ในยุคที่ทุกวินาทีของชีวิตถูกเชื่อมต่อด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ตและการแจ้งเตือนบนหน้าจอสมาร์ทโฟน จนยากเหลือเกินที่เราจะดื่มด่ำกับความเงียบ อยู่กับตัวเอง หรือมีสมาธิจดจ่ออยู่กับอะไรได้นานๆ โดยท่ามกลางกระแสความวุ่นวายนี้ได้เกิดเทรนด์ใหม่ขึ้น 

เทรนด์นี้ไม่ใช่เรื่องของการเอาของแบรนด์เนม และสินค้าเทคโนโลยีสุดล้ำมาอวดกัย แต่เป็นการหิ้วถุงใส่ของที่ช่วยให้เราสามารถหลุดจากการไถหน้าจอแบบไม่สิ้นสุด และกลับมาเชื่อมต่อกับโลกแห่งความเป็นจริงตรงหน้าด้วยตาตัวเองได้อีกครั้ง

เทรนด์ที่ว่าคือ Analogue Bag – ถุงที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สร้างความสุขแบบออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มโปรด สมุดจดบันทึก อุปกรณ์เย็บปักถักร้อย เกมปริศนาอักษรไขว้ ซาวด์เบาท์เล่นเทป

หรือแม้แต่นิตยสารเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตแบบออฟไลน์ได้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยที่ไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู ไม่ว่าจะอยู่บนระบบขนส่งมวลชน คาเฟ่ หรือแม้แต่ช่วงเวลาว่างๆ ในบ้าน ซึ่งกำลังฮิตในหมู่ Gen Y และ Gen Z ในสหรัฐฯ อังกฤษ และอีกหลายประเทศ  

เซียร์รา แคมปเบลล์ ครีเอเตอร์สาวชาวอเมริกันวัย 31 ปี ผู้เริ่มเทรนด์นี้บน TikTok เล่าว่า มีแรงบันดาลใจมาจากความกลัวที่ว่า วันหนึ่งเธออาจจะต้องเสียใจเมื่อมองย้อนกลับมาแล้วพบว่าใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตไปกับหน้าสมาร์ทโฟน 

เธอจึงนำหลักจิตวิทยาจากหนังสือ The Power of Habit มาปรับใช้ ผ่านการเปลี่ยนกิจวัตร โดยเมื่อเกิดความเบื่อหน่ายที่ปกติแล้วเก็มักจะหยิบมือถือขึ้นมาไถฟีด เพื่อให้ได้ความเพลิดเพลินแต่เธอเลือกที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมโดยนำ Analogue Bag ติดไปด้วยเมื่อไปนอกบบ้านหรือวางไว้ในบ้าน 

โดยเมื่อไหร่ที่รู้สึกอยากหยิบสมาร์ทโฟน เธอจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดวาดรูปหรือนิตยสารจากกระเป๋าแทน ซึ่งวิธีนี้ช่วยลดเวลาไถฟีด-ติดหน้าจอของเธอลง จาก 7 ชั่วโมงต่อวัน เหลือเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น

นักวิชาการด้านจิตวิทยามองว่าเทรนด์นี้คือการตอบสนองต่อความเป็นจริงที่ว่า มนุษย์เราไม่สามารถกลับมาสมาธิจดจ่อได้โดยง่าย แต่เราต้องการสิ่งของที่จับต้องได้มาช่วยเติมเต็มช่องว่างที่สมาร์ทโฟนเคยทำหน้าที่นั้น 

ดังนั้นนี่จึงเป็นการสะท้อนว่า คนยุคนี้ไม่ได้เสพติดเทคโนโลยีถึงขั้นกู้ไม่กลับ แต่แค่เคยชินกับเทคโนโลยีแบบพกพาต่างๆ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนมากจนเกินไป และเทรนด์ Analogue Bag จึงเป็นสัญลักษณ์ของการทวงคืนอำนาจในการตัดสินใจว่าเราจะใช้เวลาซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเราไปกับอะไร

เทรนด์นี้ยังสะท้อนถึงภาพรวมของสังคมยุคนี้ที่ผู้คนโหยหาของย้อนยุค ต่อเนื่องจากที่แผ่นเสียง กล้องฟิล์ม ต่อเนื่องไปถึงการอ่านหนังสือในห้องสมุดกลับมาฮิตในหมู่คนรุ่นใหม่ จนยอดขายที่ซบเซามานานของสินค้าเหล่านี้เพิ่มมากสุดในรอบหลายปี 

หัวใจสำคัญของ Analogue Bag คือความยืดหยุ่น โดยใครชอบหรืออยากใช้เวลาไปกับอะไรก็ใส่สิ่งนั้นลงไปในถึง เช่น หากคุณติดข่าวสารก็แค่เปลี่ยนจากแอปมาเป็นหนังสือพิมพ์ หากต้องการแรงบันดาลใจก็พกสมุดสเก็ตช์ภาพ 

เพราะมันคือการฝึกจิตใจให้เข้มแข็งพอที่จะไม่หันไปหยิบสมาร์ทโฟนมาไถจนลืมเวลา ไม่ไปปล่อยให้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มบนหน้าจอชี้นำจนขาดมันไม่ได้ และกลับมามองทุกอย่างผ่านดวงตาของเราเอง ไม่ใช่ผ่านเลนส์ของหน้าจอสมาร์ทโฟน / theguardian 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer