ฮอนด้า มอเตอร์ แถลงทิศทางธุรกิจใหม่ปี 2026 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเพื่อสร้างกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยประเด็นสำคัญที่สุดคือการ ปรับพอร์ตโฟลิโอ” หันกลับมาให้ความสำคัญกับ รถยนต์ไฮบริด (HEV) อย่างเข้มข้น เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน

ประเด็นหลัก: การกลับมาบุกหนักตลาด “ไฮบริด”

นายโทชิฮิโระ มิเบะ CEO ของฮอนด้า มอเตอร์ แถลงทิศทางธุรกิจใหม่ปี 2026 ว่า ฮอนด้าตัดสินใจปรับการจัดสรรทรัพยากรทั้งด้านการพัฒนาและการผลิตจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) บางส่วน กลับมาที่รถยนต์ไฮบริด โดยมีแผนงานดังนี้
  • เปิดตัวไฮบริดเจเนอเรชันใหม่: เตรียมส่งรถยนต์ไฮบริดที่ใช้แพลตฟอร์มและระบบใหม่ทั้งหมดรวม 15 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2030
  • ลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพ: ตั้งเป้าลดต้นทุนระบบไฮบริดลงมากกว่า 30% และประหยัดน้ำมันดีขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2023
  • รุกตลาดใหญ่: เน้นหนักในอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยเตรียมเปิดตัว Hybrid Sedan และ Acura Hybrid SUVรุ่นต้นแบบภายใน 2 ปีข้างหน้า รวมถึงรถไฮบริดขนาดใหญ่ (D-Segment) ในปี 2029
  • ปรับฐานการผลิต: โรงงานในโอไฮโอและโรงงานแบตเตอรี่ร่วมทุนกับ LG จะปรับสายการผลิตบางส่วนมาผลิตแบตเตอรี่และส่วนประกอบสำหรับรถไฮบริดแทน เพื่อลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน

การปรับกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แม้จะยังคงเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 แต่ฮอนด้าเลือกใช้แนวทางที่ “ยืดหยุ่น” ขึ้น:

  • ระงับโครงการ EV ในแคนาดา: ตัดสินใจระงับการสร้างห่วงโซ่อุปทาน EV ครบวงจรในแคนาดาออกไปอย่างไม่มีกำหนด
  • เน้นความต้องการจริง: จะประเมินตลาดอีกครั้งหลังปี 2030 ก่อนตัดสินใจลงทุนด้าน EV เพิ่มเติม โดยระหว่างนี้จะเน้นการใช้ทรัพยากรและซัพพลายเออร์ภายนอกเพื่อลดความเสี่ยง

เป้าหมายทางการเงินและนวัตกรรม

  • กำไรสูงสุดใหม่: ตั้งเป้าสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณ 2029
  • แผนการลงทุน 6.2 ล้านล้านเยน: ในช่วง 3 ปีข้างหน้า จะลงทุนในเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดสูงถึง 4.4 ล้านล้านเยนและในซอฟต์แวร์ 1.0 ล้านล้านเยน โดยคุมงบด้าน EV ไว้ที่ 0.8 ล้านล้านเยน
  • Triple Half: ปฏิรูปกระบวนการพัฒนาเพื่อลด “ต้นทุน-ระยะเวลา-ภาระงาน” ลง ครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2028 เพื่อความรวดเร็วในการแข่งขัน

ฮอนด้ากำลังเปลี่ยนผ่านจากที่เคยเร่งเครื่อง EV เต็มตัว มาเป็นการใช้ ไฮบริด” เป็นหัวหอกสร้างผลกำไรและความแข็งแกร่งในระยะกลาง พร้อมใช้ซอฟต์แวร์และ AI เข้ามาเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุคไร้มลพิษอย่างยั่งยืนในอนาคต