“เฟซบุ๊ก” ยิ่งเล่นนาน ยิ่งจ่ายเพิ่ม

กลายเป็นคำถามที่แบรนด์ก็อยากรู้ว่า จริงๆแล้วการโฆษณาทางสื่อดิจิทัล ที่มีแนวโน้มเม็ดเงินเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ช็อปเปอร์มาซื้อสินค้าหรือเปล่า ?

แต่ที่แน่ๆ ข้อมูลจาก กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ระบุว่า ไม่ได้มีเพียงแต่อัตราการครอบครองสมาร์ทโฟน จำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต และระยะเวลาที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่รวมไปถึงการซื้อสินค้า FMCG ในช่องทางออนไลน์ก็มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นไปด้วย

โดยเมื่อปี 2015 มีจำนวนคนที่ซื้อสินค้า FMCG ผ่านช่องออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งครั้งอยู่เพียง 3.3% ขยับเพิ่มเป็น 6% ในปี 2016 และ 10% ในปี 2017 อีกทั้งการจับจ่ายในช่องออนไลน์เองก็เพิ่มขึ้นจาก 916 ล้านบาท เป็น 1,972.4 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 4,399 ล้านบาทในปี 2017

โซเชียลช็อปเปอร์เน้นซื้อทาง “เฟซบุ๊ก”

อย่างไรก็ตามได้ กันตาร์ฯ ได้มีการสำรวจถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยพบว่า เมื่อสอบถามกลุ่มช็อปเปอร์โดยทั่วไป 79.5% รู้ว่าสามารถจับจ่ายสินค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้ โดยที่ 29.7% เคยซื้ออย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 30 วันที่ผ่านมาซึ่งสูงกว่าช่องทางออนไลน์จากโมเดิรน์เทรด (เช่น 7-11 Online, Tesco Lotus Online) ถึง4%เมื่อถามคำถามเดียวกัน และยังพบว่า ช็อปเปอร์ไทยโดยทั่วไปแล้วจับจ่ายมากที่สุดอยู่ที่ เว็บไซท์ทั่วไป (Independent Website) 33.6%, เฟซบุค 29.9 %,ลาซาด้า 28.1% และไลน์ 7.3%

แต่เมื่อถามโซเชียลช็อปเปอร์ ที่บอกว่าตนเคยซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย จะมีลักษณะช่องทางการจับจายที่ต่างออกไป กลับพบว่า ช่องทางจับจ่ายสูงสุดกลับเป็น “เฟซบุ๊ก” ที่มีสัดส่วนจับจ่ายอยู่ที่ะ 34.8%, ลาซาด้า 29.2%, เว็บไซท์ทั่วไป 27.7% และ ไลน์ 7.4%

เฟซบุ๊ก” กระตุ้นให้เปย์หนัก

เมื่อเฟซบุ๊กช่องทางที่ช็อปเปอร์ใช้จ่ายในลำดับต้นๆ กันตาร์ฯ จึงได้ทำผลวิจัยที่ชี้ว่า ความถี่และระยะเวลาในการใช้เฟซบุ๊ก ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย สินค้าอุปโภคบริโภคทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์

ครึ่งของกลุ่มช็อปเปอร์ที่เล่นเฟซบุ๊กทุกวัน มีแนวโน้มที่จะจับจ่ายในเม็ดเงินที่สูงกว่าผู้บริโภคทั่วไปถึงสองเท่า และ เมื่อมองในมุมของระยะเวลาที่เล่นต่อวันจะเห็นว่า การที่ช็อปเปอร์ที่ใช้เวลาบนเฟซบุคนานขึ้น จะมีพฤติกรรมการจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้นตามลำดับ

โดยกลุ่มคนที่ใช้เวลาบนเฟซบุ๊กน้อยกว่า10 นาทีต่อวันมีการใช้จ่ายคนละ 19,925 บาทต่อปีโดยเฉลี่ย แต่เมื่อมองกลุ่มคนที่ใช้เวลาบนเฟซบุ๊กมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวันพบว่าช็อปเปอร์กลุ่มนี้ใช้จ่ายสูงถึง 26,107 บาทต่อคนต่อปี มากไปกว่านั้นช็อปเปอร์ที่เล่นเฟซบุ๊กทุกวันนั้น ยังมีโอกาสที่จะกลับมาซื้อสินค้าในช่องออนไลน์ มากกว่าช็อปเปอร์ทั่วไป ถึง 62%

เฟซบุ๊ก” ยิ่งเล่นนาน ยิ่งทำให้จ่ายเพิ่ม

0 – 5 นาที 18,201 บาท

5 – 10 นาที 19,925 บาท

10 -20 นาที 20,587 บาท

20 -30 นาที 21,019 บาท

30 นาที – 1 ชั่วโมง 22,690 บาท

1 – 2 ชั่วโมง 20,713 บาท

มากกว่า 2 ชั่วโมง 26,107 บาท

*การซื้อสินค้า FMCG ในเฟซบุ๊กเฉลี่ยใน 1 ปี

ที่มา : กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์), ธันวาคม 2017

สนใจโฆษณาทำจ่ายเพิ่ม 2 เท่า

รวมถึง 29% ของช็อปเปอรที่เล่นเฟสบุ๊คนั้น สนใจและสังเกตเห็นโฆษณาออนไลน์, 27% สนใจที่จะเยี่ยมชมแฟนเพจของแบรนด์ และ 18% สนใจที่จะคลิ้กสื่อโฆษณา โดยกลุ่มคนที่สนใจต่อสื่อนั้นมีแนวโน้มที่จะจับจ่ายในช่องทางออนไลน์ที่สูงกว่าปกติถึงสองเท่า

เหตุที่เป็นอย่างนั้น เนื่องจาก 53.8% ของผู้ที่ใช้งานเฟชบุ๊คประจำคือผู้บริโภคหลักของกลุ่ม FMCG ที่มีมูลค่าใช้จ่ายมากที่สุด ซึ่งนี่อาจสะท้อนมุมกลับได้ว่ากลุ่มที่ใช้เฟสบุ๊คเยอะๆ คือกลุ่มที่มีกำลังซื้อพอสมควร

ยูทูป” ก็กระตุ้นได้เช่นกัน

และไม่ใช่แค่เฟซบุ๊คเท่านั้นที่กระตุ้น แต่โซเชียลมีเดียแพลทฟอรม์อย่าง “ยูทูป” เองก็มีศักยภาพอยู่ไม่น้อย โดยปกติแล้ว 20% ของช็อปเปอร์ไทยนั้นจะดูยูทูปทุกวัน แต่จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30% สำหรับช็อปเปอร์ไทยที่มีพฤติกรรมใช้จ่ายสูงกว่าช็อปเปอร์ปกติ

ทั้งหมดนี้จึงแปลได้ง่ายๆว่า กลุ่มผู้ที่ใช้ทั้งเฟซบุ๊คและยูทูป เป็นประจำมีแนวโน้มสูงที่จะใช้จ่ายมากขึ้นไปด้วย ซึ่ง กันตาร์ฯ บอกว่า ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีการใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มช็อปเปอร์ทั่วไปในตลาดถึง 10% เลยทีเดียว