ไอคอนสยาม ติด 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลโลก ดัน ชฎาทิพ จูตระกูล รับรางวัลเกียรติยศ PIONEERS OF PLACES คนแรกของเอเชีย
7 ปีหลังเปิดประตูเมืองริมเจ้าพระยา “ไอคอนสยาม” กลายเป็นมากกว่าแค่ศูนย์การค้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของพลังสร้างสรรค์และศักยภาพของคนไทยที่โลกยอมรับ
ล่าสุด โครงการมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาทแห่งนี้ ได้รับเลือกจากเวทีระดับโลก MAPIC Awards 2025 ให้เป็น 1 ใน 3 โครงการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรอบ 30 ปี ร่วมกับ Westfield London จากอังกฤษ และ Puerto Venecia จากสเปน
รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติสูงสุดของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก ซึ่งคัดเลือกจากกว่า 15 โครงการระดับโลก และเปิดให้ประชาคมทั่วโลกลงคะแนนผ่าน MAPIC Community โดย “ไอคอนสยาม” เป็นโครงการเดียวจากเอเชียที่เข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ

จากฝั่งธนบุรีสู่เวทีโลก
“ไอคอนสยาม” เกิดจากความร่วมมือของ 3 องค์กรชั้นนำ คือ สยามพิวรรธน์, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะสร้าง Global Destination ที่รวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและโลกไว้ด้วยกัน ภายในพื้นที่กว่า 55 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โครงการนี้ได้พลิกโฉมฝั่งธนบุรีให้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจและท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยกว่า 35,000 ครอบครัว และดีไซเนอร์ไทยกว่า 1,000 ราย ใช้พื้นที่ของไอคอนสยามเป็นเวทีสร้างรายได้และต่อยอดแบรนด์ไทยสู่สากล นับตั้งแต่เปิดดำเนินการในปี 2561 ไอคอนสยามคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วกว่า 53 รางวัล ทั้งด้านการออกแบบ การตลาด และนวัตกรรม รวมถึงเคยได้รับตำแหน่ง “Best Shopping Centre in the World” จากเวทีเดียวกันในปี 2019
ชฎาทิพ จูตระกูล คนไทยคนเดียวบนเวทีโลก
ในปีนี้ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ยังได้รับรางวัล “PIONEERS OF PLACES” ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติระดับ Lifetime Achievement จาก MAPIC โดยเป็นนักธุรกิจหญิงจากเอเชียเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือก เคียงข้างผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกระดับโลกอีก 4 รายจากยุโรป
เธอกล่าวว่า
“ความสำเร็จนี้ไม่ใช่ของสยามพิวรรธน์ แต่เป็นของประเทศไทย เราอยากให้โลกเห็นว่าคนไทยก็สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ได้ไม่แพ้ชาติใด”

โมเดล ICONSIAM Model ที่โลกจับตา
สิ่งที่ทำให้ไอคอนสยามโดดเด่นไม่ใช่แค่สถาปัตยกรรม แต่คือแนวคิดการพัฒนาเมืองที่สร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ทั้งในมิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ยกระดับฝั่งธนบุรีให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ สร้างมูลค่าที่ดินริมแม่น้ำจาก 250,000 เป็น 700,000 บาทต่อตารางวา
กระตุ้นการเกิดโครงการใหม่กว่า 60 โครงการในรัศมี 1 กิโลเมตร ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 115 ล้านคนต่อปี สร้างการจ้างงานกว่า 400,000 ตำแหน่ง
โมเดลนี้พิสูจน์ว่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถเป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองได้จริง และยังสร้างแรงบันดาลใจให้หลายประเทศนำไปศึกษา
แม่เหล็กแบรนด์โลก
ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ไอคอนสยามยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการและแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างต่อเนื่อง รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น Hermès duplex store แห่งแรกของไทย, Fendi concept ใหม่ในเอเชีย, Brunello Cucinelli, Zimmermann และ POP MART Landmark Store ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นี่คือสัญญาณว่าฝั่งธนบุรีกำลังกลายเป็น Luxury Hub แห่งใหม่ของเอเชีย

บทเรียนสำหรับนักลงทุน
ไอคอนสยาม คือกรณีศึกษาว่า อสังหาริมทรัพย์ไม่จำเป็นต้องขายพื้นที่ แต่สามารถขาย “ประสบการณ์และคุณค่า” ได้ เมื่อรวมอัตลักษณ์ไทย เข้ากับนวัตกรรมระดับโลก สิ่งที่เกิดขึ้นคือโครงการที่มีพลังดึงดูด ทั้งคน แบรนด์ และการลงทุน
และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทใหม่ ที่ทำให้โลกหันกลับมามองประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมและความงามของเอเชีย อีกครั้ง
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
