สิงห์ เอสเตท (S) และ SHR กางแผนปี 2569 ฝ่าความท้าทายตลาดอสังหาฯ มุ่งเติบโตเชิงคุณภาพ ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 1.4 หมื่นล้านบาท ชูโครงสร้างรายได้ประจำ 70% และรายได้จากการขาย 30% โดย ‘S’ ลุยเจาะที่พักอาศัยลักชัวรี อัปเกรดออฟฟิศ และขายนิคมฯ ดึงกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ ‘SHR’ อัดงบ 3,000-3,500 ล้านบาท หมุนเวียนและยกระดับพอร์ตโรงแรมสู่ระดับพรีเมียม ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด
คุณชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยและภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบันส่งผลต่อภูมิทัศน์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ สภาพเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ได้ส่งผลให้โอกาสการเติบโตของที่พักอาศัยมีจำกัด พฤติกรรมผู้บริโภคจึงเปลี่ยนผ่านจากการเน้นปริมาณไปสู่การเติบโตแบบเชิงคุณภาพ
จากความท้าทายนี้ แผนงานสำหรับพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย (Residential) ของบริษัทจึงมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าลักชัวรีที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง ซึ่งบริษัทประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องจากการปิดโครงการระดับบน ทั้งสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส และศิรนินทร์ พัฒนาการ
ปัจจุบันมีพอร์ตโครงการที่พักอาศัยรวม 9 โครงการ พร้อมกันนี้ยังเตรียมขยายการลงทุนผ่านพันธมิตรเพื่อลดความเสี่ยงและต่อยอดความเชี่ยวชาญ เช่น การร่วมทุนพัฒนาโครงการใหม่กับบริษัท วัน เรียลเอสเตท จำกัด มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท จากโครงการร่วมทุนคอนโดมิเนียม ‘วัน ริเวอร์ พระราม 3’ ที่ปัจจุบันทำยอดขายไปได้แล้วถึง 98% และบริษัทเตรียมรับรู้รายได้ในปี 2570
การหาพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาโครงการแฟล็กชิปภายใต้แบรนด์ THE ESSE หรือ SIRANINN ไปจนถึงการเปิดตัวโมเดล Branded Residence บนทำเลท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ที่ผสานคุณภาพที่พักอาศัยเข้ากับบริการระดับโรงแรมในเครือ
สำหรับการเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ กลุ่มอาคารสำนักงานได้ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเช่าของอาคาร เอส โอเอซิส ให้ถึง 70% ภายในสิ้นปี พร้อมปรับพื้นที่สู่การเป็น Seamless Work-Life Destination โดยรักษาสัดส่วนพื้นที่เช่าทำงานต่อสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ที่ 80:20
ขณะที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง มีเป้าหมายจำหน่ายที่ดิน 200-400 ไร่ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าผู้พัฒนา Hyperscale Data Centres ซึ่งนอกจากจะตอบรับเทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัลแล้ว ยังช่วยเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายสาธารณูปโภคได้อีกกว่าเท่าตัว
ทั้งนี้ เพื่อรองรับแผนงานทั้งหมด บริษัทยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยคงสัดส่วนแหล่งเงินทุนจากสินเชื่อธนาคารที่ 70% และหุ้นกู้ 30% เพื่อรักษาสมดุลต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน
ทางด้านธุรกิจโรงแรม คุณไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR กล่าวว่า ปี 2569 ในการยกระดับมูลค่าพอร์ตธุรกิจผ่าน 2 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การหมุนเวียนสินทรัพย์ โดยเตรียมขายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักรที่มีศักยภาพการทำกำไรจำกัด เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้ที่มีดอกเบี้ยสูงและขยายการลงทุนกลับมายังประเทศไทย
ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ผ่านความร่วมมือกับ The Ascott Limited ในการรีแบรนด์โรงแรม 4 แห่งในสหราชอาณาจักร สู่แบรนด์ The Unlimited Collection และ lyf
ส่วนในไทยและมัลดีฟส์ จะเดินหน้าปรับปรุงวิลล่าของ SAii Phi Phi Island Village จำนวน 12 ห้อง และเพิ่มสระว่ายน้ำส่วนตัวพร้อมสร้างวิลล่าเหนือน้ำใหม่ที่ SAii Maldives Lagoon Maldives รวม 38 หลัง เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มบนและผลักดันราคาห้องพักให้สูงขึ้น
ในปี 2569 SHR ได้เตรียมงบลงทุนไว้ที่ 3,000-3,500 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายทางการตลาดที่ท้าทาย ทั้งการเติบโตของภาพรวม Portfolio RevPAR ที่ 20-25%
เป้าหมายรายได้รวมของทั้งกลุ่มบริษัท วางไว้ที่ 14,000 ล้านบาท โดยโฟกัสการปรับโครงสร้างรายได้ที่มุ่งลดความผันผวน แบ่งเป็นรายได้ประจำ (Recurring Income) ในสัดส่วน 70% ซึ่งเป็นฐานกำไรที่มั่นคงจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า และรายได้จากการขาย (Non-recurring Income) ในสัดส่วน 30% จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยและนิคมอุตสาหกรรม
