โครงการ AI น่าจับตามองปี 2018

เพิ่มความสามารถการถอดรหัสภาษา

หนึ่งในกิจกรรมที่ AI ถูกนำไปใช้กันอย่างกว้างที่สุดคือการแปลภาษา ยืนยันได้จาก Google Translate ที่กลายเป็นล่ามคู่ใจใครหลายคนเมื่อต้องแปลข้อความหรือติดขัดคำภาษาต่างประเทศ และ AI โต้ตอบบทสนทนาอัตโนมัติ (Chat Bot) ผ่าน Social Media ต่างๆ อย่างไรก็ตามยังมีส่วนที่ต้องพัฒนาต่ออีกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะในส่วนของการตีความอุปมาอุปมัย และเมื่อมีการปรับบริบทหรือรูปแบบในการตีความ

ตามที่ Gian Carlo-Rota อาจารย์ด้านคณิตศาสตร์ผู้ล่วงลับของมหาวิทยาลัย Princeton ระบุว่า หากทำสำเร็จจะเป็นการทลายอุปสรรคในการตีความ ขณะที่ Melanie Mitchell ศาสตราจารย์คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย Portland State เห็นด้วยว่าเป็นสิ่งที่ ระบบการเรียนรู้ของ Software (Machine Learning) ยังไม่สามารถทำได้

ข้อติดขัดเหล่านี้ผลักดันให้หลายบริษัท โดยเฉพาะบริษัทชื่อดังกำลังพยายามพัฒนา AI ให้มีความสามารถมากขึ้น เช่น นักวิจัยของ Facebook พยายามสอน AI ให้เข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงผ่านการดู Video ไม่ต่างจากการที่คนเราหาความรู้ผ่านการชมสารคดี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลงไปทำเอง หรือเสี่ยงกับเรื่องที่อันตราย ขณะที่ศาสตราจารย์ Mitchell ได้ทดลองให้ AI อธิบายภาพที่เห็นผ่านใช้คำเชิงเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่าปี 2018 เทคโนโลยีด้านนี้จะพัฒนาไปไกลอีกมากน้อยแค่ไหน

หาทางลดอุปสรรคเมื่อใช้จริง

ถัดจากการพัฒนาความสามารถด้านภาษา อีก AI Project ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการทำให้บรรดาเครื่องกลมีปัญญาเหล่านี้ไม่ติดขัดเมื่อนำไปใช้จริง ทำงานซับซ้อนได้มากขึ้น และเป็นได้มากกว่าแค่ของเล่น Hi-Tech ราคาเข้าถึงได้อย่าง Drone ขนาดเท่าฝ่ามือราคาหลักหมื่น โดยมีหลายบริษัทได้นำไปทดสอบในพื้นที่จริง สถานการณ์มากขึ้น หลังจากทำแบบเสมือนจริง (Virtual Reality) และอยู่แค่ในโลกจำลองมานาน (Simulated World) มานาน

Google เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่พัฒนาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของรถยนต์ขับเคลื่อนเองอัตโนมัติ ในถนนจริง และล่าสุดเมื่อตุลาคมที่ผ่านมาได้ทดสอบให้แขนกลหยิบจับวัสดุที่ขนาด และรูปร่างแตกต่างกันก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ ส่วนหุ่นยนต์ของ Boston Dynamic ที่เดิมเป็นบริษัทในเครือ Google และปัจจุบัน Softbank มาซื้อต่อไป ก็พัฒนาไปไกลถึงขั้นลุกขึ้นได้เองหากถูกถีบล้ม และตีลังกาจากพื้นต่างระดับโดยที่ไม่ล้มได้แล้ว จึงเป็นที่คาดว่าปีนี้เราจะได้ประจักษ์กันว่าอุปสรรคเมื่อนำไปจริงจะลงไปอีกแค่ไหน หรือมีข้อติดขัดอะไรอีไหมที่อาจเกิดขึ้นจนต้องเขียน Program เผื่อไว้ล่วงหน้า

กันไม่ให้มีข้อผิดพลาดที่เป็นอันตรายเกิดขึ้น

ขึ้นชื่อว่าความผิดพลาดย่อมไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะผลที่ตามอาจร้ายแรงจนคาดไม่ถึง ทั้งก่อความเสียหายเป็นระบบหรืออันตรายถึงชิวิต โดยปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดข้องของอุปกรณ์ ,การลัดวงจร และ Bug รวมไปถึงวิเคราะห์ที่ผิดพลาดของ AI กลายเป็นต้นเหตุของปัญหาความวุ่นวายในปัจจุบันมากขึ้นหลังชีวิตเราต้องพึ่งพา Technology มากขึ้น นี่จึงเหตุผลว่าทำไมเราจึงหัวเสียกันทุกครั้งเมื่อพบว่าไม่ว่า Gadget ล้ำแค่ไหน หากชิ้นส่วนเล็กสุดเกิดเสียขึ้นมาก็สามารถกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ทั้งนั้น นี่ยังไม่รวมถึงการที่มนุษย์ใช้ AI ที่ตนพัฒนาขึ้นไปในทางที่ผิด เช่น Hack อุปกรณ์อิเล็กโทรนิคหรือหลอกระบบ

Tim Hwang นักธุรกิจอเมริกันรุ่นใหม่ไฟแรงและ CEO ของ FiscalNote – Startup ที่นำ AI และ Big Data มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลด้านกฏหมายและประเด็นการเมืองกล่าวถึงประเด็นที่เราต่างเป็นห่วงว่า “การใช้ Machine Learning ทำในเรื่องที่ผิด หลอกลวงมนุษย์หรือแม้กระทั่งระบบด้วยกันเอง เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะปัจจุบันข้อมูลทุกอย่างสามารถหา และเข้าถึงได้หมดผ่าน Mobile Internet แม้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควร จึงทำให้ Machine Learning ไม่ใช่เรื่องยากในการเรียนรู้อีกต่อไป”

วิเคราะห์กันว่าทางแก้ไขเรื่องนี้คือการวางระบบอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น และเตรียมระบบสำรองรองรับสถานการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งเป็นไปได้ว่าปีนี้หากเกิดข่าวความขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่หรือข้อมูลขององค์กรดังถูก Hack ขึ้นมา AI ที่มีการพัฒนาก้าวหน้าไปกว่าเดิม จะจัดการปัญหาได้เร็วยิ่งขึ้น

ความท้าทายใหม่ที่ไปไกลกว่าเกมกระดาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าว Alpha Go – AI จากการพัฒนาของ Deepmind บริษัทด้าน AI ในเครือ Google ชนะเซียนหมากล้อมชั้นนำของโลกหลายคน ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เราตระหนักว่า “สมองกลที่คิดเองได้” นี้มีความสามารถแซงหน้ามนุษย์แล้วในเรื่องการวิเคราะห์และกิจกรรมที่ใช้ความคิดแบบดั้งเดิม จึงเป็นที่คาดว่าปี 2018 เราจะให้เห็นพัฒนาการไปไกลกว่าแค่เกมกระดาน เช่น การที่ปัญญาประดิษฐ์ประชันหมากล้อมหรือหมากรุกกับคน แบบหลายกระดานพร้อมกัน และเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้ความสามารถในการคำนวณสูงอย่าง Warcraft กับคนหลายเกมพร้อมกัน

ถ้าทำสำเร็จนั่นหมายความว่า AI มีความสามารถในการวางแผน คิดวิเคราะห์ ความจำดีขึ้น และแน่นอนฉลาดขึ้น จนทำให้อีกเรื่องล้ำๆ ในนิยายวิทยาศาสตร์อย่างโรงงานที่ควบคุมโดย AI อย่างเต็มรูปแบบ ใช้สมองกลบัญชาการรบ หรือวิเคราะห์รูปภาพที่มีความซับซ้อนใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้น

ใส่วิจารณญาณให้สมองกล

หากชัยชนะในเกมกระดานเหนือเซียนหมากล้อม เป็นข่าวที่สร้างความหวังแก่มวลมนุษยชาติ ว่า AI จะทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายยิ่งขึ้น ข่าวเชิงลบของ AI อย่างการวิเคราะห์ข้อมูลผิดซ้ำๆ การเหยียดผิว หรือดูถูกกลุ่มเพศทางเลือก ก็ทำให้เรากังวลได้เช่นกัน นี่จึงทำให้หลายฝ่ายกำลังพัฒนา Algorithm ที่ช่วยให้การประมวลผลถูกต้อง เหมาะสมและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

การใส่วิจารณญาณให้สมองกลซึ่งปี 2018 เราจะได้เห็นว่าก้าวหน้าไปได้ไกลแค่ไหน เป็นความร่วมมือกันของเหล่าเซียนคอมพิวเตอร์ นักวิจัย และภาคสังคม เห็นได้จาก MIT กับ Harvard สองมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านเทคโนโลยี ได้ร่วมกันก่อตั้ง Ethics and Artificial Intelligence Fund กองทุนเพื่อส่งเสริมการวิจัยจรรยาบรรณ และธรรมมาภิบาลของปัญญาประดิษฐ์ ส่วนบรรดาบริษัทชื่อดังที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีทั้ง Google ,Facebook และ Microsoft ต่างก็กำลังพยายามผลักดันประเด็นนี้เช่นกัน โดยถ้าประสบผลสำเร็จวงการที่จะได้ประโยชน์ในอันดับต้นๆ คือ ธุรกิจการเงินและการแพทย์

คนนั่งคุมกระทรวง AI

อะไรก็ตามที่ได้เริ่มได้รับความนิยมย่อมไม่รอดพ้นสายตาหน่วยงานรัฐ ต้องเข้ามาควบคุมเพื่อความปลอดภัยของสังคมโดยรวม AI ก็เช่นกัน ซึ่งปี 2017 รัฐบาลหัวก้าวหน้าบางประเทศเริ่มขยับเรื่องนี้แล้ว เช่นกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของเยอรมนีได้ร่างกฏระเบียบในการโปรแกรมรถขับเคลื่อนเอง เพื่อให้ Programmer สร้าง Software ที่ปลอดภัย

ขณะที่สหรัฐอาหรับ เอมิิเรตส์ (UAE) ไปไกลกว่านั้น มีการตั้งนักการเมืองหนุ่มวัยเพียง 26 ปี เป็นรัฐมนตรีกระทรวงปัญญาประดิษฐ์ ตามแผนเตรียมพร้อมทางเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นอนาคตเพื่อคนรุ่นต่อไป หลังเดินหน้าลงทุนในวิทยาการล้ำสมัยมากมายก่อนประเทศอื่น อาทิ ตั้งเป้าว่าจะมีหน่วยตำรวจหุ่นยนต์ภายในปี 2030 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดขึ้น เพราะความมั่งคั่งจากน้ำมันสามารถต่อยอดเป็นโครงการล้ำสมัยได้อย่างไม่ยากเย็น

จากสภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ปี 2018 คงมีรัฐบาลอีกหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศเล็กแต่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า หันมาร่างกฏหมายด้าน AI กันมากขึ้น / wired ,futurism


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer