10  เทรนด์ บ้านในอนาคต

บางเรื่องเมื่อก่อนอาจจะเป็นแค่กิมมิกเล็กๆเพื่อสร้างสีสันในการขายที่อยู่อาศัย แต่ในอนาคตคือเทรนด์ที่ต้องมาแน่นอน  

ดร. ทวิชา ตระกูลยิ่งยง  ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีและวิเคราะห์ข้อมูล  บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  สรุปถึง 10 เทรนด์ในอนาคต ไว้อย่างน่าสนใจ

1.แข่งขันกันในเรื่องความฉลาดของเวปไซต์องค์กรมากขึ้น การวิเคราะห์โปรฟายและอินไซด์ของคนอย่างลึกซึ้งเป็นเรื่องจำเป็นมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถประเมินความต้องการของลูกค้าได้ถูกต้อง

2.การใช้  AI Chatbot (แชทบอท)  ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่มีไว้สื่อสารโดยการสนทนากับมนุษย์ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะมีมากขึ้น   เพราะคนนิยมการใช้ออนไลน์มากขึ้นทุกที่ทุกเวลา และเมื่อ AIไม่ใช่คน สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถตอบคำถามได้ซ้ำๆกันโดยไม่เบื่อจึงเป็นเรื่องจำเป็น

AI แชทบอท ตอนนี้อาจจะไม่ฉลาดตอบได้แค่คำถามพื้นๆเช่นเรื่องรายละเอียดโครงการ ทำเล ราคา แต่ต่อไปจะมีการสื่อสารโต้ตอบมากกว่านี้ สามารถจับอารมณ์ความต้องการของลูกค้าได้และเข้าใจคนได้มากขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาให้เข้าใจภาษาไทยมากขึ้น AI ต้องจับได้ว่าสิ่งที่ลูกค้าพูดจริง หรือพูดประชด เพราะคนไทยอาจจะไม่ชอบตอบคำถามแบบตรงไปตรงมา

3. ระบบ Home Automation สั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้าน ผ่านมือถือ เช่น การเปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ และโทรทัศน์ หรือพวกสมาร์ทดีไวท์ ต่างๆอย่างเช่นตู้เย็นที่สามารถแจ้งเตือนอาหารหมดอายุ หรือมีระบบเซ็นเซอร์  ทุกเรื่องต่อไปจะเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการอยู่อาศัยมากขึ้น เจ้าของโครงการต้องเตรียมไว้ให้ เหมือนกับการซื้อบ้านแถมแอร์ ถ้าไม่มี อาจจะเจอคำถามว่าทำไมไม่มี

4. ความสะดวกสบายในเรื่อง Delivery โดยการมีหุ่นยนต์ ไว้บริการภายในโครงการ ช่วยอำนวยความสะดวกในการบริการส่งพัสดุถึงหน้าประตูลูกบ้าน ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยของลูกบ้านด้วยการป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้าเดินขึ้นไปส่งของโดยตรง

5.เทคโนโลยีในการจดจำใบหน้า Image recognition system เทคโนโลยีตัวนี้มีอยู่แล้ว อย่างเช่นไอโฟน10 ที่ปลดล็อคด้วยการจดจำใบหน้า แค่เจ้าของโครงการเอาไปประยุกต์ใช้อย่างไร ซึ่งเหมาะอย่างมากกับการใช้ในเรื่องระบบความปลอดภัย ด้วยการจดจำใบหน้าลูกบ้าน หรือการสกรีนรถที่ขับเข้ามาในโครงการถ้ามีใครแปลกปลอมเข้ามาเทคโนโลยีตัวนี้จะแจ้งเตือนทันที

6. การพัฒนาโมบาย แอปพลิเคชันสำหรับลูกบ้าน เป็นการช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ของผู้อยู่อาศัย เช่นแอพช่วยจัดการค่าส่วนกลาง / ยอดเงินฝาก / ยอดเงินค้างชำระ (My Account) รวมถึงการแจ้งซ่อม ฟังก์ชัน ONLINE SHOPPING

7. Smart Move เป็นแพลตฟอร์มบริการเช่ายานพาหนะในโครงการ อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้กับคนรุ่นใหม่ โดยมีรถยนต์ที่ควบคุมและใช้พลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับ Car Sharing ให้ลูกบ้านได้เช่าใช้และคิดค่าบริการจริงเป็นนาที พร้อม EV Charger เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ได้ทั้งความสะดวกสบายและยังสามารถช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

“นวัตกรรมในเรื่องพลังงาน เป็นเรื่องที่จับต้องได้ราคาไม่แพง คาดว่าต่อไปดีเวลลอปเปอร์หลายๆรายจะเอามาประยุกต์ใช้มากขึ้นแน่นอน”

8. รีไซเคิล เทคโนโลยี และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจ  และให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเช่นม ตู้รีไซเคิลขวดอัตโนมัติ ที่ลูกบ้านสามารถนำขวดพลาสติกมารีไซเคิลในเครื่อง เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินเข้าส่วนกลางเพื่อบำรุงโครงการ หรือบริจาคเข้ามูลนิธิตามที่กำหนด  รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องรีไซเคิลน้ำ และขยะต่างๆ

9.นวัตกรรมฟาร์มแนวตั้งอัจฉริยะจากสหรัฐอเมริกาที่กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก สำหรับเทรนด์ในการรักษาสุขภาพ เพราะ เป็น “Indoor Farm” ที่ใช้ IOT ควบคุมและมอนิเตอร์การเจริญเติบโตอัตโนมัติผ่านโมบายแอพฯ ซึ่งจะทำให้การปลูกผักเพื่อรับประทานเองในที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัว  ใช้เทคโนโลยีและการเก็บดาต้าของพืชผักชนิดต่างๆ ทำ ให้สามารถตั้งระบบอัตโนมัติ(Automated Hydroponic Growing Systems) เพื่อควบคุมคุณภาพ ความสดอร่อย และระยะเวลาการเก็บเกี่ยวได้ง่ายๆ ที่สำคัญสะอาด และปลอดยาฆ่าแมลงมีการแจ้งเตือนผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นเมื่อผลผลิตพร้อมเก็บเกี่ยว

10. AR หรือ Augmented Reality เป็นเทคโนโลยีที่นำภาพเสมือนที่เป็นรูปแบบ 3 มิติ จำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้องและการประมวลผลที่จะนำวัตถุมาทับซ้อนเข้าเป็นภาพเดียวกันสามารถมองผ่านกล้องได้โดยตรง ใช้ในเรื่องการตกแต่งที่อยู่อาศัย สำหรับลูกค้าที่ต้องการตกแต่งที่อยู่อาศัยก่อนเข้าอยู่ หรือต้องการตกแต่งที่อยู่อาศัยใหม่ในไลฟ์สไตล์ที่ชอบ

 

VR หรือ Virtual Reality ระบบเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง เพื่อนำเสนอมุมมองคอนโดมิเนียมในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้ลูกบ้านได้เห็นวิวที่อยู่อาศัยจริงก่อนการตัดสินใจซื้อ  สำหรับ AR และ VR นับเป็นการนำเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์ ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า

เทคโนโลยีทั้งหมดดังกล่าว เป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นแน่นอนในอนาคต และหลายอย่าง เกิดขึ้นแล้วในโครงการที่อยู่อาศัยในเมืองไทย

นอกจากนั้นเขายังสนใจในเรื่องเทรนด์ของเรื่อง co-living  ซึ่งอาจจะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ แต่เกิดขึ้นจริงๆแล้วที่เมืองนิวยอร์ก

“แนวความคิดนี้เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ๆที่ราคาที่ดินค่อนข้างแพง คนอาจจะไม่จำเป็นต้องมีบ้านของตัวเอง  เพราะราคาบ้านสูงเกินไป ในวันจันทร์ถึงศุกร์บางคนทำงานอยู่ในเมือง แต่วันเสาร์อาทิตย์อาจต้องการไปอยู่นอกเมือง การเข้าไปสมัครสมาชิกของกลุ่มทำให้มีสิทธิ์ที่จะใช้บ้านหลังต่างๆได้ ในเมื่อเรามีธุรกิจอย่างไทม์แชร์ริ่ง หรือ Àirbnb เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น co-living ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน”

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer