4F จากชุดกีฬาที่ใช้รถส่วนตัวขายแบบเปิดท้าย สู่สปอร์ตแบรนด์ที่มีโลโก้ไปอยู่ในโอลิมปิก

เรื่องราวของคนตัวเล็กที่ใช้ Passion และความพยายามเป็นบันไดจนทำให้ตัวเองก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับประเทศและระดับโลก มักสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้เสมอ

เช่นเดียวกับเรื่องราวของ Igor Klaja ที่คนเอเชียอย่างเราๆ อาจไม่คุ้นชื่อสักเท่าไหร่ แต่หากคุณนำชื่อของ Igor ไปถามคนโปแลนด์ว่ารู้จัก Igor ไหม สิ่งที่ได้กลับมาอาจไม่ใช่คำตอบว่ารู้จัก แต่จะเป็นประโยคที่พวกเขาจะย้อนกลับมาถามคุณอีกทีว่า ไม่รู้จัก Igor ได้ยังไง!

เพราะในโปแลนด์ Igor ไม่ใช่แค่นักธุรกิจที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศจากสิ่งที่เขาทำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนกล้าลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่รัก แม้จะเป็นการเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่มีเงินทุนไม่มากเท่าไหร่ก็ตาม

ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย Igor Klaja ไม่ต่างจากนักศึกษาธรรมดาทั่วไปที่ทำงาน Part Time ควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือ และร้านที่เขาเลือกไปทำงานด้วยก็คือ Sport Multi-Brand Store แห่งหนึ่งในประเทศโปแลนด์ ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน แต่ยังรวมไปถึงการที่เขาชอบเล่นกีฬาและอยากคลุกคลีอยู่ในสภาพแวดล้อมของสิ่งที่ตัวเองหลงใหล

แม้จะเป็นแค่ Part Time Job แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจในการทำงานของ Igor ลดน้อยลงตามตำแหน่งแต่อย่างใด เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในร้านเขาจะคอยสังเกตลูกค้า สังเกตสินค้าแบบต่างๆ จนพบว่ามีสินค้าอยู่แบบหนึ่งที่มี Potential และมักจะขายหมดไวกว่าสินค้าแบบอื่นอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็คือ เสื้อแจ็กเกตฟรีซกันหนาว ที่เอาไว้ใส่เล่นกีฬาได้

เมื่อเห็นว่ามีศักยภาพในการเติบโต Igor จึงเกิดไอเดียที่อยากจะทำธุรกิจง่ายๆ เป็นของตัวเอง ด้วยการดีลกับเจ้าของ Sport Multi-Brand Store ที่เขาทำงานอยู่ เพื่อขอซื้อเสื้อแจ็กเกตฟรีซกันหนาวแล้วเอามาใส่ในรถยนต์ส่วนตัวของเขาเพื่อขับรถไปขายทั่วโปแลนด์ หรือถ้าเป็นภาษาบ้านเราก็คือการ ‘เปิดท้ายขาย’ นั่นแหละ

ด้วยคุณภาพของตัวสินค้าที่ดีคุ้มค่ากับราคา Igor จึงสามารถขายเสื้อแจ็กเกตฟรีซกันหนาวได้แบบเทน้ำเทท่า ขายดีจนทำให้เขาต้องติดต่อไปยังซัปพลายเออร์ผู้ผลิตด้วยตัวเอง และขยายประเภทสินค้าเป็นเสื้อผ้าสำหรับกีฬาประเภทอื่นๆ เนื่องจากสินค้าที่เคยรับมาไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอีกต่อไป

เมื่อขายดีขึ้น Igor จึงขยายช่องทางการขายด้วยการนำสินค้าของเขาไปฝากไว้ Sport Multi-Brand Store ต่างๆ ซึ่งตอนนั้นเขาตั้งชื่อให้กับมันว่า OUTHORN

และจากการนำไปฝากวางขาย ก็พัฒนาสู่การทำ Mono Brand ของตัวเองอย่างเต็มตัวภายใต้ชื่อแบรนด์ 4FUN ซึ่งเป็นชื่อที่ย่อมาจากคำว่า Sports For Fun ที่ Igor อยากจะให้ทุกคนมองว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องสนุก

ความสำเร็จของ 4FUN สะท้อนได้จากชื่อแบรนด์ที่ติดหูของผู้คน จนเมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 Igor ก็ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อแบรนด์อีกครั้ง จาก 4FUN ก็กลายมาเป็น 4F เพื่อความทันสมัยที่จะสามารถพาแบรนด์ไปสู่ระดับโลกได้มากขึ้น

โดยเส้นทางการพาแบรนด์ไปสู่ระดับโลกของ 4F ก็คือการทำสัญญาร่วมกับสหพันธ์สกีนานาชาติของประเทศโปแลนด์ ที่เมื่อนักกีฬาสกีไปแข่งขันนอกประเทศ ก็จะพาแบรนด์ 4F ที่ติดอยู่บนหน้าอกซ้ายของเสื้อไปด้วยเช่นกัน และไม่ใช่แค่สกีเท่านั้น แต่ 4F ยังเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ให้กับนักวิ่งและนักปั่นจักรยานในมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิก

นอกจากเสื้อผ้าที่สวมใส่เพื่อเล่นกีฬา 4F ยังมีโปรดักต์ไลน์ที่เป็นเสื้อผ้าลุคสปอร์ตที่เอาไว้ใส่ในชีวิตประจำวัน ที่ตอบรับกับเทรนด์ของโลกด้วยเช่นกัน

และจากคุณภาพของสินค้าที่คุ้มค่ากับราคา, การทำ Marketing ที่แข็งแรง และ Position ของแบรนด์ที่วางให้ผู้คนเข้าถึงง่ายไม่ว่าจะเป็นคนที่เล่นกีฬาอย่างจริงจัง หรือเล่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ จึงทำให้ในแต่ละปี 4F มียอดขายเติบโตขึ้นเฉลี่ยถึง 20% เลยทีเดียว

เมื่อเป็นที่รู้จักอย่างดีในประเทศเมืองหนาว โดยเฉพาะแถบยุโรปตะวันออก คราวนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ 4F จะมาบุกตลาดเอเชียบ้าง โดยประเทศแรกที่ 4F เลือกเข้ามาก็คือญี่ปุ่น ด้วยเหตุผลในเรื่องของสภาพอากาศที่คล้ายกับยุโรป และกับประเทศที่สองในเอเชียของ 4F ซึ่งเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะนั่นก็คือประเทศไทยนั่นเอง !

โดย 4F ในไทยได้เปิดให้คนรักกีฬาสายไลฟ์สไตล์ได้เข้าไปเลือกช้อปกันตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2561 ที่ชั้น 1 ของ Siam Discovery ที่เลือกจะสื่อสารกับผู้บริโภคชาวไทยด้วยคำว่า “Move 4 Fun” เพื่อต้องการสื่อสารกับผู้บริโภคในเชิงที่ว่า

“ไม่ถึงกับต้องออกกำลังกาย แต่ทุกการขยับ ทุกการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันก็เป็นเรื่องที่สนุกได้” ซึ่งนี่เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ตอกย้ำความเป็น Sport Lifestyle ของแบรนด์ด้วยนั่นเอง

ซึ่งพอพูดมาแบบนี้หลายคนก็อาจเกิดความสงสัย ว่าทำไมแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาเมืองหนาวถึงเลือกมาทำตลาดที่ไทย ทั้งๆ ที่ใครก็รู้กันว่าส่วนใหญ่เมืองไทยจะมีแต่หน้าฝนกับหน้าร้อน

ยังไม่นับรวมถึงสภาพการแข่งขันตลาดชุดกีฬาในบ้านเราที่เต็มไปด้วยคู่แข่งจากทั้งแบรนด์ Local และ Global อีกมากมาย ที่ทุกรายมาพร้อมเทคโนโลยีทางการกีฬา และเม็ดเงินทางการตลาดจำนวนมหาศาล อย่างที่ไม่มีใครยอมใคร

ไม่ใช่คุณเท่านั้นที่สงสัย แต่เราก็เช่นกัน และความสงสัยนี้ก็นำไปสู่การพูดคุยกับคุณ พศวีร์ สิงหจินดาวงศ์ Project Manager ของแบรนด์ เกี่ยวกับประเด็นที่ว่าทำไม 4F ถึงกล้าที่จะเข้ามาทำตลาดในไทยทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าคู่แข่งที่มีอยู่นั้นไม่ธรรมดา รวมถึง Position ของแบรนด์ที่ไม่ได้ match กับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยแบบ 100%

ส่วนคำตอบจะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านต่อได้ที่ marketeeronline.co

แต่ขอแอบสปอยล์ไว้ก่อนตรงนี้นิดนึง ว่าถ้าไม่เห็นโอกาสบางอย่าง แน่นอนว่าคงไม่มีนักธุรกิจคนไหน กล้าเอาเงินมากมายมาลงทุนหรอก!


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่
Website: Marketeeronline.co / Facebook: www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer