เหล่าเกมเมอร์ต้องจ่ายแพงขึ้นในเวลาไม่ครบปีหากอยากได้เครื่องเกม PlayStation 5 เครื่องใหม่ ซึ่งสาเหตุที่ต้องเพิ่มเงินมาจากการแข่งขันทางเทคโนโลยี และวิกฤตในตะวันออกกลาง

Sony ประกาศขึ้นราคา PlayStation 5 ทุกรุ่นขึ้นอีก 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,249 บาท) ตั้งแต่ 2 เมษายนนี้เป็นต้นไป เริ่มจากสหรัฐฯก่อน ทำให้ PS5 รุ่นมาตรฐาน (Standard Edition) ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 649 ดอลลาร์ (ประมาณ 21,400 บาท) ส่วนรุ่นดิจิทัล (Digital Edition) ปรับราคาขึ้นมาอยู่ที่ 599 ดอลลาร์ (ประมาณ 19,700 บาท)

ส่วน PlayStation Portal อุปกรณ์เสริมสำหรับเล่นระยะไกล และ PS5 Pro ราคาก็ขึ้นไปอยู่ที่ 249 ดอลลาร์ (ประมาณ 8,200 บาท) และ 899 ดอลลาร์ (ประมาณ 30,000 บาท) ตามลำดับ

มีสองสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Sony ต้องตัดสินใจขึ้นราคาเครื่องเกมรุ่นนี้ที่วางจำหน่ายมานานกว่า 6 ปี และเป็นครั้งที่ 2 ในเวลาไม่ถึงปี หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 เคยขึ้นราคามาแล้ว 50 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,640 บาท) 

สาเหตุแรกคือภาวะขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญอย่างชิป โดยเนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิปทั่วโลกกำลังเปลี่ยนทิศทางจากการผลิตชิ้นส่วนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ไปทุ่มเทให้กับการผลิตชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับการประมวลผลของ AI ที่กระจายไปอยู่แทบทุกอุปกรณ์ที่คนทั่วโลกใช้กันอยู่

สิ่งนี้ทำให้เกิดความต้องการสูงมากจากการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานของ AI เนื่องจากชิปกลุ่มนี้มีอัตรากำไรที่สูงกว่ามาก ส่งผลให้ซัพพลายของชิปที่ใช้ในเครื่องเล่นเกมหดตัวลงและมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนสาเหตุที่สองคือความขาดแคลนฮีเลียมจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยการที่อิหร่านโจมตีแหล่งผลิตก๊าซ LNG ของกาตาร์ ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงก๊าซฮีเลียมที่เป็นผลพลอยได้จาก LNG ด้วย เพราะกาตาร์เป็นแหล่งผลิตและส่งออกก๊าซฮีเลียมรายใหญ่ด้วยสัดส่วน 1 ใน 3 ของโลก

คนส่วนใหญ่อาจทราบเพียงว่าฮีเลียมใช้ในธุรกิจลูกโป่งและบอลลูน แต่ในความเป็นจริง ธาตุที่เบาเป็นอันดับ 2 ในจักรวาลรองจากไฮโดรเจนชนิดนี้ ยังจำเป็นต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดเป็นพิเศษ และเย็นจัดจนเกือบถึงจุดศูนย์สัมบูรณ์ เพื่อควบคุมอุณหภูมิและการถ่ายเทความร้อนในห้องสุญญากาศ โดยหากปราศจากก๊าซชนิดนี้ กระบวนการผลิตชิปจะช้าลงหรืออาจต้องหยุดทั้งสายการผลิต

ดังนั้น เมื่ออุตสาหกรรมฮีเลียมของกาตาร์สะดุดจากสงครามในครั้งนี้ ทั้งจากการที่ถูกอิหร่านโจมตี และการที่ยังไม่สามารถลำเลียงฮีเลียมออกไปได้เนื่องจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปริมาณฮีเลียมในตลาดโลกจึงลดลงไปอย่างมาก และท้ายที่สุดจึงกระทบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก รวมถึงวงการเกมด้วยนั่นเอง

ผลกระทบจากการขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เกมเมอร์ต้องจ่ายแพงขึ้นเท่านั้น โดยนักวิเคราะห์มองว่าจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่ออุตสาหกรรมเกมโดยรวม เพราะยอดขาย PlayStation ในไตรมาสที่ผ่านมาลดลงถึง 16% เหลือเพียง 8 ล้านเครื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มอิ่มตัวและอ่อนไหวต่อราคา

แม้แต่ค่ายเกมใหญ่อย่าง Epic Games ยังต้องประกาศปลดพนักงานถึง 1,000 คน โดยอ้างเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากยอดขายเครื่องคอนโซลที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้อาจยิ่งทำให้กราฟการเติบโตของตลาดเกมโลกในปีนี้เข้าสู่ภาวะซบเซามากกว่าเดิม

การปรับขึ้นราคาของ PlayStation 5 ในครั้งนี้ คือภาพสะท้อนของความเปราะบางในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ที่เหตุการณ์ความขัดแย้งในซีกโลกหนึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อราคาเครื่องเล่นเกมในอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่า Sony จะพยายามยื้อราคาไว้เพื่อรักษาฐานผู้ใช้งาน แต่แรงกดดันต่างๆ และสถานการณ์โลกก็รุนแรงเกินกว่าจะแบกรับไหว

หลังจากนี้เกมเมอร์ทั่วโลกอาจต้องยอมรับความจริงที่ว่า “เทคโนโลยีจะราคาถูกลงเมื่อเวลาผ่านไป” อาจไม่ใช่กฎที่ใช้ได้เสมอไปในยุคที่ทรัพยากรโลกกำลังถูกแย่งชิงเพื่อขับเคลื่อน AI ซึ่งกำลังถูกซ้ำเติมจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และทั้งหมดก็ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่  / theguardian