นิสสัน หนึ่งในค่ายรถใหญ่ของญี่ปุ่น วางกลยุทธ์การพัฒนาใหม่ ด้วยการออกแบบแพลตฟอร์มส่วนกลางร่วมกันสำหรับรถยนต์หลายรุ่นที่มีขนาดใกล้เคียงกัน
เพื่อลดระยะเวลาพัฒนารถกลุ่มเอสยูวีรุ่นใหม่ๆ สำหรับตลาดในอเมริกาเหนือ ให้เหลือ 3 ปี 1 เดือนจากนั้นจะนำแพลตฟอร์มดังกล่าวไปใช้ต่อยอดกับรถรุ่นดัดแปลงอื่นๆ
ซึ่งจะช่วยลดเวลาพัฒนาได้ถึง 40% และเร่งเวลาทั้งหมดในการสร้างรถรุ่นใหม่เหลือเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น โดยวิธีนี้จะถูกนำไปใช้กับรถ 80% ของยอดขายทั่วโลก
ฮิเดมิ ซาซากิ รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ของนิสสัน ระบุว่า นี่คือการปฏิรูปเพื่อก้าวสู่บริษัทที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และส่งมอบรถยนต์ที่ดีได้ทันเวลา
ด้านฮอนด้า ตั้งเป้าลดต้นทุน ระยะเวลา และปริมาณงาน ลงอย่างละครึ่งหนึ่งจากระดับปี 2025 ด้วยการนำเอไอและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเต็มรูปแบบ
โดยจะประเดิมใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป
ขณะที่ซูซูกิก็จะลดระยะเวลาการพัฒนาลงครึ่งหนึ่งจากปัจจุบัน ให้เหลือเพียงราวๆ 2 ปี ส่วน มิตซูบิชิ ตั้งเป้าลดระยะเวลาพัฒนาลง 20% ให้เหลือราว 3 ปี

ฝ่ายโตโยต้า ค่ายรถอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น และเป็นแบรนด์รถญี่ปุ่นที่ขายดีที่สุดในตลาดโลก วางแผนเร่งกระบวนการพัฒนาให้เร็วขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ในโรงงานให้ดีขึ้น 35%
ความเคลื่อนไหวที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันของค่ายรถญี่ปุ่นครั้งนี้มีขึ้นหลังค่ายรถญี่ปุ่นถูกค่ายรถจีนทิ้งห่างไปเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องปริมาณการส่งออก และส่วนแบ่งในตลาดยุโรป
ขณะที่ยอดขายรวมทั่วโลก ค่ายรถยนต์จีนก็ทำเพิ่มเป็น 27 ล้านคัน แซงหน้าค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่ทำยอดขายรวมได้ราว 25 ล้านคัน
ซึ่งหนึ่งในสาเหตุหลักมาจากเวลาในการพัฒนารถรุ่นใหม่ที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยค่ายรถญี่ปุ่นใช้เวลาเฉลี่ย 4–5 ปี ขณะที่ค่ายรถจีนใช้เวลาเฉลี่ยอยู่เพียงราว 2 ปี หรืออาจน้อยกว่านั้น
นอกจากนี้ ราคารถจีนยังถูกกว่า ข้ามไปสู่ตลาดรถอีวีแล้ว พร้อมมีซัพพลายเชน ผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญได้เองภายในประเทศ
ต่างจากรถญี่ปุ่นที่ราคาแพงกว่า ยังยึดกับรถขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน และต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอกและการตรวจสอบความปลอดภัยหลายขั้นตอน
พร้อมกันนี้ตลาดสำคัญในเอเชียอย่างแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยกล่าวได้ว่าเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของค่ายรถญี่ปุ่น ก็เสียส่วนแบ่งในตลาดรถอีวีให้ค่ายรถจีนไปแล้วกว่า 70%
ขณะเดียวกันรัฐบาลประเทศใหญ่ในแถบนี้อย่างอินโดนีเซียและไทย ต่างพร้อมใจเปิดไฟเขียวให้ค่ายรถจีนอย่างบีวายดีมาสร้างโรงงาน จนดูเหมือนว่าค่ายรถญี่ปุ่นที่อยู่มานานกว่า ถูกลดความสำคัญลงไป
ขาลงของค่ายรถญี่ปุ่นยังสร้างความเจ็บใจให้กับญี่ปุ่นเองเพราะเป็นประโยชน์ต่อค่ายรถจีน ไม่ต่างจากการยื่นอาวุธให้คู่แข่ง

เช่น กรณีที่ค่ายรถเชอรีของจีน ซื้อโรงงานในแอฟริกาใต้ต่อจากนิสสันของญี่ปุ่น ครอบคลุมสินทรัพย์ทั้งหมด
ตั้งแต่ที่ดิน อาคารโรงงาน ไปจนถึงเครื่องจักร ให้เชอรี และยังให้พนักงานตัดสินใจเองว่าจะทำงานต่อกับเจ้าของใหม่หรือไม่
ซึ่งนอกจากถือเป็นการเพิ่มความได้เปรียบในการขยายตลาดในแอฟริกาใต้ ต่อจากปัจจุบันที่ส่วนแบ่งของเชอรีแบรนด์เดียว มากกว่าสองแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง นิสสันกับมาสด้ารวมกันอยู่แล้ว
ยังช่วยทำให้การรุกตลาดประเทศอื่นๆ ในแถบแอฟริกาง่ายขึ้นอีกด้วย / japantoday-kyodo
