AMARIN TV การขาดทุนที่เริ่มเห็นอนาคต

นับจาก AMARIN TV มีผู้ถือหุ้นรายใหม่อย่างตระกูล “สิริวัฒนภักดี” ที่ใช้เงินซื้อหุ้น 850 ล้านบาทเพื่อถือครองหุ้นถึง 47% ใน บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) 

จนทำให้ตระกูล “สิริวัฒนภักดี” กลายเป็นผู้ถือครองหุ้นมากกว่าผู้ก่อตั้งบริษัทคือตระกูล “อุทกะพันธุ์”

แล้วหลังจากการเปลี่ยนถ่ายอำนาจเมื่อช่วงปลายปี 2016 มาอยู่ในมือกลุ่ม “เจริญ สิริวัฒนภักดี” สถานการณ์ทีวีดิจิทัลของ AMARIN TV จะเลวร้ายหรือดีขึ้น

จะเห็นว่าปี 2017 ที่ผ่านมา AMARIN TVมีรายได้มากขึ้นเท่าตัวและขาดทุนน้อยลงจาก 864 ล้านบาทในปี 2016 มาปี 2017 ขาดทุน 354 ล้านบาท

การลดอาการบาดเจ็บทางธุรกิจทีวีดิจิทัล AMARIN TV มีวิธีการอย่างไร

อันดับแรกสุดคือ Content รายการประเภทข่าวที่เป็น “จุดขาย” ของช่องที่เน้นเสนอข่าวชาวบ้านมากขึ้นกว่าเดิมจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะรู้แล้วว่านี้คือ Content ที่ถูกใจมหาชนโดยเฉพาะรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” ถึงจะมีเวลาออนแอร์ 20.00 – 22.00 น ชนกับละครหลังข่าวของหลายๆ ช่องก็ตามที

แต่เรตติ้งของรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” สามารถมีเรตติ้งเฉลี่ยทั้งประเทศในปี 2017 อยู่ที่ 1.5  ได้ไม่ยากเย็นเท่าไรนัก ด้วยจุดขายคือนักเล่าข่าวอย่าง พุทธ อภิวรรณ ที่ขยี้ประเด็นข่าวได้ครบทุกมุมโดนใจกลุ่มชาวบ้าน 

แล้วเทรนด์ทีวีดิจิทัลเมื่อใครแข็งแกร่งด้านใดด้านหนึ่งก็ย่อมต้องการไปสู่ Content ใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่เคยทำ

“ตอนนี้บริษัทได้เริ่มใส่ Content วาไรตี้ บันเทิงใหม่เข้าไปในช่องจำนวน 4 รายการ ในไตรมาสแรกของปี 2018 นี้”

“ส่วนครึ่งปีหลังก็มีแผนนำรายการใหม่ๆ มาออกอากาศเพิ่มอย่าง ควิซโชว์ และซิทคอม เพื่อให้ช่องเรามีความหลากหลาย” โชคชัย ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น พูดถึงการปรับผังรายการในปี 2018

และหากยังจำกันได้จุดเริ่มต้นของ AMARIN TVคือการนำ Content ในสื่อสิ่งพิมพ์มาต่อยอด เผยแพร่ในช่องตัวเอง แต่ปัจจุบันคือหากรายการไหนที่มาจากสิ่งพิมพ์เรตติ้งไม่ดีก็ตัดทิ้ง แล้วสร้าง Content ใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่เคยทำไม่ว่าจะ ควิซโชว์ และ ซิทคอม

โดยการปรับผังรายการของ AMARIN TVครั้งนี้ใช้งบลงทุนอยู่ที่ 700 – 800 ล้านบาทซึ่งพลังการเงินครั้งนี้มาจากการได้ผู้ถือหุ้นคนใหม่รายใหญ่อย่างตระกูล “สิริวัฒนภักดี” มาช่วยสนับสนุน พร้อมกับเน้นเพิ่มรายการบันเทิงและไลฟ์สไตล์มากขึ้นกว่าในอดีต

เพราะอย่าลืมว่าการยึดติดกับรายการข่าวมากเกินไปแม้จะมีเรตติ้งดี แต่หากมองระยะยาวย่อมไม่เป็นผลดีเท่าไร เพราะเรตติ้งความนิยมของรายการข่าวชาวบ้าน หากไม่มีสถานการณ์อะไรที่เป็นกระแสหรือประเด็นทางสังคมการติดตามข่าวของผู้ชมก็จะน้อยลงทันทีเช่นกัน 

อีกทั้งในยุคนี้ ไม่ว่าจะยืนอยู่ในธุรกิจไหน ต้องมีความหลากหลาย เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่ลูกค้า สนามทีวีดิจิทัลก็เช่นกัน เพราะหากสังเกตช่องอื่นๆ ก็เริ่มที่จะเพิ่มความหลากหลายให้ช่องของตัวเองมากขึ้นกว่าในอดีต

การแต่งตัวใหม่พร้อมกับปรับเปลี่ยนความคิดในการทำธุรกิจครั้งนี้ของ  AMARIN TVเป้าหมายก็เพื่อผลักดันให้ช่องตัวเองขึ้นมาอยู่ในอันดับ 6 เมื่อถึงสิ้นปีนี้  จากปัจจุบันอยู่ในอันดับ 7

แล้วเมื่ออันดับเรตติ้งตัวเองสูงขึ้น รายได้โฆษณาก็จะเพิ่มขึ้น แล้วก็จะขาดทุนน้อยลง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer