ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป  ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมบริหารจัดการโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ สัญชาติไทย ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 60 ปี ตั้งเป้ารายได้รวมแตะระดับ 10,330 ล้านบาท ภายในปี 2569 พร้อมวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมกว่า 75 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายในปี 2573

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group)  เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรว่า ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ บริษัทได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งจากจุดเริ่มต้นในประเทศไทย จนสามารถขยายอาณาจักรไปสู่ระดับภูมิภาคได้สำเร็จ โดยใช้จุดแข็งของบริการที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยผสานเข้ากับมาตรฐานระดับโลกในการสร้างความเชื่อมั่นแก่พันธมิตรและนักลงทุน

การขยายตัวในครั้งนี้มาพร้อมกับแผนการลงทุนมูลค่ากว่า 5,500 ล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งทางกลุ่มออนิกซ์ฯ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินเดิมที่มีอยู่ รวมถึงการแสวงหาโอกาสในการบริหารจัดการโครงการใหม่ๆ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในกลุ่มบริษัทบริหารจัดการธุรกิจฮอสพิทาลิตี้ขนาดกลางที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพหลายแห่ง อาทิ ชามา สุขุมวิท 101, ชามา เมดินี ในมาเลเซีย และ วาย โฮเทล หนานซาน เซินเจิ้น ซึ่งถือเป็นการขยายอิทธิพลของแบรนด์ “ชามา” และ “โอโซ่” เข้าสู่ตลาดเศรษฐกิจสำคัญอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโครงการระดับลักชัวรีอย่าง อมารี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า สมุย และการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ อมารี ภูเก็ต เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน

ในมิติของการบริหารสินทรัพย์ บริษัทตั้งเป้าว่ากลุ่มสินทรัพย์หลัก (Core Assets) ได้แก่ อมารี กรุงเทพฯ, โอโซ่ สมุย และ โอโซ่ ภูเก็ต จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพอร์ตการลงทุน โดยคาดการณ์มูลค่ารวมของกลุ่มนี้ไว้ที่กว่า 4,000 ล้านบาท

โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเดินทางเข้าสู่ภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น

นอกจากการขยายจำนวนโครงการแล้ว ออนิกซ์ฯ ยังได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์หลักทั้ง 4 แบรนด์ภายใต้แนวคิด “ONYX Universe” เพื่อสร้างความชัดเจนในจุดยืนทางการตลาด

โดยแบรนด์ “อมารี” จะเน้นความเป็นไทยร่วมสมัยในระดับ Upper-upscale

ขณะที่ “โอโซ่” มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย

ส่วน “ชามา” จะเน้นประสบการณ์การพักอาศัยระยะยาวที่อบอุ่น

และ “โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์” จะถูกยกระดับสู่ความหรูหราที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุด

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มออนิกซ์ฯ ในการปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก โดยยังคงยึดถือแนวทางการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และยกระดับมาตรฐานการบริการของเอเชียแปซิฟิกให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างเต็มรูปแบบ