Diamond Grains กราโนล่า แบรนด์แรกของไทย รายได้เท่าไร

Diamond Grains กราโนล่า แบรนด์แรกของไทย รายได้เท่าไร

ถ้าพูดถึง กราโนล่า หลายคนอาจจะสงสัยว่า คืออะไร

แต่สำหรับคนรักสุขภาพ และรับประทานอาหารคลีนแล้ว คงรู้จัก กราโนล่า เป็นอย่างดี ในฐานะธัญพืชแผ่นลักษณะคล้ายกับคอนเฟลกแต่ไม่ผสมแป้งให้ความเป็นธัญพืช 100% เต็ม

กราโนล่าส่วนใหญ่ในยุคที่อาหารคลีนเริ่มฮิตใหม่ๆ ในประเทศไทย จะเป็นกราโนล่าที่มาจากต่างประเทศจึงมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้คนทั่วไปอย่างเราๆ อาจจะเอื้อมไม่ค่อยถึงนัก ถ้าคิดจะรับประทานคลีนทุกมื้อ

แต่ในตลาดประเทศไทยมีกราโนล่าแบรนด์หนึ่งที่มีราคาไม่สูงเกินไป เมื่อเทียบกับ กราโนล่าจากต่างประเทศ ซึ่งแบรนด์นั้นก็คือ Diamond Grains

และ Diamond Grains ได้ชื่อว่าเป็นกราโนล่าแบรนด์ไทยแบรนด์แรกอีกด้วย

ถ้าเกริ่นเพียงแค่นี้อาจจะยังไม่น่าสนใจนัก แต่คงจะน่าสนใจกว่านี้ ถ้าบอกว่า เจ้าของแบรนด์ Diamond Grains เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีอายุเพียง 26 ปี เท่านั้น แต่กลับทำรายได้ให้กับบริษัทของตัวเองมากถึง 263 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

เริ่มอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าพวกเขาทำอย่างไร

รายได้ Diamond Grains 2557 154,752.20 2558 38,593,105.40 2559 167,014,088.43 2560 263,217,618.98 ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ รายได้จากบริษัท บรันซ์ไทม์ จำกัด

Diamond Grains มีต้นกำเนิดจากคู่รักอย่าง ชนิสรา และ วุฒิกานต์ วงศ์ดีประสิทธิ์ ที่มีความคิดอยากเป็นเจ้าของกิจการตั้งแต่ร่ำเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งธุรกิจของพวกเขาโฟกัสไปที่ “อาหาร” จากความชอบส่วนตัว

ในยุคนั้นพวกเขามองเทรนด์อาหารจากการเห็นกระแสความนิยมอาหารคลีนเริ่มมาในอเมริกา และได้ลองทำอาหารคลีนสำหรับรับประทานเล่นออกมาทำตลาดหลากหลายรูปแบบ

ในยุคเริ่มก่อตั้งธุรกิจในปี 2554 เป็นยุคช่วงเวลาของการลองผิดมากกว่าลองถูก เพราะธุรกิจที่พวกเขาทำตลาดไม่ให้ความสนใจเท่าไรนัก จนธุรกิจมาลงเอยที่ กราโนล่า ในปี 2557

Diamond Grains ออกทำตลาดครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2557 โดยใช้ช่องทางเฟซบุ๊ก เป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายและเข้าถึงลูกค้า ซึ่งผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับจนธุรกิจสามารถขายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น หรือแม้แต่อเมริกา ต้นกำเนิดเทรนด์อาหารคลีนอีกด้วย

และอะไรที่ทำให้ Diamond Grains ประสบความสำเร็จ

1. ใช้สื่อออนไลน์ในการสร้าง Awareness ให้ความรู้และตอบข้อสงสัย

Diamond Grains สร้างธุรกิจจากการใช้เฟซบุ๊กแนะนำสินค้า และยังเป็นช่องทางที่ตอบข้อสงสัยของกราโนล่า วิธีรับประทาน การนำกราโนล่าไปประกอบกับอาหารคลีนอื่นๆ ที่หลากหลาย และสร้างความมั่นใจในการผลิตและวัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นกราโนล่า

เนื่องจากช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กราโนล่าเป็นสินค้าที่คนไทยรู้จักไม่แพร่หลายนัก ซึ่งการตอบข้อสงสัยได้กลายเป็นจุดเด่นของ Diamond Grains ที่แตกต่างจากกราโนล่าแบรนด์อื่นๆ ที่อิมพอร์ตจากต่างประเทศ และเป็นการสร้างความมั่นใจในแบรนด์ให้กับผู้ที่รับประทานกราโนล่าเดิมให้ลองเปิดรับ Diamond Grains เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ส่วนในปัจจุบันนอกเหนือจากการโปรโมตสินค้า Diamond Grains ยังใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในรูปแบบต่างๆ เช่นการนำภาพถ่ายกราโนล่าเคียงคู่กับอาหารคลีนที่แฟนเพจส่งมาให้ทาง Inbox มาโพสต์ลงในเพจหลักของ Diamond Grains พร้อมให้เครดิตผู้ส่ง เพื่อให้แฟนเพจรู้สึกมีส่วนร่วมกับเพจ Diamond Grains มากยิ่งขึ้น

2. ใช้วัตถุดิบจากแหล่งขึ้นชื่อของต่างประเทศ จำหน่ายในราคาย่อมเยา

แม้ Diamond Grains จะเป็นแบรนด์ไทยแต่วัตถุดิบส่วนใหญ่จะนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ ช็อกโกแลต เพื่อให้รสชาติไม่แตกต่างจากกราโนล่าแบรนด์จากต่างประเทศ และเพิ่มความอร่อยด้วยผลไม้และธัญพืชไทยบางชนิดเช่น งาขี้ม่อน มะม่วง ทุเรียน

ยังให้ความกรอบอร่อย สามารถแช่ในนมได้นานโดยกราโนล่ายังคงความกรอบอยู่ และราคาจำหน่ายย่อมเยากว่ากราโนล่านำเข้า

3. บรรจุภัณฑ์ดีไซน์สวย เหมาะกับการรับประทาน และมีหลายรสชาติให้เลือก

นอกจากบรรจุภัณฑ์แบบทั่วไป Diamond Grains มีการดีไซน์บรรจุภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบถ้วยให้ผู้รับประทานสามารถเปิดฝาเทนมพร้อมรับประทานได้ทันที หรือแบบซองที่ดีไซน์เป็นรูปต่างๆ ดึงดูดความสนใจคนรุ่นใหม่ และเหมาะซื้อเป็นของฝาก เช่น บรรจุภัณฑ์รูปพวงมาลัย และบรรจุภัณฑ์รูปปืนฉีดน้ำ

ที่มาพร้อมกับความหลากหลายของรสชาติ มีรสชาติที่เป็น Limited Edition ที่ออกมาเฉพาะช่วงเทศกาลอีกด้วย

Diamond Grains

4. ขยายโปรดักท์ไลน์ไปยังสินค้าอื่นๆ บนคอนเซ็ปต์คลีน

นอกจากกราโนล่า Diamond Grains ยังขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น โจ๊กข้าวโอ๊ต และข้าวโอ๊ต เป็นต้น

5. ขยายช่องทางจัดจำหน่าย

นอกจาก Diamond Grains จะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ยังขยายช่องทางจำหน่ายไปยัง Traditional Trade อื่นๆ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ซึ่งการขยายไปยังช่องทาง Traditional Trade นอกจากจะทำให้ลูกค้าหาซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น ยังเป็นการขยายไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยทดลอง หรือรู้จัก Diamond Grains มาก่อนได้อีกช่องทางหนึ่ง

จากความสำเร็จของ Diamond Grains เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า ไม่ว่าอายุจะมากหรือน้อยก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ถ้ารู้จักมีความฝันและลงมือทำ และนำความล้มเหลวที่ผ่านมามาปรับใช้เพื่อความสำเร็จในอนาคต

 


อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline.co

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline