Live ไม่ได้มีแค่ Like แบรนด์จึงต้องมองให้ลึกซึ้ง! แต่ถ้าจะทำให้ปังต้องปรึกษา Thai Livestream

นับตั้งแต่ “Digital Marketing” เฟื่องฟูขึ้นมา จนเม็ดเงินโฆษณาในช่องทางดิจิทัลเติบโตขึ้นทุกปี โดยในปี 2017 สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ชี้ว่ามีแนวโน้มที่เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลจะปรับตัวสูงขึ้นอีก 24% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 11,774 ล้านบาท ซึ่งนี่จะเป็นปีแรกที่มูลค่าแตะระดับหนึ่งหมื่นล้านบาท

 

เพราะคนไทยชอบดู “วิดีโอ”

หนึ่งในเทรนด์ที่ถูกมองว่าจะทวีความสำคัญขึ้นมาในยุคดิจิทัล คือ “วิดีโอ” ภาพเคลื่อนไหวที่กำลังจะเข้ามาแทนที่ภาพนิ่ง และพัฒนาการของเทคโนโลยีก็ทำให้ภาพในวิดีโอ คมชัดเหมือนได้เห็นด้วยตาตนเอง โดยสิ่งที่จะยืนยันได้ว่าวิดีโอกำลังเป็นที่นิยม คือข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ETDA ที่สำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2017

โดยระบุว่า คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตในวันทำงาน/เรียนหนังสือ เฉลี่ย 6 ชั่วโมง 30 นาที/วัน กิจกรรมที่ทำมากที่สุดคือ Social Media 3 ชั่วโมง 30 นาที/วัน ตามมาด้วยการดูทีวี/ดูหนัง/ฟังเพลงออนไลน์ 2 ชั่วโมง 18 นาที/วัน และจะเพิ่มขึ้นไปเป็น 2 ชั่วโมง 42 นาที/วัน ในวันหยุด

อีกทั้งยังมีข้อมูลจาก YouTube เข้ามายืนยันอีกเสียงว่า คนไทยรักการดูวิดีโอ ถึงขนาดที่ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ของประเทศที่ดูวิดีโอบน YouTube สูงสุดของโลก โดยคนไทยดูวิดีโอผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น 85% ต่อปี

 

วิดีโอไม่ได้มีแค่ YouTube

วันนี้ไม่ได้มีแค่ YouTube ที่ผู้บริโภคกำลังเสพวิดีโออยู่ เพราะในปีนี้มีอีกเทรนด์ที่นักการตลาดยากที่จะมองข้ามนั่นคือ “Live” หรือการถ่ายทอดสดออนไลน์ ซึ่งก็คือ การรับ/ส่ง สัญญาณภาพและเสียงบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยอาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ในการเข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถถ่ายทอดได้ ณ ขณะนั้น ๆ และยังสามารถโต้ตอบกันได้ทั้งในรูปแบบของภาพ เสียง หรือข้อความ

จุดนี้เองได้กลายมาเป็นจุดเด่นที่นักการตลาดหันมามอง Live เพราะผลที่เกิดขึ้น เนื่องจากการ Live สามารถระบุจำนวนคนดูได้อย่างชัดเจน การทำตลาดสามารถวัดผลได้ ทำให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคใกล้ชิดและเห็นผลมากขึ้น

Facebook หนึ่งในแพลตฟอร์มที่มาแรงแห่งปีที่มียอดคนดูวิดีโอถึง 4 พันล้านวิวต่อวัน เมื่อพูดถึงการ Live เราย่อมนึกถึง Facebook ที่ทำให้คำว่า Live เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป นับตั้งแต่การเปิดบริการฟังก์ชั่น Live ให้กับคนทั่วไปได้ใช้ ในช่วงปลายปี 2015 จนถึงวันนี้ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเห็น Live ผ่านหูผ่านตา หรือขึ้นมาในหน้าไทม์ไลน์บ้างแล้ว

ซึ่งในระยะหลังไม่ได้มีแค่ผู้ใช้อย่างเรา ๆ หรือช่องทีวีเท่านั้น ที่ใช้ Live เป็นช่องทางในการถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ แต่ยังมีแบรนด์หลาย ๆ แบรนด์ที่เห็นถึงโอกาสการสื่อสารจากช่องทางนี้ก็หันมา Live กันมากขึ้น

 

อย่ามอง Live มีแค่ยอด Like

 

บางครั้งสิ่งที่แบรนด์มอง Live อยู่ที่ยอดของการ Like เท่านั้น ซึ่งนั่นไม่ใช่ทั้งหมดของการ Live

Marketeer Online ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณจ๊อบ – ปิยนันต์ ชวเลขยางกูร CEO ของบริษัท DooTV Media จำกัด ซึ่งเป็นบริษัททำ Livestream อันดับต้น ๆ ของประเทศ ภายใต้ชื่อ “Thai Livestream”

คุณจ๊อบได้เล่าให้ฟังว่า จากประสบการณ์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2011 และทำ Livestream มาไม่น้อยกว่า 600 งาน พบว่าบางครั้งแบรนด์ก็มักจะเข้าใจว่าทำ Live ขึ้นมาเพราะเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ทำ และมองว่าแค่ได้ยอด Like มาก ๆ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

แต่จริง ๆ แล้วการทำ Live ไม่ได้เป็นเรื่องของการดูวิดีโอบน Facebook อย่างเดียว แต่ยังมีผลลัพธ์แฝงมากกว่านั้น ซึ่งคุณจ๊อบได้เผย 5 เคล็ดลับที่จะทำให้แบรนด์ของคุณใช้การ Live ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.Engagement : ให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับงานได้มากยิ่งขึ้น เช่น งานที่ทาง Thai Livestream เคยทำมาก็จะเป็น การที่ค่ายมือถือที่มีเบอร์เสริมดวง สามารถสร้างกิจกรรมให้ลูกค้าสามารถนำเบอร์ตนเองมาให้ทำนายดวงได้สด ๆ ผ่าน Live ทำให้ลูกค้ามี Engagement กับแบรนด์เพิ่มมากขึ้น และยังทำให้เกิด Two-Way Communication ซึ่งช่วยทำให้ลูกค้าเข้าถึงในวงกว้างได้มากขึ้น

2.Real-Time Activity : ยุคนี้การตลาดต้องเร็วและหลากหลายรูปแบบ การ Live จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้งานอีเวนท์ต่าง ๆ เช่น เปิดตัวสินค้าใหม่ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทันที และดึงดูดให้ผู้บริโภคอยากมาเห็นด้วยตนเอง ต่างจากยุคก่อนที่กว่าภาพในงานจะไปถึงผู้บริโภค ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 วันในการตัดต่อ อีกทั้งการ Live ยังช่วยเพิ่มทราฟฟิคภายในงาน ที่ต้องการให้มีผู้เข้าชมงานจำนวนมากอีกด้วย

3.ส่งเสริมการขาย โดย Live : การ Live เป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มช่องทางการส่งเสริมการขายให้มีหลากหลายช่องทางมากยิ่งขึ้น และยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับงานโดยเป็นช่องทางที่สามารถนำไปขายให้กับ Sponsor ได้เป็นอย่างดี

4.Awareness : เสริมการรับรู้ของแบรนด์ ให้เป็นวงกว้างที่มากยิ่งขึ้นแบบ Real-time เช่น งานฉลองครบรอบ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของแบรนด์ ที่ไม่ว่าหน้างานจะสามารถจุคนได้เพียงใด ก็ยังขยายการรับรู้ให้เพิ่มมากขึ้นได้เป็นวงกว้างอย่างไร้ขีดจำกัด

5.Brand Value โดย Live : ช่วยส่งเสริมงานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ หรือส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ตรงกลุ่ม เช่น งานการกุศลต่าง ๆ อย่างงานก้าวคนละก้าว ของพี่ตูน ทางทีมได้มีส่วนร่วมในการทำ Live โดยการ Live จะช่วยให้คนเห็นคุณค่า และรับรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ถึงระยะทาง อารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ทำให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วมไปด้วย และเป็นการเพิ่มยอดบริจาคให้ได้ตามเป้าหมายอีกด้วย

 

หนึ่งในผลงานของ Thai Livestream คือการเป็นเบื้องหลังทั้งหมดในการถ่ายทอดสด กิจกรรม “ก้าวคนละก้าว” 

 

จาก Service Provider สู่ “Live Agency

 

คุณจ๊อบ เล่าต่อว่า จริง ๆ แล้ววันนี้การ Live ไม่ได้มีแค่ Facebook เท่านั้น หากยังมีแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกทั้ง YouTube ที่แม้จะมาก่อนแต่ก็ยังไม่ดังเท่า Facebook รวมถึง Line ก็ทำได้ นอกจากนี้ก็ยังมีสื่อนอกบ้านอย่างป้ายบิลบอร์ด ที่เหมาะกับงานเปิดตัวสินค้าใหม่ แล้วต้องการให้ผู้บริโภคที่อยู่บริเวณนั้นได้เห็น ก็สามารถส่งภาพจากในงานไปสู่จอบริเวณรอบ ๆได้ ซึ่งเป็นการขยายช่องทางของ Live ให้มากขึ้น

นอกจากนี้ก็ยังมีแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่สามารถทำได้แล้ว เช่น Joox หรือ AIS Play รวมถึงแอพดูหนังฟังเพลงก็สามารถทำได้ ข้อดี คือ ถ้าส่งไปยังแอพก็จะเข้าหากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเจาะได้โดยตรง

การมีแพลตฟอร์มหลากหลาย ทำให้ในปีหน้า Thai Livestream ทำการยกระดับขึ้นจาก Service Provider เป็น “Live Agency” ซึ่งจะให้บริการที่ครอบคลุมกว่า เพราะ Thai Livestream มองที่ความต้องการและความสะดวกของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้จะไม่ได้เป็น Agency แบบ Digital Agency แต่ยังคงเน้นที่จุดแข็งของ Thai Livestream คือ “การ Live เป็นหลัก” และนำองค์ประกอบอื่นๆ มาเป็นส่วนเติมเต็ม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาด

“เหตุที่ปรับเป็น Live Agency เพราะเรามองการ Live ไม่ใช่แค่การ Live Facebook อย่างเดียว แต่เรามองไปถึงผลลัพธ์ของลูกค้า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงเป็นเบอร์ต้น ๆ ในเรื่องของการ Live เพราะเรามองว่าลูกค้าต้องการอะไร และกำลังขาดอะไร แล้วเติมส่วนที่เรามีความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยในงานของลูกค้า ”

 

“ถ้าแบรนด์ต้องคิดรายละเอียดงานเอง ก็สามารถทำได้ แต่คงจะดีกว่าไหม? ถ้าแบรนด์สามารถใช้เวลาเหล่านั้นไปกับเรื่องอื่น ๆ และปล่อยเรื่อง Live เป็นหน้าที่ของ “ Thai Livestream ”

แบรนด์อาจจะมีมองมุม Live แค่ด้านเดียว แต่ Thai Livestream มองมุม Live ได้หลายด้าน เพราะทางทีมงานได้เรียนรู้จากประสบการณ์และพบว่า ถ้าได้มีการคุยกันตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์แคมเปญ จะรู้ความต้องการของแบรนด์ได้ในทันทีว่าต้องการมุมไหน เนื่องจากบางครั้งได้เพียง Engagement และ Awareness แต่ยอดขายไม่มา จึงต้องมีกระบวนการปิดท้ายเพื่อทำให้การ Live ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง”

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ Thai Livestream กำลังจะทำ และถ้าใครอยากปั้น Live ให้ปังสามารถติดต่อหรือเข้าไปชมผลงานที่ผ่านมาของ Thai Livestream ได้ที่ www.thailivestream.com

แน่นอนการปรึกษากับผู้ที่เชียวชาญ ย่อมสร้างความได้เปรียบที่มากกว่า จริงไหม ?

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer