ทักษะที่ขาดไม่ได้ในยุค Office 5.0

ต่อให้ปรับกลไกนาฬิกาให้ช้า ให้เร็ว หรือหยุดนิ่งอย่างไร ท้ายที่สุดเวลาก็ยังเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง อะไรก็ตามหากผ่านแล้วย่อมผ่านเลย ดังนั้นเพื่อให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของอนาคตจึงต้องปรับตัว โดยในโลกการทำงานปัจจุบันคือยุค 4.0 ที่ Technology ทั้ง Smart Device, Mobile Internet และ Cloud Computing เข้ามาช่วยทำให้งานเดินหน้าไปอย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นมาก จนเวลาและสถานที่แทบไม่เป็นข้อจำกัดในการทำงานอีกต่อไป แล้วในอนาคตที่กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุค Office 5.0 คนทำงานต้องมีทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้ยังเป็นที่ต้องการของบริษัทและตลาดแรงงาน?

โดยจากการคาดการณ์ของ Institute for the Future (IFTF) สถาบันคลังสมอง (Think Tank) องค์กรอิสระเก่าแก่ด้านอนาคตศึกษาในสหรัฐฯ ให้คำตอบของคำถามนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ  

รู้วิธีสร้างแบรนด์ให้ตัวเอง : โลกที่แคบลงจากเครือข่ายการสื่อสารและ Social Media ทำให้ทักษะอย่างแรกที่จำเป็นต่องานในอนาคต คือการประชาสัมพันธ์ตัวเอง (Personal Branding) และสร้างตัวตนในโลก Online ให้น่าสนใจ ทั้งผลงานที่ผ่านมา วงสังคมหรือความสนใจต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับความเป็นจริง เพื่อกระตุ้นความสนใจของบริษัทที่ต้องการทำงานด้วยหรือลูกค้า

เพราะร่องรอยทาง Digital (Digital Footprint) เหล่านี้หาได้ง่ายเพียง Click ไม่กี่ครั้ง จะส่งเสริมความน่าเชื่อถือ บ่งบอกตัวตนและสร้างความโดดเด่น ไม่ต่างจากใบรับรองที่รับประกันความสามารถนั่นเอง

ไม่ปฏิเสธ AI : อย่างที่ทราบกันดีว่าเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงให้การทำงานและธุรกิจต่างๆ เป็น Digital มากขึ้น (Digital Transformation) ดังนั้นในอนาคตคนที่ทันโลกจึงต้องสามารถทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ได้แบบที่ไม่ฝืน และอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะเดียวกันต้องรู้ทันสมองกลเหล่านั้นด้วย ในภาพรวมคือการทำงานให้เสร็จลุล่วง ส่วนในระดับบุคคลคือการแสดงให้ถึงความใส่ใจในงาน  

ทางออกของใครที่ยังรู้สึกฝืน ให้มองว่า Bot เหล่านั้น เป็นส่วนหนึ่งของงานและสิ่งที่ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น เพราะท้ายที่สุดทักษะส่วนนี้จะเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าคุณใช้เครื่องไม้เครื่องมือได้คล่องแคล่วแค่ไหน และเป็นกำลังสำคัญหรือตัวถ่วงของทีม 

ทักษะ 2

ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่มีอยู่เป็น : นอกจากเครือข่ายการสื่อสารแล้ว Social Media และ Chat App ต่างๆ ก็เป็น Technology ที่เชื่อมคนในโลกให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งเอื้อประโยชน์อย่างยิ่งต่อรูปแบบการทำงานในอนาคตที่ต้องระดมความรู้ความสามารถของมวลชน (Crowdsourcing) เข้าด้วยกัน เพราะมีแนวโน้มว่า บริษัททางกายภาพที่เราต้องเดินทางไปทำงานในสถานที่เดียวกันในแต่ละวันจะลดลง เหลือเพียงการยึดโยงกันอยู่ด้วยแนวคิด อุดมการณ์ หรืองานที่ทำเท่านั้น จนทำให้การทำงานจากระยะไกล (Remote Office) มีมากขึ้น

ส่งผลให้แต่ละคนทำงานจากที่ใดก็ได้ มีความอิสระ และไม่อยู่กับบริษัทใดนาน หรือทำงานแบบชั่วระยะเวลาหนึ่งที่เรียกว่า Gig Economy ทวีความนิยม ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนในวงสังคมที่รู้จักหรือเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายบนโลก Online และเป็นได้สูงว่าบางคนอาจไม่เคยพบหน้ากันเลย   

เห็นคุณค่าของความหลากหลาย : ผลสืบเนื่องจากสถานที่ทำงานทางกายภาพอย่างตัวอาคารที่ค่อยๆ หายไป ทำให้ต้องทำงานคนเดียวโดยร่วมมือกับคนอื่นที่อยู่ต่างเวลา ต่างสถานที่ กันมากขึ้น แต่หากใครมีทักษะมากกว่า หลากหลายกว่า และสามารถจบงานเองด้วยตัวคนเดียว รวมถึงสามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ โอกาสที่จะโดดเด่นกว่าคนอื่นในตลาดแรงงาน และเป็นที่ต้องการของลูกค้าย่อมมีมากกว่า

เพราะการมาที่เดียวแล้วครบ (One Stop Service) จะลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งแน่นอนว่าปลายทางคืองานที่เสร็จเร็วขึ้น / fastcompany

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer