อยากสร้างกระแสต่อคิวอีกครั้ง! “เครือใบหยก” นำเข้า “แกรม แพนเค้ก” จากญี่ปุ่น

กลุ่มใบหยกนำเข้าแกรม แพนเค้กชื่อดังจากญี่ปุ่น หวังอยากสร้างกระแสต่อคิวอีกครั้ง ตั้งเป้าปีหน้าจะเปิดเป็น 5 สาขา และมีรายได้ไม่ต่ำกว่าสาขาละ 5 ล้านบาท

ปิยะเลิศ ใบหยก รองประธานกรรมการกลุ่มโรงแรมใบหยก และ ประธาน บริษัท พีดีเอสโฮลดิ้ง  (บริษัทลูกของเครือใบหยก ที่บริหารธุรกิจอาหารทั้งหมดของเครือ) กล่าวว่า ได้มีการนำร้านแกรม แพนเค้ก (Gram Pancakes)” ชื่อดังจากเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นร้านแพนเค้กที่มีสาขามากที่สุดในญี่ปุ่น ถึง 56 สาขา

เหตุที่เลือกนำเข้าแกรม แพนเค้ก เพราะตอนที่ไปญี่ปุ่นแล้วพบว่า ร้านนี้มีการต่อคิวนานเป็นชั่วโมงกว่าที่จะได้กิน การันตีถึงความมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม ซึ่งตรงกับความต้องการที่จะนำร้านที่โด่งดังเข้ามา พร้อมกับสร้างกระแสต่อคิวของคนไทย เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับร้านพาโบล ชีสทาร์ต

ดีลนี้ใช้เวลาเจรจา 2 ปี ก่อนที่จะเข้ามาเปิดในไทยเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากฮ่องกง ที่เปิดก่อนประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งถือเป็นสาขาแรกที่เปิดนอกญี่ปุ่นของ แกรม แพนเค้ก ก่อนที่ไทยจะเป็นประเทศที่ 2

เบื้องต้นสาขาแรกซึ่งถูกวางให้เป็นแฟล็กชิฟตั้งอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอนมีพื้นที่ทั้งหมด 76 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนประมาณ 8 ล้านบาท ไม่รวมค่าแฟรนไชส์ มีเมนูอาหารทั้งหมด 9 เมนู ราคา 75 – 295 บาท เครื่องดื่มอีก 29 เมนู ราคา 30-115 บาท

นอกจากเมนูประจำแล้ว ถ้าต้องการให้ร้านเป็นกระแสมีคนพูดถึง และเข้ามาอยู่เรื่อยๆ จะต้องมีเมนูซีซันนอลซึ่งวางแผนจะมีเข้ามาทุกเดือน โดยรสชาติที่ต้องการผลักดันตอนนี้คือทุเรียน แต่ไม่รู้ทางบริษัทแม้จะยอมไหม เพราะทางนั้นบอกว่าทุเรียนมีกลิ่นที่ค่อนข้างรุนแรง

สำหรับกลุ่มเป้าหมายนั้นวางแผนที่จะเข้าหาทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กวัยรุ่นวัยทำงานรวมไปถึงนักท่องเที่ยวโดยคาดว่า 80% จะเป็นชาวไทย และ 20% เป็นนักท่องเที่ยว

ส่วนการขยายสาขาวางแผนขยายเป็น 5 สาขาภายในปีหน้า โดยจะเข้าไปในศูนย์การค้า มองทำเลที่อยู่ติดกับทางเข้า แต่จะยังไม่ขยายไปในศูนย์การค้าที่เพิ่งเปิดใหม่ เพราะยังไม่มั่นใจว่าฐานลูกค้าจะเป็นแบบไหน

รวมไปถึงวางแผนทำในรูปแบบสแตนอโลน ในทำเลที่เป็นแหล่งของคาเฟ่ขนมหวาน เช่น อารีย์หรือทองหล่อ คาดใช้พื้นที่ไม่เกิน 100 ตารางเมตร และใช้งบลงทุนไม่เกิด 5 ล้านบาท โดยตั้งเป้ามียอดขาย 5-6 ล้านบาทต่อสาขา


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline