10 Digital Trends ปีนี้มาแรงแน่

1.VR/AR

ในปีนี้เชื่อว่า ยอดจำหน่ายอุปกรณ์ VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Realty) จะมีมูลค่ามากถึง 24 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 720 ล้านบาท

Marketeer เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจาก Content ที่รองรับเทคโนโลยี VR และ AR มีมากขึ้น รวมถึงดีไวซ์ VR มีแบรนด์ไอทีจำนวนมากที่หันมาลงเล่นในธุรกิจดีไวซ์สำหรับ VR ให้เลือกซื้อตั้งแต่ในราคาหลักสิบถึงหลักพัน รวมถึงการขยายตัวของสมาร์ทโฟนที่ส่วนใหญ่แล้วจะรองรับการใช้งาน AR

2.Android Instant Apps

ในปี 2018 Android Instant Apps หรือการใช้งานแอป Android โดยไม่ต้องติดตั้ง จะได้รับความนิยมอย่างมากหลังจากที่เปิดตัวในงาน Google I/O 2017 ในปีที่ผ่านมา จากความสะดวกและรวดเร็วในการใช้งานที่ไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเหมือนในอดีต

สำหรับ Marketeer แล้วมองว่า Android Instant Apps มีความน่าสนใจคือรองรับการใช้งาน Android ตั้งแต่เวอร์ชั่นในอดีต Android 5.0 Lollipop ถึงปัจจุบันและอนาคต ซึ่งทำให้ Android มากกว่า 80% ทั่วโลกสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้

แต่ติดที่อุปสรรค์อย่างเดียวคือแอปที่รองรับจะต้องมีการเขียนโค้ดเพิ่มเติม หรือพัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อให้รองรับการใช้งานในรูปแบบ Android Instant Apps ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของ Google ที่ต้องแสดงให้นักพัฒนาได้เห็นว่าพวกเขาจะได้อะไรจาก Android Instant App

3. Mobile Wallets

การเติบโตของ Cashless Society จะส่งเสริมให้ Mobile Wallets จะการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น จากความสะดวกที่ไม่ต้องพกเงินสดและบัตรติดตัวตลอดเวลา

แต่ในประเทศไทย Marketeer มองว่า Mobile Wallets ยังมีความท้าทายในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความล้าช้าของอินเทอรเน็ต ทำให้การเปิดแอป Mobile Wallets ขึ้นมาจ่ายเงินอาจจะช้ากว่าการควักเงินสดขึ้นมาจ่ายเสียอีก รวมถึงขั้นตอนในการเปิดแอปขึ้นมาจ่ายเงินค่อนข้างหลายขั้นตอนและแอบงงอยู่พอสมควรสำหรับผู้ให้บริการ Mobile Wallets บางราย แต่เชื่อว่าการมาของ QR Code ในประเทศไทยจะช่วยให้การใช้จ่ายผ่าน Mobile Wallets ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น แต่ก็ต้องแข่งขันกับแอป Mobile Banking ของธนาคารมากขึ้นด้วยเช่นกัน

4.Wearables Device

ในปีนี้ อุปกรณ์ประเภท Gadget รูปแบบ Wearables Device จะมียอดจำหน่ายทั่วโลกมากกว่า 141 ล้านชิ้น จากพัฒนา Wearables Device ให้มีประสิทธิภาพรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานมากขึ้น

แต่ยอดจำหน่ายของ Wearables Device ในเชิงวอลุ่มส่วนใหญ่ ยังมาจากดีไวซ์ในรูปแบบ Fitness Ban จากความประหยัดทั้งราคา และพลังงาน ชาร์จไฟครั้งนึงใช้ได้นาน สามารถใส่เดิน ใส่วิ่ง ใส่ในชีวิตประจำวันเป็นนาฬิกาที่เก็บข้อมูลร่างกายของผู้ใช้ได้แม่นยำขึ้น เช่นการนับก้าว การนอน อัตราการเต้นของหัวใจ และอื่นๆ อย่างเช่นแบรนด์ Xiaomi, Fitbit, Huawei และอื่นๆ

ส่วน Smart Watch แม้จะมียอดจำหน่ายด้านวอลุ่มรวมกันสู้ Fitness Ban ไม่ได้ แต่ไตรมาส 3 ในปีที่ผ่านมาจากข้อมูลของ Canalys พบว่า Apple Watch มีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกสูงสุดถึง 23% รองลงมาได้แก่ Xiaomi 21% Fitbit 20% Huawei 6% Samsung 5% และอื่นๆ 25% จากตลาดรวม 17.3 ล้านเครื่อง

5.Digital Assistant

Digital Assistant หรือบางคนเรียกว่า Voice Assistant จะเติบโตอย่างมากในปี 2018 และคาดการณ์ในปี 2020 จะมีมูลค่าสูงถึง 46 พันล้านเหรียญ จากความคุ้นเคยของผู้ใช้ที่มีมากขึ้น ท่ามกลางผู้ผลิตหลากหลายแบรนด์ที่ง Alexa ของ Amazon Google Home ของ Google และอื่นๆ

6.The Launch of 5G

นับว่าปี 2018 จะเป็นปีแรกแห่งการทดลองใช้เทคโนโลยี 5G  และจะให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้ทั่วโลกในปี 2020

7.Accelerate Mobile Page และ Real Time Personalization

Accelerate Mobile Page หรือ AMP เป็นเทคโนโลยี ล่าสุดของ Google ที่พัฒนาระบบแสดงผลของเว็บไซต์บนมือถือให้สามารถเปิดหน้าเว็บไซต์ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน Mobile Google Search

นอกจากนี้ในส่วนของแอปพลิเคชั่นมีแนวโน้มการปรับรูปแบบการแสดงผลให้กับเข้ากับผู้ใช้งานแอปแต่ละคนแบบเรียลไทม์เพื่อสร้างประสบการณ์บน Mobile First ที่ดีด้วยเช่นกัน

8.App Chatbots

การใช้งาน Chatbot ในปีนี้คาดการณ์เติบโต 35% ทั่วโลก จากแบรนด์และธุรกิจต่างๆ นำมาปรับใช้เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น

9.Strong App Security

ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในแอปพลิเคชั่นในปี 2018 จะเข้มข้นขึ้นรอบด้าน ด้วยเทคโนโลยี Password Locks ที่ซับซ้อน และครอบคลุมมากกว่าเดิม

10.Cloud Driven Application

คาดการ์ณในปี 2019 ข้อมูลที่ส่งผ่านมือถือจะผ่านระบบคลาวด์เป็นหลัก

 

 

ที่มา :  Appsynth /Marketeer