และผลักดันสินค้ารักษ์โลกให้เป็นทางเลือกหลักของสังคม

เป้าหมายปลายทางของ โฮมโปร จึงไม่ใช่แค่ “ยอดขายที่ดีขึ้น” แต่คือ “การยกระดับมาตรฐานชีวิตของผู้บริโภค ให้การใช้ชีวิตในบ้าน ดีขึ้น ง่ายขึ้น และยั่งยืนขึ้น” ตามคำสัญญาที่แบรนด์ย้ำเสมอว่า We Make a Better Living

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer