ไปรษณีย์ไทยฉลองก้าวสู่ปีที่ 144 และ 40 ปีอีเอ็มเอส ตั้งเป้าเพิ่มรายได้กลุ่มไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์และธุรกิจใหม่เป็น 60% ภายใน 2-3 ปี พร้อมรุกเปิดกระเป๋าเอกสารดิจิทัล Prompt Pass, บริการตรวจสภาพสินค้าถึงบ้าน และเตรียมตั้งบริษัทเทคสปินออฟทำซอฟต์แวร์หนุนเอสเอ็มอีภายใน 1 ปี

ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ / คุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม / ผศ. ดร. เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการและประธานกรรมการบริหาร ไปรษณีย์ไทย

ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ทิศทางหลักของบริษัทคือยึดมั่นการยกระดับองค์กรจากผู้ให้บริการขนส่งพื้นฐาน สู่การเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน

“วิสัยทัศน์ใหม่ของเราคือการส่งมอบการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่าย โดยข้ามพ้นสงครามราคาในตลาดขนส่งสินค้าพื้นฐานมาสู่การสร้างคุณค่าร่วม”

“โจทย์ใหญ่คือการทำเรื่องที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การรับส่งพัสดุ แต่คือการนำส่งความสัมพันธ์และความสำเร็จ โดยเราต้องการทั้งการเติบโตทางธุรกิจและการสะท้อนคุณค่าที่แท้จริง”

กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ได้ปรับกลยุทธ์เน้นการสร้างความคุ้มค่าและคุณภาพการจัดส่ง โดยทำหน้าที่เป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่ไม่หักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มสูงถึง 35% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs 

พร้อมยกระดับความปลอดภัยผ่านระบบการจ่าหน้าแบบดิจิทัล สามารถแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ส่ง-ผู้รับเป็นรหัส 6 หลัก ซึ่งผู้ใช้งานสามารถขอรับรหัสโดยผูกกับโลเคชั่น จึงสามารถระบุพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้งานเพียงแค่เขียนรหัส 6 หลักในช่องผู้ส่ง-ผู้รับบนกล่องพัสดุ แทนการเขียนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ สร้างความสะดวกสบายและรักษาความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้

กลุ่มบริการไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์ได้หันมาบุกตลาดวิถีชีวิตและครอบครัวเต็มกำลัง โดยไปรษณีย์ไทยได้ปรับตัวรับมือด้วยการยกระดับบริการจดหมายและเอกสารไปสู่ระบบดิจิทัล เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอกสารสำคัญทางการและธุรกรรมเอาไว้ให้ได้ ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ระบบ Digital Postbox และเตรียมพร้อมเปิดตัวบริการ Document Wallet รวมถึง Prompt Pass

ขณะเดียวกันก็เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ผ่านเฮลธ์แคร์แอนด์เวลเนสโซลูชัน เพื่อจัดส่งยาและน้ำแร่ธรรมชาติส่งตรงถึงบ้าน 

บริการ Inspect & Verified Delivery ส่งบุรุษไปรษณีย์ไปตรวจสภาพสินค้าเก่าแลกใหม่ถึงบ้าน 

บริการเอนเตอร์เทนเมนต์ดิสทริบิวชันแชนเนล นำโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศของไปรษณีย์ไทย มาทำหน้าที่เป็นช่องทางในการเชื่อมต่อผู้บริโภคเข้ากับคอนเทนต์และความบันเทิงระดับโลก อย่างการร่วมมือกับพันธมิตรถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก  

ส่วนของธุรกิจดาวรุ่งใหม่ นำโดยโมเดลการจัดตั้งบริษัทเทคโนโลยี หรือเทคสปินออฟ ภายใน 1 ปี เป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่จะขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน นอกเหนือจากธุรกิจโลจิสติกส์แบบดั้งเดิม 

ไปรษณีย์ไทยจะมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันและระบบซอฟต์แวร์บริหารจัดการหลังบ้านอย่างครบวงจร เพื่อให้บริการในรูปแบบสมัครสมาชิกหรือซับสคริปชันที่เน้นโครงสร้างราคาซึ่งมีความสมเหตุสมผลและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ขายออนไลน์กลุ่ม SME  

ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถเข้าถึงเครื่องมือการบริหารจัดการระดับมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการคลังสินค้า ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า หรือระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในตลาดอีคอมเมิร์ซได้อย่างยั่งยืน

อีกทั้งยังมีศักยภาพของเครือข่ายและแพลตฟอร์ม Thailandpostmart สร้างโอกาสใหม่ให้สินค้าตัวท็อปทั่วไทย สินค้า Made in Thailand และผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ โดยสามารถสร้างยอดขายสินค้าชุมชนสะสมกว่า 2,000 ล้านบาทในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันทำยอดขายได้ 600-700 ล้านบาทต่อปี

ด้านกระแสเงินสด ถือเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งที่สำคัญและเป็นการยืนยันอนาคตแห่งการเติบโต โดยปัจจุบันกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิได้พลิกฟื้นกลับมาเป็นบวก

“การวัดประสิทธิภาพที่แท้จริงของธุรกิจดูที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งจากช่วงวิกฤตที่เคยติดลบเกือบ 6,000 กว่าล้านบาท ปัจจุบันกระแสเงินสดพลิกฟื้นกลับขึ้นมาเป็นเกือบ 10,000 ล้านบาท ยืนยันว่าผลประกอบการแท้จริงอยู่ในสถานะพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างสมบูรณ์แล้ว”

ผลประกอบการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 

ปี 2022 รายได้ 19,546 ล้านบาท ขาดทุน 3,018 ล้านบาท 

ปี 2023 รายได้ 20,934 ล้านบาท กำไร 78 ล้านบาท 

ปี 2024 รายได้ 20,993 ล้านบาท ขาดทุน 187 ล้านบาท 

ปี 2025 รายได้ 22,173 ล้านบาท กำไร 121 ล้านบาท และมีกำไรก่อนจ่ายโบนัสกว่า 450 ล้านบาท หลังจากหักการจ่ายโบนัสเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานกว่า 40,000 คน

สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2026 (มกราคม – มิถุนายน) บริษัททำรายได้รวมไปแล้ว 11,368 ล้านบาท 

กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ถือเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนหลักขององค์กร โดยมีอัตราการเติบโต 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มโลจิสติกส์ขยับเพิ่มขึ้นจาก 46% ในปี 2025 มาเป็น 51.33% ของรายได้รวมทั้งหมด 

ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างรายได้สู่ธุรกิจขนส่งอย่างเต็มรูปแบบ แม้ว่าบริษัทจะต้องบริหารจัดการท่ามกลางความท้าทายจากแรงกดดันด้านต้นทุนทางตรง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงได้รับปัจจัยบวกจากการใช้ฐานข้อมูลซูเปอร์ ดาต้า และศักยภาพของบุรุษไปรษณีย์กว่า 20,000 คน ลงพื้นที่สำรวจและแปลงข้อมูลกายภาพเป็นข้อมูลดิจิทัล ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมาก

โดยในหมวดหมู่นี้ยังมีบริการส่งด่วน EMS ที่ครบรอบ 40 ปี เป็นตัวชูโรงสำคัญ ซึ่งทำรายได้เติบโตขึ้น 2.98% และมีปริมาณชิ้นงานเพิ่มขึ้น 1.90% ในครึ่งปีแรก อันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซ ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่ารายได้จากบริการ EMS ตลอดทั้งปี 2026 จะทำยอดได้สูงกว่า 10,000 ล้านบาท

กลุ่มบริการไปรษณียภัณฑ์ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจหลักโดยมีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 34.92% ของรายได้รวมในครึ่งปีแรก แม้ว่าสภาวะตลาดปัจจุบันจะมีปริมาณการส่งจดหมายกระดาษแบบเดิมลดลงตามการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล 

กลุ่มบริการระหว่างประเทศ เป็นกลุ่มที่เข้ามาช่วยเติมเต็มโครงสร้างรายได้ของบริษัท โดยมีสัดส่วนรายได้ในครึ่งปีแรกคิดเป็น 7.86% ของรายได้รวมทั้งหมด

“การรักษาสัดส่วนรายได้จากกลุ่มไปรษณียภัณฑ์และบริการระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างความมั่นใจว่าผลประกอบการขององค์กรจะสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปตามแผนงานที่วางไว้”