คนรุ่นใหม่ของทุกประเทศในปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายมากมายในตลาดแรงงาน ทั้งการถูกเอไอแย่งงาน ความเครียดจากการเมืองในบริษัท และการไม่ลงรอยของคนต่างรุ่นที่ถูกบีบให้มาอยู่ในองค์กรเดียวกัน อีกทั้งยังต้องรีบหางานที่มีรายได้เพียงพอในยุคค่าครองชีพแพง
แม้เกาหลีใต้จะเป็นอีกประเทศที่เผชิญสถานการณ์ดังกล่าว แต่คนรุ่นใหม่ทั้งกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ยังโชคดีที่มีงาน “หลังพวงมาลัย” เป็นทางออก
เรื่องนี้มาพร้อมประเด็นน่าสนใจ ทั้งการปรับกรอบความคิดที่มีต่ออาชีพ การยื่นมือเข้ามาปฏิรูประบบของภาครัฐ และประเด็นใหญ่ที่สุดคือ ค่าตอบแทนของอาชีพนี้ที่มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำถึงเกือบ 3 เท่า
ข้อมูลจากศูนย์ฝึกอบรม KD Transport Group บริษัทเดินรถบัสรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้เผยว่า เมื่อปี 2024 จำนวนคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z (อายุ 20-30 ปี) ที่เข้ามาอบรมเพื่อสอบใบขับขี่รถประเภทนี้มีมากถึง 10,931 คน เพิ่มขึ้น 43% จาก 6,218 คนของปี 2023

สาเหตุที่ทำให้วัยทำงานทั้งสองกลุ่มฮิตขับรถบัส มาจากเงินเดือนราว 5.2-5.6 ล้านวอน (ประมาณ 120,000 – 140,000 บาท) ซึ่งมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำถึงเกือบ 3 เท่า โดยหากรวมเงินพิเศษในช่วงวันหยุด รายได้ต่อเดือนอาจทะลุ 6,000,000 วอน (150,000 บาท) เลยทีเดียว
พร้อมกันนี้ยังเป็นงานที่มีความมั่นคง สามารถทำได้ต่อเนื่องแม้อายุจะเลย 60 ปีไปแล้ว ซึามีทายาทของคนขับรถบัสไม่น้อยที่ยังตกงานหรือเห็นว่าเงินเดือนไม่พอก็หันมาขับรถตามพ่อ และที่สำคัญยังปลอดจากการถูกจับจ้อง
คนขับรถบัสเกาหลีใต้มือใหม่หลายคนระบุว่า หลงรักความสันโดษบนเบาะคนขับที่ไม่ต้องเผชิญกับวัฒนธรรมการกดขี่จากหัวหน้างาน หรือความวุ่นวายจากการเมืองในที่ทำงาน การทำงานจบเป็นวันต่อวัน และไม่มีการตามงานผ่านแอปแชทนอกเวลางาน
พวกเขามองว่านี่ถือเป็นนิยามของความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) ตรงข้ามกับงานนั่งโต๊ะตามบริษัทที่เจอปัญหาสารพัดจนเครียดและสุขภาพจิตเสีย
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เงินเดือนพนักงานขับรถบัสสูงนั้น รัฐบาลเกาหลีใต้ก็มีส่วนสำคัญ เพราะได้เข้ามาอุดหนุนส่วนต่างการขาดทุนด้วยภาษี ส่งผลให้บริษัทรถบัสมีความมั่นคงทางการเงินสูง จึงสามารถขยับฐานเงินเดือนจนดึงดูดคนรุ่นใหม่ตามที่ได้กล่าวไปแล้วนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ต้องแลกมาด้วยระเบียบวินัยระดับสูงสุด โดยพนักงานขับรถบัสต้องควบคุมพฤติกรรมส่วนตัวอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความกดดันทางสังคมเมื่อมีการประท้วงหยุดงาน และมักถูกวิจารณ์ว่าใช้ภาษีประชาชนมาเป็นข้อต่อรอง
ทว่าคนรุ่นใหม่เหล่านี้กำลังพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ดังกล่าว โดยหวังให้สังคมมองว่ารายได้และสวัสดิการที่ดีของพวกเขาคือการลงทุนในความปลอดภัยที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุด
จากทั้งหมดจึงกล่าวได้ว่า การแห่ไปขับรถบัสของชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่เป็นภาพสะท้อนของการเลือกเส้นทางชีวิตที่เน้นผลลัพธ์จริงจัง เมื่ออาชีพที่เคยถูกมองข้ามกลับมอบทั้งรายได้ที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำเกือบ 3 เท่า ความมั่นคงที่ยั่งยืน และความอิสระทางใจ
ดังนั้นอาชีพคนขับรถบัสจึงได้กลายเป็นเส้นทางอาชีพที่มีเกียรติและน่าสนใจในสายตาของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวข้ามกรอบความสำเร็จแบบเดิมๆ เพื่อสร้างชีวิตที่มั่นคงด้วยตนเอง

สำหรับเกาหลีใต้เป็นประเทศที่คนรุ่นใหม่เครียดจากงานและสภาพสังคมติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้พวกเขาหันไปทำงานต่างประเทศกันมากขึ้น จนหลายฝ่ายกังวลว่าหากเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้เกิดภาวะสมองไหลและกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศในอนาคต / koreatimes
