ความเสี่ยงของแบรนด์ เมื่อใช้ Influencers สายฮา

Influencers คือคำที่ใช้เรียก คน หรือ กลุ่มคน ที่สร้างผลกระทบ และการรับรู้ให้กับสังคมออนไลน์ได้

โดยคำว่า Influencers นั้น รวมไปถึง ดารา (Celebrity), ศิลปิน (Artist), บล็อกเกอร์, ยูทูปเบอร์, เน็ตไอเอล หรือ นักรีวิว ก็ได้

สาเหตุที่แบรนด์เริ่มหันมาใช้ Influencers ก็เพราะต้องการการรับรู้ที่รวดเร็ว เป็น Talk of the Town และเข้าถึงกลุ่มคนที่ติดตาม Influencers

แต่แบรนด์ก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะถ้า Influencers เหล่านั้น ไปทำอะไรผิดพลาดเข้า ชื่อเสียงที่เคยได้ อาจเปลี่ยนเป็นด้านลบกับแบรนด์ในทันที

ล่าสุด Logan Paul Youtuber ชื่อดังที่มีคนติดตามในยูทูปถึง 15 ล้านคน ได้ทำในสิ่งต้องห้ามนั่นก็คือ เอาคนตายมาล้อเล่น โดย Logan Paul และทีมงานของเขาได้เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อทำคอนเทนต์ตามปกติ แต่มีคอนเทนต์หนึ่งที่เขาทำ นั่นก็คือเดินทางไปยังป่า Aokigahara ซึ่งเป็นป่าที่มีคนฆ่าตัวตายอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น

 

เจตนาของ Logan Paul นั้น ต้องให้คนตระหนักเรื่องการฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้า ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และอยากให้คนที่เจอเรื่องร้ายๆ อย่าอยู่กับปัญหาคนเดียว ให้หาคนระบายให้ฟัง

โดยตัวเขาเองก็ เล่าถึงจุดประสงค์เหล่านี้ไปใน ต้นคลิป และท้ายคลิป ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะนี่เป็นเรื่อง Sensitive มากๆ

แต่ Logan ก็ได้ทำสิ่งที่ไม่ควรทำลงไปเช่นกัน นั่นก็คือ การหัวเราะ การยิ้ม และการพูดไม่ให้เกียรติคนตาย 

 

ทันทีที่วิดีโอนี้โพสลงไป ก็สร้างผลกระทบด้านลบต่อสังคมทันที เกิดกระแสเข้าไปด่า เข้าไปโจมตี Logan Paul มากมาย จนตอนนี้วิดีโอได้ถูกลบไปแล้ว และตัวเขาเองก็ต้องออกมาโพสวิดีโอขอโทษทันที

 

ความเสี่ยงที่แบรนด์ต้องเจอ

การเลือก Influencers นั้นมีผลกระทบต่อแบรนด์อย่างมาก เช่น Influencer ที่คนติดตามเยอะๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่สนุก ตลก ฮา และมีคำพูดที่คนชอบฟัง แต่บางครั้งคนเหล่านี้ก็พูดไม่ทันคิด และทำผิดพลาด จนส่งผลเสียต่อแบรนด์หลายด้าน

1.ด้านทรัพยากร

ยกตัวอย่างในไทย ก็คือ My Mate Nate ที่เป็น YouTuber สายฮาไม่ต่างจาก Logan Paul นี่แหละ ในตอนแรกก็มีแบรนด์ใช้ My Mate Nate เป็นพรีเซนเตอร์ แต่หลังจากมีเรื่อง วางเหรียญบนทางรถไฟ แบรนด์ก็ต้องถอนโฆษณาออกทุกช่องทางทันที เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม…

เสียทั้งเงินที่ลงทุนไป เสียทั้งเวลาที่ต้องมาทำตลาดใหม่

2.ด้านแบรนด์

การที่แบรนด์ใช้ Influencer ก็เท่ากับสนับสนุนทุกการกระทำของ Influencer นั้น ฉะนั้นถ้า Influencer ทำสิ่งไม่ดี เท่ากับว่า แบรนด์ แบรนด์สนับสนุนคนไม่ดีด้วยเช่นกัน

YouTuber ชื่อดังอย่าง PewdiePie ก็เคยโดน Disney ยกเลิกสัญญา จากคำพูดที่ไปเหยียดคนต่างเชื้อชาตินั่นเอง

หรืออีกเคสที่ดังมากๆ คือ Kevin Spacey ที่มีคนออกมาแฉว่า เขาเคยล่วงละเมิดทางเพศต่อนักแสดงในวงการ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ทำมาตลอด โดยผลงานที่โด่งดังของ Kevin Spacey ก็คือ ภาพยนตร์ชุดของ Netflix เรื่อง House of Cards ที่เขาเล่นเป็นตัวเอก .. โดยหลังจากที่มีข่าว Netflix ก็ยุติการทำซีรีส์ House of Cards และ ตัดขาดกับ Kevin Spacey อย่างสิ้นเชิง

 

ฉะนั้นบทเรียนสำหรับ แบรนด์ จากเหตุการณ์เหล่านี้ คือ ศึกษาเยอะๆ ในการใช้ Influencers

ไม่ว่าแบรนด์คุณจะใช้ดาราหลักล้าน หรือนักรีวิวหลักพัน คุณต้องระลึกไว้เสมอว่าความผูกพันธ์กับแบรนด์จะมีไปโดยตลอด ฉะนั้นแบรนด์ต้องคิดเยอะๆ เรื่องการใช้ Influencer โดยเฉพาะ Influencer สายฮา ที่มีแฟนคลับเยอะ เติบโตเร็ว

บางทีกาารใช้ Influencer ที่คนติดตามน้อย แต่พวกเขาอาจมีคนติดตามที่เหนียวแน่นก็ได้