จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของเมือง ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองกันมากขึ้น

เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มินเทลบริษัทวิจัยการตลาดจากประเทศสิงคโปร์ ได้สำรวจในหัวข้อ “Mintel APAC Metro Study – Thailand 2018” โดยสำรวจจากกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 1,500 คน อายุ 16 ปีขึ้นไป เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 แล้วพบว่า

กลับมาตระหนักถึงสิ่งที่จะกินเข้าไป

คนไทย 79% ต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้นในปี 2018 ในขณะที่ 76% ระบุอยากมีชีวิตสมดุลย์ และ 73% จะหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น

ผลสำรวจยังบอกอีกว่า คนไทย 48% กำลังจะเริ่มปฏิวัติวิถีการบริโภคในอีก 12 เดือนข้างหน้าเพื่อสุขภาวะที่ดี และในกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ 90% ระบุว่า จะรับประทานผลไม้รวมถึงผักต่างๆให้มากขึ้น ในขณะที่อีก 53% วางแผนที่จะลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ท้ายที่สุด 45% กล่าวว่า พวกเขาเดินตามแนวทางชีวจิตร หรือมังสวิรัติ

กระแสการเป็นตัวเองที่ดีกว่า กำลังมาแรง ทั้งในเชิงสุขภาวะร่างกาย อารมณ์และสุขภาพจิตใจ ผู้บริโภคชาวไทยไม่เพียงแต่หันหลังให้พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ในอดีต แต่กลับเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของการบริโภค ตระหนักอย่างแท้จริงถึงสิ่งที่กำลังจะรับประทานเข้าไป

ต้องการความพิเศษเฉพาะตัว

ไม่ใช่แค่นั้น 41% ของผู้บริโภคในเมืองใหญ่มองว่า แบรนด์ใดที่ทำให้พวกเขามีพื้นที่ในการเลือกสินค้า และบริการที่เหมาะกับเขาจริงๆ จึงจะเป็นแบรนด์ที่ควรค่า ไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือบริการ โดยจะมองว่าสินค้าเหล่านี้ตอบโจทย์ และคุ้มค่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าประเภทอาหาร (67%) และสินค้าสุขภาพ หรือฟิตเนส (63%) ตามลำดับ ซึ่งเมื่อกล่าวถึงเรื่องความสวยความงาม ประชากรกว่าครึ่ง (51%) ชอบให้สินค้าและบริการออกแบบเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย  เช่นเดียวกันกับสินค้าประเภทความสวยงาม และสินค้าอุปโภคที่ใช้สำหรับบุคคล (personal care)

ที่น่าสนใจคือ เมื่อกล่าวถึงสินค้าที่ซื้อใช้ทุกวัน กลุ่มผู้จับจ่ายมากที่สุดคือผู้บริโภคที่มุ่งเน้นการซื้อสินค้าคุณภาพ หรือ 63% ลำดับถัดมา ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่ความสะดวก หรือ 48% และผู้บริโภค 38%   เลือกซื้อที่ราคา อีก 37% ระบุว่าซื้อที่ความทนทาน และท้ายที่สุด ผู้บริโภค 29% เลือกซื้อสินค้าที่ถูกออกแบบมาเฉพาะกลุ่มบุคคล

อิทธิพลที่มากขึ้นของดิจิทัล

งานวิจัยระบุว่า 63% ของผู้บริโภคชาวไทยเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจากข้อมูลออนไลน์เป็นหลัก ในขณะที่ 54% เลือกซื้อตามอิทธิพลของสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดีย หรือตามบล็อกเกอร์

นอกจากนั้นอีก 59% ระบุว่าสินค้าประเภทความสวยความงามได้รับอิทธิพลมาจากสังคมออนไลน์ และ บล็อก ท้ายที่สุด 56% กล่าวว่า พวกเขาค้นหาข้อมูลผ่านออนไลน์ และ Search Engine

นอกจากนี้สินค้า Wearable จะเป็นผู้เล่นสำคัญในอนาคต เพราะจะเป็นตัวช่วยในเรื่องการออกแบบสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะเชื่อมโยงถึงกัน

และไม่เพียงแต่จะช่วยนักการตลาดเท่านั้น แต่ผู้บริโภคเองก็เก็บข้อมูลของตัวเองได้ด้วย และท้ายที่สุด กลุ่มผู้บริโภคเองก็จะรู้ว่า เป้าหมายในชีวิตด้านต่างๆ ที่ได้มาจากอุปกรณ์ไฮเทคที่พกติดตัว ซึ่งขณะนี้ 39% ของกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นเจ้าของและใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้แล้ว

จะสุขภาพดีได้ต้องรักษาสมดุลย์ธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามผู้บริโภคชาวไทยปรารถนาที่จะมีคุณภาพชีวิต และมีสุขภาพที่ดีขึ้น โดย 67% ของผู้บริโภคชาวไทยให้นิยามว่า คืออาหารที่ดีซึ่งประกอบด้วยวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ ในขณะที่ 61% บอกว่าต้องมีไขมันต่ำ และ 56% มองว่าต้องเป็นสินค้าออแกนิกส์

ส่วนผู้บริโภคอีก 55% ระบุว่าต้องมีแคลอรีต่ำ และ 54% ระบุว่าต้องมีปริมาณน้ำตาลน้อย นอกจากนั้น มากกว่าครึ่ง หรือ 53% พยายามหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว และ 43% ไม่บริโภคน้ำตาลขัดสี และอีก 33% ระวังการบริโภคเหลือ และเนื้อแดงที่อาจมีสารเคมีปนเปื้อน เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า บริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภท อาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล และความงาม ต่างเริ่มตระหนักดีถึงความต้องการของผู้บริโภคในการเลือกใช้สินค้าที่มีความเป็นธรรมชาติ โดยจากข้อมูลของ Mintel Global New Products Database (GNPD) พบว่า 41% ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้นที่เปิดตัวในตลาดประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมานั้นมีส่วนผสมของธรรมชาติ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่าปี 2010 อยู่ถึง 34%

ท้ายที่สุด ผู้บริโภคชาวไทยค่อยๆปรับความชอบของตัวเองไปในทางการบริโภคพืชผักมากขึ้น และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง 76% ระบุว่าพวกเขาเลือกรับประทานโปรตีนจากพืช อย่างเช่น ผักใบเขียว และถั่ว มากกว่าการบริโภคโปรตีนจากสัตว์ที่มาจากเนื้อสัตว์ หรือไข่ ในขณะที่มากกว่า 55% เห็นด้วยว่า โปรตีนจากพืชนั้นเยี่ยมยอดกว่าโปรตีนจากสัตว์


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline