ขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกเผชิญกับปัญหานักท่องเที่ยวล้นเกิน (Overtourism) จนรับไม่ไหวและกำลังสร้างความเสียหาย ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันกลับเผชิญวิกฤตในทางตรงกันข้าม
สายการบินทั่วโลกกำลังเจอปัญหานักบินขาดแคลน จนโอกาสมากมายในการทำเงินจากการเดินทางและท่องเที่ยวของคนทั่วโลก ต้องหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย ซ้ำร้ายยังทำให้ปัญหาการรอคอยเที่ยวบินตามสนามบินเริ่มรุนแรงอีกด้วย

สาเหตุแรกที่ทำให้บรรดาสายการบินกำลังขาดแคลนนักบิน คือผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตโควิด ที่ทำให้การเรียนและฝึกนักบินใหม่ต้องหยุดชะงักลง

เพราะย้อนไปเมื่อช่วงนั้น การคมนาคมทางอากาศทั้งเพื่อลำเลียงสินค้าและผู้คนแทบจะเป็นศูนย์ จนสายการบินมากมายต้องล้มละลาย
แต่เมื่อการเดินทางกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว สถาบันฝึกบินกลับไม่สามารถผลิตนักบินใหม่ได้ทันต่อความต้องการ ซ้ำร้าย นักบินอาวุโสจำนวนมากยังตัดสินใจเกษียณอายุก่อนกำหนดไปช่วงการระบาด และนอกจากนี้อีกจำนวนไม่น้อยก็กำลังจ่อคิวที่จะอำลาวงการในไม่ช้า โดยเฉพาะในแถบอเมริกาเหนือ
นี่ทำให้บรรดาสายการบินเหมือนเจอศึกสองด้านในเวลาเดียวกัน นั่นคือเร่งหานักบินใหม่มาทดแทนคนที่เกษียณ และการเพิ่มจำนวนนักบินให้เพียงพอต่อความต้องการเดินทางที่พุ่งสูงขึ้น
ท่ามกลางคาดการณ์ว่า ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ เพราะการเรียนและฝึกเพื่อเป็นนักบินต้องใช้เวลาพักใหญ่นั่นเอง
คาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนออกมาจากตัวเลขของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ที่ว่า เฉพาะในสหรัฐฯ จะมีความต้องการนักบินใหม่ปีละประมาณ 18,200 ตำแหน่งในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือรวมแล้วกว่า 180,000 ตำแหน่ง
ส่วน Boeing บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ ประเมินว่าทั่วโลกจะต้องการนักบินพาณิชย์ใหม่สูงถึง 660,000 คนภายในปี 2044
อีกสาเหตุที่ทำให้ปัญหาขาดแคลนนักบินทั่วโลกเริ่มรุนแรงคือ ค่าเล่าเรียน เพราะกว่าจะเรียนจบได้จนเป็นนักบินนั้น อาจต้องใช้เงินสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.6 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินก้อนใหญ่
นอกจากนี้ หลังจากเรียนจบ นักบินยังต้องเก็บชั่วโมงบินให้ครบ 1,500 ชั่วโมงเพื่อขอใบอนุญาตนักบินขนส่งทางอากาศ (ATP) ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเพิ่มอีก 1-2 ปี
นี่ทำให้ครอบครัวหรือผู้ที่อยากเป็นนักบินจ่ายไม่ไหว และต้องล้มเลิกฝันทางการบินไป แม้รู้ดีว่า หากเรียนจบจะทำเงินได้มหาศาลและอายุงานนานก็ตาม
แน่นอนว่า สายการบินต่าง ๆ ไม่สามารถนิ่งนอนใจ และต้องหาทางคลี่คลายสถานการณ์ เริ่มจาก เพิ่มค่าตอบแทนให้
ปัจจุบัน หลายสายการบินทั้งใหญ่และเล็กต่างพากันขึ้นเงินเดือนเพื่อดึงดูดนักบินใหม่และรั้งคนเก่าไว้ โดย แดน บับบ์ อดีตนักบินและศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินพาณิชย์ กล่าวว่า เงินเดือนนักบินในปัจจุบันสูงกว่าที่ผมเคยเห็นมาในรอบหลายปี
นอกจากนี้ยังมีโบนัสและสวัสดิการอื่น ๆ รวมถึงการจัดตารางบินที่สมดุลกับชีวิตส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้โดยสารต้องรับไป ผ่านค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น
อีกวิธีที่สายการบินมาใช้เพื่อแก้วิกฤตคือ การขยายอายุเกษียณ โดยเสนอให้ขยายอายุเกษียณของนักบินจาก 65 ปี เป็น 67 ปี แต่น่าเสียดายที่นักบินส่วนใหญ่และบรรดาสหภาพแรงงานสายการบินยังไม่เห็นด้วย
ยังมีอีกทางคลี่คลายสถานการณ์ทั้งน่าสนใจและสอดคล้องกับพัฒนาการทางเทคโนโลยี นั่นคือ การนำเอไอมาใช้ แต่น่าเสียดายที่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการพัฒนา และนักบินก็จะต่อต้านเพื่อไม่ให้พวกตนถูกแทนที่นั่นเอง

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า วิกฤตขาดแคลนนักบินจะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี และสถานการณ์อาจจะเริ่มดีขึ้นหลังปี 2030 ไปแล้ว ซึ่งหมายความว่าอาจต้องใช้เวลาอีกราว 5 ปีในการฟื้นตัว / dw
🔴 FAQ : วิกฤตนักบินขาดแคลนทั่วโลก
1.ทำไมนักบินถึงขาดแคลนหลังโควิด?
เพราะช่วงโควิดโรงเรียนการบินหยุดสอน การเดินทางทางอากาศแทบเป็นศูนย์ นักบินอาวุโสจำนวนมากเกษียณก่อนกำหนด และอีกหลายคนกำลังจะเกษียณ
2.ตอนนี้โลกต้องการนักบินมากแค่ไหน?
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ คาดว่า สหรัฐฯ ต้องการนักบินใหม่เฉลี่ยปีละ 18,200 คนใน 10 ปีข้างหน้า ส่วน Boeing ประเมินว่าทั่วโลกต้องการถึง 660,000 คนภายในปี 2044
3.ทำไมนักบินใหม่จึงเข้าสู่อาชีพยาก?
ค่าเรียนสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ (ราว 3.6 ล้านบาท) และต้องเก็บชั่วโมงบิน 1,500 ชั่วโมงเพื่อขอใบอนุญาต ATP ทำให้ใช้เวลาและต้นทุนสูงมาก
4.สายการบินแก้ปัญหานี้อย่างไร?
หลายแห่งปรับขึ้นเงินเดือน แจกโบนัส และจัดตารางบินให้สมดุลขึ้น บางประเทศเสนอให้ขยายอายุเกษียณนักบินจาก 65 เป็น 67 ปี แต่ยังเจอแรงต้านจากสหภาพ
5.วิกฤตนี้จะสิ้นสุดเมื่อไร?
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี และสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นหลังปี 2030 เป็นต้นไป
