หากลองกวาดสายตามองไปยังรองเท้าที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกสวมใส่กันในยุคนี้ ประเภทรองเท้าที่พบเห็นได้มากที่สุดคือ “รองเท้ากีฬาพื้นโฟมทรงโต” (Foamy Sneakers)
ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะในอดีตรองเท้าที่เคยครองเมืองและผู้คนส่วนใหญ่เลือกใช้คือรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าหนังทรงเนี้ยบ
เทรนด์นี้สะท้อนว่า รองเท้าประเภทนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มนักวิ่งอาชีพอีกต่อไป แต่เริ่มครองใจเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกและคนทำงานทั่วไปที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบอย่างเต็มตัว

ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่า รองเท้ากีฬาประสิทธิภาพสูงได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งมาสู่โลกไลฟ์สไตล์ และเป็นการบรรจบกันระหว่างนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การกีฬากับการโหยหาฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
กลุ่มที่ผลักดันเทรนด์นี้คือเหล่าคนดังที่มีอิทธิพลด้านแฟชั่น ตั้งแต่ Aubrey Plaza ที่ปรากฏตัวในรองเท้า Hoka, Harry Styles กับ New Balance คู่ใจ ไปจนถึง Zendaya ซึ่งสวมใส่รองเท้าแบรนด์ On ออกงานอยู่บ่อยครั้ง
รวมไปถึงดีไซเนอร์และผู้หลงใหลในแฟชั่นอย่าง Pharrell Williams ดีไซเนอร์ใหญ่ฝ่ายเสื้อผ้าผู้ชายของ Louis Vuitton ก็สวมใส่รองเท้ากีฬาพื้นโฟมทรงโตออกงานเป็นประจำ
Lei Takanashi นักข่าวสายสตรีทแวร์มองว่า ความต้องการ “ฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง” คือแรงผลักดันหลักที่ส่งให้รองเท้ากีฬาพื้นโฟมทรงโตเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนในเมืองใหญ่
แบรนด์อย่าง Hoka ได้ยกระดับจากรองเท้าวิ่งเฉพาะกลุ่มสู่รองเท้าแฟชั่นผ่านการจับมือกับแบรนด์หรู
ขณะเดียวกันเทรนด์การรวมกลุ่มวิ่ง (Running Club) ที่ทำได้ง่ายขึ้นผ่านสื่อโซเชียล ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้รองเท้ากีฬากีฬาโฟมทรงโตและรองเท้าพื้นหนา (Stacked Shoes) กลายเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์ที่รักสุขภาพและดูดีได้แบบไม่ต้องพยายาม
นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ว่า เทคโนโลยี “Super Shoe” ของ Nike ในปี 2017 ซึ่งใช้แผ่นคาร์บอนและโฟมเด้งพิเศษช่วยให้นักวิ่งทำลายสถิติโลกมานักต่อนัก
จนผู้บริโภคทั่วไปเริ่มโหยหาสัมผัสความสบายและความล้ำสมัยในรองเท้าที่ใช้สวมใส่ไปทำงานหรือเดินห้าง คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เทรนด์รองเท้าชนิดนี้เติบโตอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ปัจจัยบวกเหล่านี้จะส่งให้ รองเท้ากีฬาพื้นโฟมทรงโต ทั่วโลกโตอย่างต่อเนื่อง จากเกือบ 70,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2023 เป็น 100,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท) ในปี 2028
ทว่าภายใต้ความนุ่มสบายเหมือนเดินอยู่บนแทรมโพลีนก็มีข้อควรระวัง โดย Eoin Doyle นักสรีรวิทยาการออกกำลังกาย เตือนว่า “ยิ่งพื้นสูง ยิ่งเสี่ยง” เนื่องจากรองเท้าที่มีชั้นพื้นโฟมหนาเกินไปจะทำให้ความมั่นคงในแนวระนาบลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการข้อเท้าพลิกได้ง่ายขึ้น
Daniel Bonanno ผู้เชี่ยวชาญด้านบาทลักษณ์ (Podiatry หรือสาขาหนึ่งของการแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัย บำบัดรักษา และป้องกันความผิดปกติเกี่ยวกับเท้า) ได้ชี้ให้เห็นว่าคนที่มีรูปเท้าผิดปกติ เช่น เท้าบิดเข้าด้านในหรือบิดออกด้านนอกมากเกินไป อาจพบว่ารองเท้าที่นุ่มเกินไปยิ่งทำให้กลไกการเดินแย่ลง
เนื่องจากโฟมจะยุบตัวตามแรงกดที่ไม่สมดุลและส่งผลเสียต่อเนื้อเยื่อที่ยังไม่ชินกับแรงเค้นระดับนั้น ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ “อายุการใช้งาน” เพราะรองเท้าประสิทธิภาพสูงเหล่านี้มักทำจากวัสดุน้ำหนักเบาหวิว ซึ่งต้องแลกมาด้วยความทนทานที่ต่ำ
งานวิจัยพบว่าโฟมที่ใช้ในรองเท้าแบรนด์ดังอาจสูญเสียประสิทธิภาพในการรับแรงกระแทกไปเกือบครึ่ง หลังจากใช้งานไปเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้น
ทั้งนี้แม้รองเท้าพื้นหนานุ่มจะมอบประสบการณ์การเดินที่แปลกใหม่และช่วยลดแรงกดทับสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเท้าบางประเภท แต่การเลือกใช้งานควรอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในสรีระของตนเองและการใช้งานที่ถูกประเภท
คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ “ความหลากหลาย” การสลับเปลี่ยนรองเท้าหลายรูปแบบจะช่วยให้ร่างกายไม่รับภาระหนักอยู่ที่จุดเดียวซ้ำๆ และช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากการใช้งานผิดวัตถุประสงค์

ดังนั้นในท้ายที่สุด ไม่ว่าเทรนด์จะหมุนไปสู่ความหนานุ่มหรือกลับไปสู่ความเรียบแบน พื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือการเลือกรองเท้าที่มอบความสมดุลระหว่างความสวยงาม ความสบาย และความปลอดภัยต่อสุขภาพเท้าของเราในระยะยาว / theguardian
