จุฬาฯ ฟันธง ‘7 เทรนด์กลยุทธ์ 7 เทรนด์ผู้นำ’ รับปี 2561

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนา ฟันธงธุรกิจไทย 2561    “The Flagship Summit: Future Fast – Forward” นำทีมโดย รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Chulalongkorn Business School   ทั้งด้านการบริหารธุรกิจ การบัญชี การจัดการ ข้อมูลเชิงสถิติ การธนาคาร การเงิน การตลาดและแบรนด์ มาร่วมกันฟันธง ธุรกิจไทยในปีหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมและป้องกันทุ่งความเสี่ยง และมุ่งสู่ทุกโอกาส

โดย รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ ได้สรุปถึงปัจจัยการเปลี่ยนแปลงที่ไทยจะเผชิญในปี 2561 ในระดับมหภาค เช่น การเพิ่มขึ้นของการส่งออก,  นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น, การลงทุนของภาครัฐใน EEC,  การสนับสนุนของภาครัฐต่อสินค้าเกษตร,  การส่งเสริมสตาร์ทอัพหรือเอสเอ็มอี  การส่งเสริมผู้มีรายได้น้อย,  หนี้ครัวเรือนหรือสินเชื่อคงค้างของบัตรเครดิต รวมไปถึงค่าเงินบาท

ส่วนเทรนด์ธุรกิจโลกที่จะส่งผลต่อธุรกิจไทยในปีหน้า ด้านเทคโนโลยี  จะเห็นการเชื่อมโยงและผสมผสานกันมากขึ้นของ IoT (Internet of Things) Big Data and Analytics และ AI (Artificial Intelligence)   อย่างเช่นการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าผ่าน AI

เรื่องของ Experience Economy การที่คนให้ความสนใจกับประสบการณ์มากกว่าสินค้าที่ได้รับ ส่งผลให้การขายออนไลน์ ต้องมีหน้าร้านออฟไลน์ช่วยเสริม (กลยุทธ์(Online-to-Offline – O2O), Premiumization การซื้อของน้อยชิ้น เน้นตอบสนองคุณค่าทางอารมณ์, Connected Customers ผู้บริโภคเกาะติดการเชื่อมต่อ จนก่อให้เกิดการแบ่งกลุ่มย่อยที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของช่วงวัยอีกต่อไป แต่เป็นไลฟ์สไตล์ตามพฤติกรรมการเสพติดดิจิทัล รวมทั้ง Healthy and Ethical Living ไม่ใช่แค่สุขภาพกายที่ดี สุขภาพจิตต้องดีเพราะไม่เบียดเบียนใครด้วย

แล้วการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ จะส่งผลต่อ กลยุทธ์องค์กรและผู้นำองค์กร   อย่างไร

 เทรนด์ทางด้านกลยุทธ์ในปี  2561 ประกอบด้วยอะไรบ้าง

  1. เน้นในการสร้างตลาดใหม่ๆ จะโฟกัสในตลาดเดิมๆไม่ได้แล้ว รวมทั้งต้องสร้างความต้องการใหม่ๆของคนที่ต่างจากเดิม ซึ่งอาจจะเป็นความต้องการที่กระทบต่อธุรกิจเดิมๆ เช่น อูเบอร์ หรือ Airbnb หรือความต้องการใหม่ที่ไม่กระทบกับธุรกิจเดิมก็ได้
  2. Digital transformation ยังคงเป็นกระแสที่ต้องทำกันต่อไปในปี 2561 หลายองค์กรทำอยู่แล้ว ขึ้นอยู่ว่าจะทำแบบไหนแบบองค์รวม หรือแบบเฉพาะงาน  อาจจะทำในเรื่อง business model โดยเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้    หรือนำ เอไอมาจับกับ customer experience
  3. เรื่องการสร้าง shared value and sustainability ซึ่งจะไม่เน้นการสร้างCSR อย่างเดียวอีกต่อไป
  4. การนำBig Dataมาช่วยวางแผนเรื่องกลยุทธ์ และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ๋งระบบAI เทคโนโลยีอาจจะทำได้ดีกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำไป
  5. วางแผนได้แต่การปฎฺบัติมีปัญหา เป็นปัญหาคลาสสิคที่ยังเกิดขึ้นในทุกองค์กรและ ยังเป็นกลยุทธ์ที่ต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขกันต่อไป
  6. ปัจจุบันหลายองค์กรได้ตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า หน่วยบริหารกลยุทธ์ เป็น Strategic Management Office แค่นั้นยังไม่พอหลายองค์กรได้เริ่มใหม่ด้วยการตั้ง Project Management Office ดูแลเรื่องโครงการต่างๆ
  7. ค้นหาบิสสิเนสโมเดลใหม่ๆ  ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะในเรื่อง ออนไลน์ทูออฟไลน์ซึ่งมาแรงมาก

องค์กรจะเปลี่ยนได้ผู้นำต้องเปลี่ยน ผู้นำในที่นี่ ดร.พสุกล่าวว่า หมายถึงผู้นำทุกระดับในองค์กร

 เทรนด์ของผู้นำ ในปี 2016 ต้องเปลี่ยนไปอย่างไร      

  1. ทันสมัย ติดตาม รู้ทัน ไม่หยุดนิ่งที่จะติดตามการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
  2. มีความถ่อมตัวทางปัญญา (Intellectual Humility) พร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา
  3. เปิดใจ ยอมรับ และเรียนรู้ ต่อ ความแตกต่าง วิธีการใหม่ๆ ความล้มเหลว
  4. ตัดสินใจจากข้อมูล ข้อเท็จจริง จากบิ๊กดาต้าที่มีอยู่
  5. พร้อมที่จะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ข้อมูลใหม่ๆ
  6. ทำงานเป็นทีม ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง
  7. การเคลื่อนไหวและตัดสินใจที่รวดเร็ว (Executing at Speed)

สุดท้าย ถึงแม้จะรู้ว่าเทรนด์จะเป็นอย่างไร แต่ถ้าใช้กลยุทธ์ที่ไม่ถูกต้องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อองค์กรแน่นอน

กลยุทธ์ที่เป็นจุดบอดขององค์กร ในปี 2016

  1. ประมาทต่อคู่แข่งใหม่ที่เข้าสู่อุตสาหกรรม
  2. มุ่งเน้นแต่การสะสม Capital และทำให้องค์กรใหญ่ขึ้น
  3. ปรับตัว แต่ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ ปรับตัวช้าเกินไป
  4. การลงทุนในด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ๆ น้อยและช้าเกินไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer