การนั่งกินข้าวคนเดียวอาจเคยถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลกหรือเหงา แต่วันนี้ Solo Dining หรือการ “กินคนเดียว” กลายเป็นพฤติกรรมปกติที่เห็นได้ทั่วไปในสังคมไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ไลฟ์สไตล์เร่งรีบและผู้คนใช้ชีวิตแบบอิสระมากขึ้น
เนื่องจากการกินคนเดียวถูกตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ผู้บริโภคไม่ได้มองว่าต้องรอเพื่อนหรือครอบครัวมากินพร้อมกันเสมอไป เพราะการกินคือการตอบสนองความต้องการของตัวเอง บางครั้งคือการพักผ่อนหลังวันทำงานหนัก บางครั้งคือการได้อยู่กับตัวเองอย่างสงบ
ทำให้ร้านอาหารหลายแห่งในไทยเริ่มปรับตัวรับกระแสนี้ อย่างเช่นในกลุ่มปิ้งย่าง ที่ก่อนหน้านั้นมองว่าเป็นร้านอาหารที่ต้องมีคนมาทานด้วย เพื่อเป็นการแบ่งปันความสุขระหว่างมื้อร่วมกัน ได้เริ่มมีร้านอาหารปิ้งย่างเปิดบริการทานคนเดียวในร้าน เพื่อเป็นจุดขายหลักดึงดูดกลุ่มลูกค้า Solo Dining มากยิ่งขึ้น
เช่นที่ผ่านมา Yakiniku Like ได้เข้าลงเล่นตลาดบนคอนเซ็ปต์ Solo Dining ตามแบบฉบับต้นแนวคิดของ Yakiniku Like ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของแบรนด์
Yakiniku Like ในประเทศไทยได้มีการจัดวางโต๊ะที่นั่งและเตาย่างที่ตอบโจทย์การนั่งทานคนเดียว และจัดเซ็ตอาหารเป็นเซ็ตเดี่ยวให้สั่งมาทานเฉพาะคนเป็นหลัก ในขณะที่มีโต๊ะสำหรับทานหลายคนมาให้บริการเพื่อเข้าถึงลูกค้าที่ทานเป็นกลุ่มหรือมาทานกัน 2 คนด้วย
ส่วนการสื่อสารของ Yakiniku Like เน้นการตอกย้ำความเป็นปิ้งย่างสำหรับคนเดียว ผ่าน #ปิ้งย่างคนโสด #ปิ้งย่างเตาเดี่ยวไร้กลิ่นติดตัว อยู่เสมอ
นอกเหนือจาก Yakiniku Like ไม่นานมานี้ยังได้เห็น BBQ Plaza ลงเล่นเจาะกลุ่ม Solo Dining อีกหนึ่งราย ด้วยการเปิดสาขานั่งทานคนเดียวเป็นสาขาแรกที่ Central Park
ซึ่ง Central Park ถือเป็นศูนย์การค้า ที่อยู่ย่านใจกลางเมือง ที่อยู่ในทำเลย่านอาคารสำนักงานจำนวนมาก ซึ่งสามารถเข้าถึงลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศได้ถึง 5 วันต่อสัปดาห์ และพนักงานกลุ่มนี้บางคนนิยมทานอาหารแบบเซ็ตทานคนเดียว จากเวลาเร่งรีบในมื้อกลางวันและอื่นๆ ที่ทำให้ BBQ Plaza ขยายโอกาสการขายไปยังช่วงกลางวันที่ลูกค้ามีเวลาจำกัดได้เป็นอย่างดี
แม้ BBQ Plaza จะวางตัวเองเป็นสาขาสำหรับปิ้งย่างคนเดียว แต่สาขานี้ได้ถูกจัดพื้นที่ให้นั่งทานคนเดียว ทาน 2 คน และยังมีโต๊ะสำหรับทาน 4 คน เพื่อขยายโอกาสไปยังลูกค้าที่ไม่ได้มาคนเดียวอีกด้วย
การเปิดบริการสาขา Solo Dining ไม่ได้ถือเป็นครั้งแรกของ BBQ Plaza เพราะในปี 2566 ที่ผ่านมา เคยทดลองตลาดมาก่อนหน้านั้น
ส่วน Central Park ถือเป็นสาขาแรกที่ BBQ Plaza เปิดบริการรูปแบบ Solo Dining อย่างเป็นทางการ และใช้เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความสดใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทานปิ้งย่างที่เหมาะกับชีวิตคนเมือง และความถี่ในการใช้บริการมากขึ้น
อย่างไรก็ดี แม้ Solo Dining จะเป็นเทรนด์ที่น่าจับตา แต่ในความน่าสนใจก็เต็มไปด้วยทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” สำหรับธุรกิจปิ้งย่าง
โอกาสสำคัญของ Solo Dining อยู่ที่การสร้างความถี่ในการกลับมาใช้บริการของลูกค้าได้มากขึ้น เพราะเดิมทีร้านปิ้งย่างส่วนใหญ่จะถูกมองว่าเหมาะกับการมาสองคนขึ้นไปเพื่อแชร์เตาย่างร่วมกัน ซึ่งมักติดข้อจำกัดเรื่องเวลา ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่ความอยากทานที่ไม่เหมือนกัน ทำให้การรวมตัวกันเพื่อมาทานปิ้งย่างจึงมีโอกาสที่น้อยกว่าการมาทานคนเดียว
ตลอดจนการทานคนเดียวยังทำให้การหมุนเวียนของโต๊ะที่ให้บริการสลับเปลี่ยนนำลูกค้าใหม่เข้ามาเร็วขึ้น เนื่องจากผู้ทานเน้นเข้ามานั่งทานจนอิ่มและชำระเงินออกจากร้าน แทนการนั่งพูดคุยเรื่อยๆ ระหว่างทาน
นอกจากนี้ การให้ปิ้งย่างในรูปแบบ Solo Dining จึงเป็นคำตอบในการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ ซึ่งจากข้อมูลของ BBQ Plaza พบว่า หลังจากเปิดให้บริการปิ้งย่างกินคนเดียวในสาขา Central Park มีผู้เข้าใช้บริการคนเดียว และทานเป็นคู่สูงถึง 85% ของลูกค้าทั้งหมด และกลุ่มลูกค้าที่มาหลายคนเลือกใช้เตาส่วนตัวแทนเตารวม ที่สื่อให้เห็นโอกาสของการทานในรูปแบบ Solo Dining ที่เพิ่มขึ้น
ส่วน Yakiniku Like ในปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทานคนเดียวสัดส่วน 25% ของลูกค้าทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนที่มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 10–20% เท่านั้น
สำหรับความท้าทายในธุรกิจ Solo Dining คือยอดรายได้ต่อหัวของลูกค้าที่ลดลง เนื่องจากการทานคนเดียวส่วนใหญ่ลูกค้าจะไม่นิยมสั่งอาหารจานเสริมมาทานเพิ่ม เพราะมองว่าโอกาสการทานไม่หมดมีสูง ซึ่งต่างจากการทานในรูปแบบ 2 คน หรือเป็นกลุ่ม ที่นิยมสั่งอาหารจานกลางมาแชร์ทานร่วมกัน ที่ทำให้ยอดรายได้จากหัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี Solo Dining ในตลาดปิ้งย่างไทย กำลังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากการที่คนรุ่นใหม่มองว่าการกินคือการดูแลตัวเองมากกว่าการเข้าสังคมเพียงอย่างเดียว จึงไม่แปลกที่แบรนด์ใหญ่ในไทยจะเริ่มหยิบ “กินคนเดียว” มาต่อยอดเป็นกลยุทธ์สร้างการเติบโต ไม่ว่าจะเป็น Yakiniku Like ที่ปักหมุดชัดเจนในฐานะผู้บุกเบิก หรือ BBQ Plaza ที่เลือกทดลองและปรับจนเปิดสาขาแบบ Solo Dining อย่างจริงจัง
สิ่งที่แบรนด์ต้องคิดต่อคือการออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้คนกินคนเดียวรู้สึก “ยินดี” มากกว่ารู้สึก “โดดเดี่ยว” ในการทานคนเดียว เพราะท้ายที่สุดแล้ว โอกาสของ Solo Dining ไม่ใช่แค่จำนวนลูกค้าที่มากขึ้น แต่คือการขยาย “ความหมายใหม่ของการกิน” ที่สอดคล้องกับยุคแห่ง Individualism และ Self-Care ที่กำลังเติบโต หากใครทำได้สำเร็จ ก็ไม่เพียงแค่ได้ส่วนแบ่งตลาด แต่ยังได้สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
