ทำไม “มหากิจศิริ” ถึงช้อปปิ้ง 11 Street

11 Street แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ที่บินตรงจากเกาหลีมาเปิดตัวในไทยได้แค่ปีกว่าๆ ได้เปลี่ยนมือ มาอยู่ในการครอบครองตระกูลนักช้อปกิจการอย่าง “มหากิจศิริ”

“ตอนนี้หุ้นโอนเป็นของผมแล้ว 100% เต็ม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีพาร์ตเนอร์รายใหม่จากเกาหลีสนใจจะมาร่วมทุนแต่ยังไม่สรุปชัดเจน” เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) บอกถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของดีล

ทำไม 11 Street ถึงเลือกจะถอนตัวแล้วขายกิจการในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ เมื่อตอนเปิดตัวช่วง 1 ปีกว่าๆ ใช้งบการตลาดมากกว่า 300 ล้านบาททั้งซื้อสื่อโฆษณาและทำโปรโมชั่นลดราคา

เหตุผลคือ แม้ตลาด E- Commerce ในบ้านเราจะใหญ่ติดอันดับสองในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แถมเติบโตต่อเนื่องทุกปี แต่หากมองให้ลึกก็ไม่ได้แข็งแกร่งดุจหินผา

สะท้อนภาพความเป็นจริงคือรายใหญ่ที่ยืนอยู่รอด ณ วันนี้ต่างยอมเฉือนเนื้อตัวเองลดราคาสินค้าบางรายการขายต่ำกว่าทุนก็มีให้เห็นมาแล้ว

เป้าหมายก็เพื่อให้ User ทดลองใช้บริการและสร้างฐานลูกค้าให้อยู่ในมือตัวเอง อีกทั้งยังต้องเจอคู่แข่งทางอ้อม กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในโลกออนไลน์ที่เน้นเกมราคาบางรายเลือกจะหยิบกำไรต่อสินค้า 1 ชิ้นชนิดบางเฉียบ

ไม่แปลกที่ 3 ยักษ์ใหญ่ ถึงจะมีพันธมิตรแบรนด์สินค้ามากมาย ก็ยังไม่พบเจอกับคำว่ากำไรในการทำธุรกิจ E- Commerce เมื่อต้องตกอยู่ในภวังค์ของเกมราคา

มหากิจศิริ และ 11 Street ทำไมถึงกล้าตัดสินใจซื้อธุรกิจ

จากตาราง ก็พอจะหาเหตุผลของการ ขาย 11 Street นั้นคือสายป่านในการทำธุรกิจไม่ยาวพอที่จะยืนหยัดได้คงทนเหมือนอย่าง Lazada

คำถามคือแล้ว เฉลิมชัย มหากิจศิริ มองเห็นช่องว่างในการสร้างรายได้ 11 Street ตรงไหนถึงกล้าตัดสินใจซื้อธุรกิจที่ขาดทุนมาครอบครอง

แรกสุดจากการเปิดเผยของ เฉลิมชัย มหากิจศิริ บอกว่าครอบครัวเขามีความสนิทกับทางบริษัท เอสเค แพลเน็ต เจ้าของ 11 Street ซึ่งนั้นจะทำให้ราคาขายน่าจะเป็นราคามิตรภาพทางธุรกิจ

ข้อต่อมานั้นคือการมี Big Data จำนวนลูกค้ามหาศาลที่เคยใช้บริการ 11 Street ซึ่งข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเหล่านี้จะถูกนำมาประมวลผล พร้อมทั้งค้นหา “ช่องว่าง” และความผิดพลาดในอดีตมาปรับปรุง ซึ่งคงต้องรอแถลงข่าวอีกทีว่า 11 Street ในมือเจ้าของคนใหม่จะมีทิศทางอย่างไร

สุดท้ายจากข้อมูลล่าสุดที่ เฉลิมชัย มหากิจศิริ บอกว่าเวลานี้มีบริษัทเกาหลี 1 -2 รายสนใจจะร่วมลงทุน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาสรุปดีลการลงทุน

ซึ่งนั้นแปลว่า “มหากิจศิริ” จะมีเงินลงทุนเพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เพราะธุรกิจ E- Commerce นั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกคือสายป่านต้องยาว เพื่อลากยาวให้ถึงจุดคุ้มทุนให้เร็วที่สุดจากนั้นค่อยมามองในเรื่องกำไรอีกที

คงต้องตามดูกันต่อไปว่า 11 Street ในมือเจ้าของคนใหม่ รวมไปถึงสองยักษ์ใหญ่อย่าง Lazada และ shopee จะค้นพบกับคำว่า “กำไร” วันไหน ซึ่งคงยังไม่มีใครตอบได้ 

แต่ที่ Marketeer สามารถยืนยันได้ชัดเจน ณ เวลานี้คือตลาด E- Commerce ในเมืองไทยไม่หมูอย่างที่คิด

ถ้าไม่เชื่อลองถาม Ensogo ที่หน้าจอเว็บไซต์ได้ตายจากโลกออนไลน์ไปแล้ว

 

(เกร็ดความรู้)

กลุ่มเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ ที่ยืนยันอยู่ได้ ณ เวลานี้ ต้องพก 5 จุดขายนี้เพื่อแข่งขันในตลาด

1. สายป่านต้องยาว พร้อมจะขาดทุนในช่วง 2 -3 ปีแรก ด้วยการลดราคาเพื่อดึงลูกค้ามาอยู่ในมือตัวเอง

2.ต้องมีสินค้าให้เลือกอย่างหลากหลายและ SKU ต้องเยอะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป

3.การจัดส่งสินค้าต้องรวดเร็วทันใจผู้บริโภค

4.สินค้าต้องตรงปก นั้นคือสินค้าที่ขายต้องตรงกับที่ประกาศไว้ (เป็นเรื่องที่เกิดดราม่าบ่อยมากในการซื้อ – ขาย)

5.ระบบการจ่ายเงินต้องหลากหลายครอบคลุมทุกพฤติกรรมการช้อปปิ้ง


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline