7 เทรนด์การตลาดมาแรงแห่งอนาคต

บังอร สุวรรณมงคล กรรมการฝ่ายวิชาการและข้อมูลตลาด สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้แชร์ข้อมูล MAT’s Insight: “เทรนด์การตลาดแห่งอนาคต” ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่งของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยในยุคนี้

เธอได้กล่าวถึง  7 เทรนด์ผู้บริโภคที่นักการตลาดต้องจับตามอง คือ

1. ผู้บริโภคมีความช่างสงสัย และ ไม่รอ ไม่ทนกับสิ่งที่ไม่ใช่

ผู้บริโภคยุคใหม่จะเป็นคนช่างสงสัย อยากรู้ทุกรายละเอียด และสิ่งนี้สะท้อนในพฤติกรรมการซื้อ โดยผู้บริโภคจะมีการศึกษาข้อมูลก่อนซื้อ และมีการเปรียบเทียบ ศึกษาหรือดูรีวิวสินค้าจากคนใช้จริง เพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด ดังนั้น การทำเนื้อหาคอนเทนต์ที่โดนใจ คือการเข้าใจความต้องการและปัญหาของลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง และต้องสื่อสารกับพวกเขาในช่วงเวลาที่ใช่ ในสิ่งที่เขาต้องการ

 แต่การที่จะทำได้นั้นอย่างน้อยนักการตลาดต้องรู้ว่า

1. กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็นกี่กลุ่ม อย่างเช่นถ้าสินค้าเป็นมอเตอร์ไซค์ ซึ่งแบ่งเซกเมนต์ได้เยอะมาก เช่น คนที่ต้องขับไปทำงานก็ต้องการแค่ฟังก์ชันใช้งานปกติ กลุ่มที่ต้องการขับไปเที่ยวต่างจังหวัดก็จะมีความต้องการอีกแบบ

2. นอกจากการเข้ากูเกิลเพื่อเสิร์ชหาสิ่งที่ต้องการอยากรู้แล้ว วันนี้ลูกค้าเช็กข้อมูลในโซเชียลมีเดียด้วย อย่างเช่นคนที่ต้องการหาซื้อบ้าน เขาอาจจะไม่เข้ากูเกิลเพราะเบื่อที่จะเจอนายหน้าขายบ้าน แต่เขาเสิร์ชหาในโซเชียลมีเดียเพื่อจะได้เจอกับคนซื้อขายโดยตรง ดังนั้นการทำตลาดยุคนี้ไม่ใช่ทำที่บ้านของเราอย่างเดียว แต่ต้องหาคอมมูนิตี้ด้วยว่าอยู่ที่ไหน และจะสื่อกับผู้บริโภคแบบไหน

3. ผู้บริโภคยุคใหม่จะไม่ทน รออะไรไม่ได้ เขาถูกสปอยล์จากบริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา อยากซื้อต้องซื้อได้ทันทีผ่านออนไลน์ อยากรับประทานถึงไกลแค่ไหน ก็มีไลน์แมนบริการ

2. ความคุ้มค่าใหม่ๆ ในการซื้อสินค้าและบริการ

ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆ อย่างคุ้มค่ากับการจ่าย รวมถึงสามารถแบ่งกันใช้ได้หรือเปล่าซึ่งเป็นที่มาของธุรกิจจองที่พัก Airbnb‎  หรือ Co-Working Space นักการตลาดก็ต้องตั้งคำถามว่า จะพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายอย่างไรบ้าง

3. ประสบการณ์สำคัญกว่าแค่สินค้าบริการ

ในยุคนี้แม้สินค้าจะเหมือนกัน แต่คุณสร้างความแตกต่างกันด้วยประสบการณ์ได้ เช่น สตาร์บัคส์สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในร้านกาแฟที่สามารถนั่งทำงานได้อย่างสะดวกสบาย ความฝันของผู้บริโภคคือ การได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับสินค้าที่เหมือนจริงที่สุด เพราะประสบการณ์ตรงเป็นการสื่อสารที่ทรงอิทธิพลที่สุด จึงเป็นแรงกระตุ้นให้มีการใช้เทคโนโลยีของโลกเสมือนจริงมากขึ้นในหลายธุรกิจ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ก่อนตัดสินใจ

4. ผู้บริโภคต้องการความง่ายขั้นสุด

เราก้าวจากยุค Mobile First เข้าสู่ยุคแห่งความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่พัฒนาเพื่อเพิ่มความง่ายให้กับทุกๆ เรื่องของชีวิต โลกไม่ได้พึ่งพาแค่โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเลต แต่เทคโนโลยีจะอยู่รายล้อมรอบตัวเรา โดยใช้ร่างกายของเราเป็น interface เพราะมีความง่ายและเป็นธรรมชาติที่สุด ตอบสนองมนุษย์ที่ต้องการความง่ายขั้นสุดเสมอ ซึ่งเทรนด์นี้จะสะท้อนมาในการพัฒนาอุปกรณ์ผู้ช่วยต่างๆ เช่น อุปกรณ์ Voice Command ที่มีความฉลาดมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่ง แต่จะเรียนรู้พฤติกรรมเราด้วย เพื่อทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สุด

5. โลกแห่งการเรียนรู้ใหม่ตลอดเวลา

กระแสเทคโนโลยีจะมาเรื่อยๆ และมาเร็ว ทุกคนจะรู้สึกว่าต้องเรียนรู้ใหม่ตลอดเวลา เพราะความรู้ของเราจะล้าหลังเร็วมาก แม้กระทั่งเรื่องสินค้าและบริการก็เปลี่ยนเร็วจนคนตามไม่ทัน เราจึงต้องทิ้งความรู้เดิม แล้วเรียนรู้ใหม่ตลอด

 ความยากในเรื่องเทคโนโลยีพวกนี้นักการตลาดต้องช่วยเหลือลูกค้า ทั้งในออฟไลน์ และออนไลน์ ยกตัวอย่างแบรนด์ซัมซุง ที่มีระบบในการช่วยเหลือลูกค้า เช่น ซัมซุงจะมี ซัมซุง expert เป็นผู้ช่วยลูกค้า

เรื่องระบบการศึกษาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ว่าโลกเปลี่ยนไปเร็ว หลักสูตรจำเป็นต้องแก้ไขให้สอดคล้องกัน

6. เทคโนโลยีล้ำแค่ไหน แต่ก็ต้องการความเป็นมนุษย์เช่นกัน

แม้จะมีเทคโนโลยีในโลกการตลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Big Data จนถึง AI แต่การติดต่อสื่อสารกับมนุษย์เราต้องการ “ความรู้สึกด้วย” เพราะการตลาดที่ดี คือการตลาดที่เข้าใจ ใส่ใจความต้องการของผู้บริโภค และรับรู้ความรู้สึกของพวกเขา ดังนั้น AI ในอนาคตจะมี EI Emotional Intelligence มากขึ้นด้วย เช่น การจับสีหน้าหรือภาษากายให้เห็นอารมณ์ของผู้ใช้งาน หรือการแสดงออกทางอารมณ์ให้กับผู้ใช้งาน เช่น ความรัก  ความใส่ใจ ในอนาคต AI จึงจะเหมือนมนุษย์จริงๆ มากยิ่งขึ้นจนเราอาจแยกมนุษย์กับ AI ไม่ออก

7. รักฉันแล้วต้องรักโลกและสังคมด้วย

ผู้บริโภคยุคใหม่ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบบยั่งยืนมากขึ้น หลายแบรนด์เองก็จะตื่นตัวในเรื่องแบบนี้มากขึ้น เช่น สตาร์บัคส์ ประกาศว่าภายในปี 2020 จะไม่ใช้หลอดพลาสติกอีกต่อไปแล้ว ยูนิลีเวอร์บอกว่าภายในปี 2025 แพ็กเกจจิ้งทุกชิ้นต้องย่อยสลายได้

ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นกลยุทธ์การแข่งขันอีกทางหนึ่ง เพื่อให้ได้ใจผู้บริโภคยุคใหม่ ทำให้เกิดกระแสการลดขยะ ลดการใช้พลาสติก และการดูแลสิ่งแวดล้อมตามมา

สุดท้าย ในโลกแห่งการตลาดยุคใหม่ ถึงแม้จะท้าทายแค่ไหน แต่ก็นับเป็นโอกาสในการขยายและเติบโต การแข่งขันในทุกธุรกิจก็จะมีความเข้มข้นขึ้นอยู่เสมอ สิ่งที่นักการตลาดต้องใส่ใจไม่ใช่แค่ทำธุรกิจของตนเองให้เต็มที่ หรือเพียงการแข่งขันกับคู่แข่งเท่านั้น แต่ต้องรับมือกับสิ่งที่กำลังเป็นไป เข้าใจหัวใจผู้บริโภค และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง

“การตลาดยุคใหม่ ต้องมีการวัดผลตลอดว่า สิ่งที่คุณทำไปนั้นได้ผลดี หรือไม่ดี เพราะโลกออนไลน์ ได้เปิดโอกาสให้คุณปรับตัวได้ตลอดเวลา แค่โพสต์โพสต์เดียวที่ลงไป จะเห็นเลยว่าคนมีความคิดเห็นอย่างไร และสุดท้ายคือการให้ความสำคัญกับการประเมินผล เพื่อให้งานชิ้นต่อไปของคุณแข็งแรงมากขึ้น”

 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline.co

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline