“รู้ทันโรค” กับการตรวจสุขภาพประจำปี

ปัจจุบันคนไทยต้องเผชิญกับปัญหามลพิษต่างๆ ที่แวดล้อมอยู่รอบกาย ส่งผลให้ของเสียเหล่านั้น แทรกซึมเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่ทำให้เกิดโรคเป็นอันตรายต่อชีวิตอย่างคาดไม่ถึง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความดัน หรือแม้แต่โรคเบาหวาน

ฉะนั้นแล้ว การที่เราจะรู้ทันโรค วิธีการที่ได้ผลที่สุด คือการตรวจร่างกายประจำปีในโรงพยาบาลโดยละเอียด ซึ่งถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการส่งเสริม ป้องกัน และซ่อมแซมร่างกาย ให้รอดปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ

นพ.ภักดี เมืองพูล แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ประจำศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รพ.พญาไท 2 กล่าวถึงความสำคัญในการตรวจสุขภาพประจำปีว่า การตรวจสุขภาพประจำปีคือ การตรวจประเมินสุขภาพ ของผู้รับการตรวจโดยไม่จำกัดอายุ ยิ่งตรวจตั้งแต่อายุน้อยๆ จะเป็นการดีในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ  โดยที่ผู้รับการตรวจอาจยังไม่มีอาการผิดปกติ และจำเป็นต้องทำในทุกๆปี ปีละ 1 ครั้ง วัตถุประสงค์สำคัญของการตรวจสุขภาพนั้น เพื่อให้เรารู้ทันโรค หากร่างกายยังปกติ จะได้ส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่อแข็งแรงแล้วก็จะเพิ่มการป้องกัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายห่างไกลโรคร้ายอย่างเห็นผล แต่หากพบว่าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ เราก็จะสามารถซ่อมแซมรักษาได้อย่างทันท่วงที

บางคนไม่เคยตรวจสุขภาพ จุดนี้ทำให้ไม่รู้เลยว่า ร่างกายเรามีอะไรที่บกพร่อง บางครั้งอาจมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งหากปล่อยเรื้อรัง จะทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์ตับ และทำให้เซลล์ตับถูกทำลาย หากเป็นเรื้อรังจะเป็นบ่อเกิดของโรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ โดยมะเร็งตับนั้น ถือเป็นโรคมะเร็ง ที่พบมากที่สุดในคนไทย

สำหรับขั้นตอนการตรวจร่างกายนั้น นพ.ภักดี กล่าวว่า แต่ละคนมักมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ ประวัติครอบครัว วิถีการดำรงชีวิต ขั้นตอนแรก จะเริ่มจากการมานั่งพูดคุย ระบายกิจวัตรประจำวันให้แพทย์ฟัง เปรียบเสมือนการสัมภาษณ์สอบถามประวัติอาการ และประวัติทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อให้แพทย์ได้วางแผนหรือออกแบบการดำรงชีวิตของผู้ตรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจร่างกายโดยละเอียด ทั้งการตรวจทางห้องปฏิบัติ  การตรวจวัดความดัน การตรวจนับเม็ดเลือดและปัสสาวะ การตรวจด้วยการฉายเอกซเรย์เต้านม หรือแมมโมกราฟี การตรวจไต การตรวจไขมันในหลอดเลือด การให้วัคซีนป้องกันโรค และการให้คำปรึกษาสุขภาพ ที่สอดคล้องกับสภาวะของผู้รับการตรวจแต่ละราย

การตรวจสุขภาพสามารถจำแนกการตรวจได้ 4 ประการหลักๆ คือ

  1. ซักถามประวัติเพื่อคัดกรองหาปัจจัยเสี่ยง
  2. ออกแบบวิธรการรักษาให้คำแนะนำเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ
  3. การให้วัคซีนป้องกันโรค และ
  4. การให้ยาเพื่อป้องกันโรค

การตรวจสุขภาพของผู้ชายอายุ 30 ปี ขึ้นไปนั้น จะเน้นการตรวจโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ค่าไขมันในเลือด เช่น ไตรกลีเซอไรด์ หรือค่าคอเลสเตอรอลชนิดดี การวัดดัชนีมวลกาย การตรวจโรคมะเร็ง ซึ่งมะเร็งที่ควรตรวจนั้น ในประเทศไทย ชายไทยมักเป็นโรคมะเร็งตับ และเสียชีวิตมากที่สุด ทั้งที่ป้องกันได้ ฉะนั้นการตรวจสุขภาพ หากพบปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถจะรักษาให้หายได้

ผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป จะเน้นการตรวจคล้ายกันกับผู้ชาย แต่ที่เพิ่มเข้ามา คือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก และการตรวจมะเร็งเต้านม สำหรับผู้มีความเสี่ยง มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ จึงควรตรวจด้วยระบบแมมโมแกรม หากตรวจพบได้เร็ว จะสามารถทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

การตรวจร่างกายในเด็ก ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กับผู้ใหญ่ แม้สุขภาพร่างกายจะแข็งแรง และยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่ก็ควรมาตรวจวินิขฉัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ บางครั้งเราเติบโตมา ใช้ชีวิตปกติ โดยไม่รู้ว่ามีส่วนใดบ้างที่บกพร่อง กว่าจะรู้บางทีก็อาจสูญเสียโอกาสที่ดีในชีวิต อะไรที่ใฝ่ฝันก็อาจสูญสิ้นไป เช่น ในเรื่องของดวงตา บางครั้งการมองเห็นของเด็กบางคน กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นตาบอดสี ที่มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ก็อาจจะสายในขั้นตอนการรักษาไปแล้ว เพราะเด็กบางคนที่เป็นตาบอดสี ที่เกิดจากรรมพันธุ์ แพทย์หรือจักษุแพทย์ จะแนะนำให้สวมแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ ที่มีเลนส์กรองแสงบางสีออกไป ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมองเห็นสีได้ชัดขึ้น แต่หากเป็นตาบอดสี ที่มีสาเหตุมาจากโรคประจำตัวอื่น ๆ แพทย์จะรักษาจากสาเหตุหลักของโรค เพื่อช่วยให้อาการโดยรวมดีขึ้นได้

ส่วนคำถามเรื่องของผู้หญิงตั้งครรภ์ ควรตรวจสุขภาพหรือไม่นั้น นพ.ภักดี กล่าวว่า ปกติผู้หญิงตั้งครรภ์ จำเป็นต้องฝากครรภ์กับแพทย์เฉพาะทาง หรือสูตินารีแพทย์ ฉะนั้นขั้นตอนการตรวจสุขภาพ สูตินารีแพทย์จะเป็นผู้ดูแล เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูกอย่างสัมฤทธิ์ผล

จะเห็นได้ว่า ความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี จะสามารถทำให้เรารู้ทันโรค วางแผนการส่งเสริม ป้องกัน และซ่อมแซมร่างกายได้ทันท่วงที ฉะนั้นการสละเวลาเพียงปีละ 1 ครั้ง แม้อาจเสียเวลาสักนิด แต่ก็จะทำให้เรามีชีวิตยั่งยืนนาน ไร้โรค ไร้ภัย อันเป็นลาภอันประเสริฐของชีวิตมนุษย์ปุถุชนทุกคน ผู้ที่สนใจสามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพได้ที่ 1772 ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รพ.พญาไท 2 ตลอด 24 ชั่วโมง .

 

นพ.ภักดี เมืองพูล แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ประจำศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รพ.พญาไท 2