เอชพี ประเทศไทย ประกาศวิสัยทัศน์ “HP, For Your Best Work” ในงาน HP Elevate 2026 พร้อมเปิดมุมมองเจาะลึกเทรนด์ AI ที่กำลังพลิกโฉมการทำงานทั่วโลก
คุณวรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์ กรรมการผู้จัดการ เอชพี ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนไม่ได้หยุดอยู่แค่การทดลองใช้เทคโนโลยี แต่กำลังก้าวเข้าสู่การนำ AI มาใช้งานจริงเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ข้อมูลสะท้อนความพร้อมของตลาดระบุว่าแรงงานไทยกว่า 72% ได้นำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเวิร์กโฟลว์การทำงานแล้ว อ้างอิง PwC, Thailand Hopes and Fears Survey 2025
และผู้นำองค์กรกว่า 90% กำลังพิจารณาให้ AI Agent เข้ามาเป็นเสมือนสมาชิกดิจิทัลในบริษัท อ้างอิง Microsoft Thailand summary of Work Trend Index 2025 สิ่งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมอย่างมากในการเปิดรับนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจชิ้นใหญ่ที่เอชพีพร้อมจะเข้าไปจับตลาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว
อีกเทรนด์สำคัญในระดับโลกที่เอชพีจับตามอง คือการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ Cloud AI เพียงอย่างเดียว ไปสู่การทำงานแบบ Hybrid AI และ Edge AI อย่างเต็มรูปแบบ
ปัจจุบันองค์กรเริ่มเผชิญกับข้อจำกัดและต้นทุนแฝงมหาศาลจากการประมวลผลบนคลาวด์ โดยเฉพาะค่าบริการ Token ที่คาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงขึ้นถึง 26% ภายในปี 2030 รวมถึงความกังวลด้านความหน่วงในการประมวลผล และความปลอดภัยของข้อมูล
เอชพีจึงมองเห็นช่องว่างในการเข้าทำตลาดด้วยโซลูชันการประมวลผลบนอุปกรณ์ หรือ Edge AI ที่มีความเป็นส่วนตัว ควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า และรวดเร็วแบบเรียลไทม์ โดยเทคโนโลยีของ HP ถูกพัฒนาให้สามารถรองรับรูปแบบการทำงานที่ Edge ในชีวิตประจำวันได้ครอบคลุมถึง 85%
เอชพียังได้ยกระดับจากการขาย “AI PC” ไปสู่การขาย “AI Outcome” หรือผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยนำเสนอผู้ช่วยอัจฉริยะ HPIQ ที่อัดแน่นด้วยพารามิเตอร์กว่า 2 หมื่นล้านพารามิเตอร์ให้ทำงานบนเครื่องแบบออฟไลน์ได้โดยตรง ฟีเจอร์นี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สรุปประเด็นการประชุมด้วย Meeting Agent และถ่ายโอนไฟล์ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องง้ออินเทอร์เน็ต
นอกจากนี้ การฝัง AI ลงไปในกระบวนการทำงานเฉพาะด้านของแต่ละอุตสาหกรรมยังเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจมหาศาล ตั้งแต่อุตสาหกรรมค้าปลีกที่ใช้กล้อง AI วิเคราะห์เส้นทางการซื้อของลูกค้า ไปจนถึงกลุ่มการเงินและสายการผลิตที่ใช้ AI วิเคราะห์และแจ้งเตือนการซ่อมบำรุงล่วงหน้า
เพื่อคว้าโอกาสในตลาดที่หลากหลายนี้ เอชพีจึงใช้กลยุทธ์ “One HP” ที่ผสานอุปกรณ์ โซลูชัน และบริการเข้าด้วยกันเป็นระบบนิเวศเดียว การเจาะตลาดจะแบ่งชัดเจนตามกลุ่มเป้าหมาย สำหรับลูกค้าบุคคล เอชพีเน้นมอบประสบการณ์ที่ลื่นไหลผ่านบริการเสริมต่าง ๆ เช่น HP Care Pack
สำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการความคล่องตัว เอชพีจะนำเสนอโมเดลแบบ Subscription เพื่อช่วยให้คาดการณ์ค่าใช้จ่ายและลดเงินลงทุนก้อนโตล่วงหน้า และสำหรับลูกค้าระดับองค์กร เอชพีพร้อมเข้าไปเป็นพันธมิตรด้านไอที โดยชูแพลตฟอร์ม HP IQ เพื่อให้ฝ่ายไอทีสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์จำนวนมากและลดความซับซ้อนของระบบได้อย่างเบ็ดเสร็จ
การดึง AI เข้ามาปฏิวัติวงการยังถูกฝังอยู่ในทุกสายผลิตภัณฑ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในแต่ละเซกเมนต์อย่างแม่นยำ ในฝั่งองค์กร เอชพีนำเสนอนวัตกรรมคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์ระดับ Enterprise อย่าง EliteDesk G1A ที่จับเอาชิ้นส่วนประมวลผลทั้งหมดมาบรรจุไว้ในรูปแบบ “คีย์บอร์ด” ที่มีน้ำหนักเพียง 0.6 กิโลกรัม
ในฝั่งอุตสาหกรรมเกม เอชพีเข้าไปเพิ่มขีดความสามารถภายใต้แบรนด์ HyperX ด้วยฟีเจอร์ OMEN AI ที่สามารถปรับจูนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบเรียลไทม์เพื่อรีดเฟรมเรตให้พุ่งขึ้นสูงสุด 62% ได้ในคลิกเดียว พร้อมให้คำแนะนำในการอัปเกรดเครื่องได้อย่างชาญฉลาด
ขณะเดียวกัน ฐานตลาดของกลุ่มงานเอกสารและการพิมพ์ก็ถูกพลิกโฉมด้วยโซลูชัน Print AI ที่สามารถคัดกรองจัดหน้าเว็บไซต์อัตโนมัติเพื่อลดการใช้กระดาษลง 38% และหมึกพิมพ์ 47% รวมถึงระบบ AI Scan ที่ช่วยสรุปใจความสำคัญจากเอกสารนับร้อยหน้าลงอีเมล และแปลงไฟล์สแกนให้พร้อมแก้ไขได้ทันที ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกปกป้องด้วย HP Wolf Security ระบบรักษาความปลอดภัยระดับควอนตัมที่ทำงานเชิงรุก สกัดกั้นภัยคุกคามล่วงหน้าตั้งแต่ระดับ BIOS
ด้วยวิสัยทัศน์และการวางหมากที่ครอบคลุมทุกมิติ เอชพียังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันผ่านโครงการ ‘Made in Thailand’ โดยได้ขยายฐานการผลิตเพื่อเพิ่มสายการผลิตเครื่องพิมพ์เลเซอร์สำหรับส่งออก ซึ่งเป็นการสร้างงานและรายได้ให้คนไทยครอบคลุมตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงโลจิสติกส์ การนำร่องด้วยเทรนด์ Hybrid AI ผสานกับความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางเทคโนโลยีนี้ จะเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ที่ช่วยให้ทุกองค์กรและผู้ใช้งานชาวไทยสามารถก้าวข้ามขีดจำกัด และปลดล็อกประสิทธิภาพสูงสุดของตัวเองในการทำงานยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง
