สถานการณ์ความท้าทายทางเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงานได้กลายมาเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องพึ่งพาการขนส่งเป็นหัวใจหลัก 

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจเดลิเวอรี แม้ในระยะสั้นอาจจะยังไม่เห็นผลกระทบรุนแรงนัก แต่ทางบริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน โดยประเมินว่าหากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกราว 9 บาท จะส่งผลกระทบอย่างหนัก และอาจต้องเริ่มมีการเก็บค่าธรรมเนียมการจัดส่งเพิ่มเติมจากผู้บริโภคในอนาคต 

สำหรับการพยุงกำลังกลุ่มไรเดอร์ท่ามกลางวิกฤตนั้น แม้ต้นทุนการเดินทางจะสูงขึ้น แต่จำนวนไรเดอร์ในระบบยังคงไม่ลดลง เนื่องจากทุกคนยังต้องหารายได้เพื่อการยังชีพ 

แพลตฟอร์มได้พยายามช่วยเหลือไรเดอร์ โดยการเพิ่มโบนัสและอินเซนทีฟต่าง ๆ ให้มากขึ้น อย่างในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 28 – อาทิตย์ที่ 29 มี.ค. 2026) ได้มีการเพิ่มประมาณ 15% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า 

ส่วนประเด็นการผลักดันให้ไรเดอร์เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า 100% เพื่อลดต้นทุนพลังงานนั้น มองว่ายังต้องใช้เวลาเปลี่ยนผ่านเป็นปี ไม่สามารถสับเปลี่ยนได้ในเร็ว ๆ นี้ 

แม้ปัจจุบันจะมีรถไฟฟ้า 100% ในเครือข่ายหลายพันคัน ทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อ แต่จากตลาดรวมที่มีรถเป็นแสนคัน จึงต้องอาศัยเวลาในการปรับพฤติกรรมและเปลี่ยนผ่าน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนของต้นทุนพลังงาน แพลตฟอร์มได้มีการจัดเตรียมงบประมาณฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือกับวิกฤตภายใต้แนวคิด ‘Prepare for the worst, hope for the best’ โดยแม้จะมีการตั้งงบประมาณเตรียมไว้ แต่การอัดฉีดเม็ดเงินลงไปนั้น จะต้องประเมินและมอนิเตอร์สถานการณ์แบบวันต่อวัน 

ทั้งการกำหนดตัวเลขงบประมาณฉุกเฉินตายตัวนั้นทำได้ยากและอาจไม่สะท้อนความเป็นจริง เนื่องจากแพลตฟอร์มยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นเมื่อใดและพุ่งไปถึงจุดไหน 

ดังนั้น งบประมาณที่นำมาใช้จะต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับขนาดของปัญหาที่เกิดขึ้นจริงตามสถานการณ์ สำหรับแหล่งที่มาของงบประมาณที่จะนำมาช่วยเหลือไรเดอร์ ร้านค้า และผู้บริโภคในช่วงไตรมาสที่ 2/2026 ที่คาดว่าจะมีความเหนื่อยล้าทางเศรษฐกิจสูงนั้น 

แพลตฟอร์มมีแผนที่จะนำเงินส่วนที่เป็นกำไรจากผลประกอบการในไตรมาส 1 ที่ทำยอดทะลุเป้า หมุนกลับเข้าไปอัดฉีดในระบบ ในฐานะคนกลางที่เชื่อมโยงทั้ง 3 ฝ่าย แพลตฟอร์มได้วางแผนการใช้งบอย่างเป็นลำดับขั้น 

โดยในช่วงแรก งบประมาณฉุกเฉินนี้จะถูกมุ่งเน้นไปที่การพยุงฝั่งไรเดอร์เป็นอันดับแรก เพื่อรักษากำลังคนในการขนส่ง แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนฝั่งร้านค้าเริ่มเห็นยอดขายตก หรือผู้บริโภครับภาระไม่ไหว แพลตฟอร์มก็พร้อมที่จะขยายงบประมาณส่วนนี้ไปช่วยเหลือในลำดับต่อไป

ในแง่ของผลกระทบของต้นทุนพลังงานต่อผู้บริโภคและทิศทางตลาดฟู้ดเดลิเวอรีโดยรวม แนวโน้มของราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้ต้นทุนอาหารต่อจานแพงขึ้น 5-10 บาท ซึ่งนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่ลดลงได้ยาก 

ทว่า จากข้อมูลระบบขายหน้าร้าน (POS – Point of Sale) ของแพลตฟอร์ม พบว่า การรับประทานอาหารนอกบ้านได้รับผลกระทบและยอดตกลงไปก่อนแล้ว ขณะที่ธุรกิจเดลิเวอรียังคงมีความทนทาน เนื่องจากอาหารเป็นสิ่งจำเป็นและเดลิเวอรีไม่ใช่รายจ่ายที่สิ้นเปลืองมากนักเมื่อเทียบกับการต้องเดินทางออกไปทานข้าวนอกบ้าน 

แพลตฟอร์มประเมินว่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรีจะไม่มีทางติดลบ แต่อาจมีอัตราการเติบโตที่ช้าลงจากเดิมที่เคยโตเกือบ 20% อาจลดลงเหลือประมาณ 15% ต่อปี โดยประเมินว่ากลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อสูงจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากสถานการณ์นี้ 

สำหรับความหวังเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐอย่างโครงการคนละครึ่งนั้น มองว่าอาจต้องรอให้สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกสงบลงก่อน จึงจะเหมาะสมในการนำกลับมาใช้อีกครั้งในไตรมาส 3 หรือ 4 แต่หากรัฐบาลมีงบประมาณและพร้อมดำเนินการทันที แพลตฟอร์มก็ยินดีที่จะเข้าร่วม

ด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทาย บริษัทยังคงเดินหน้าแข่งขันและขยายบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีนโยบายชะลอแผนงาน 

บริการ LINE MAN Mart ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งเกือบ 2 เท่าแบบปีต่อปี ทั้งยังมีการเพิ่มบริการส่งยา และเตรียมเปิดตัวบริการใหม่ในกลุ่ม Health and Beauty ในช่วงไตรมาสถัดไป 

ส่วนการลดค่า GP ให้กับร้านอาหารนั้น ทำได้ยากเนื่องจากเป็นรายได้หลักของแพลตฟอร์ม แต่จะมีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ได้เตรียมงบประมาณการตลาดสำหรับรางวัล LINE MAN Wongnai User’s Choice สูงถึง 350 ล้านบาท เพื่อโปรโมทร้านอาหารคุณภาพ 

พร้อมกันนี้ แพลตฟอร์มยังเดินหน้าดีล ‘ถูกสุดทุกวัน’ รวมถึงแคมเปญ Meal for one เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่าสูง เช่น นักศึกษา 

นอกจากนั้น ยังตอกย้ำการเติบโตนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยความสำเร็จของ Cloud Kitchen ที่หาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วม 18 ร้าน และสามารถทำยอดขายได้เฉลี่ยทะลุ 10,000 บาทต่อวันต่อร้าน 

ท้ายที่สุด วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องใช้ความอดทนและไม่ยอมแพ้ เพื่อข้ามผ่านอุปสรรคทางเศรษฐกิจที่หลีกเลี่ยงได้ยากนี้ไปด้วยกัน