10 Trends Digital Transformation

 

ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีรุ่งอรุณแห่งดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่องค์กรไทยต่างตื่นตัว ปรับเปลี่ยนไปกับกระแสเพื่อความอยู่รอด สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ส่วนปีนี้จนถึงปี 2021 ถือเป็นปีแห่งการเดินทางสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นอย่างเต็มรูปแบบ ใครปรับตัวได้อยู่รอด

ที่ผ่านจากการสำรวจของไอดีซี พบว่า 65% ขององค์กรในประเทศไทยมีการวาง ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น อยู่ในแผนกลยุทธ์ แต่..กลับมีเพียง 9% เท่านั้นที่ลงมือทำจริง จากโครงสร้างขององค์กร ทั้ง Mind Set ของทั้งหมดในองค์กรยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นเท่าไรนัก รวมถึงการวัดผลงานผ่าน KPI ที่ยังคงยึดติดกับ KPI เดิมๆ

เมื่อดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นเป็นสิ่งที่องค์กรหนีไม่พ้น ที่จะต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ไอดีซี จึงได้คาดการณ์เทรนด์ของ10 แนวโน้มที่เกี่ยวกับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตั้งแต่ปี 2018-2021 ผ่านรายงาน “FutureScapes 2018”

1 Digital Transformation Platforms

ภายในปี 2021 เชื่อว่า 20% ขององค์กรขนาดใหญ่ของไทยจะมีการรวมแพลตฟอร์มดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่ทำอยู่อย่างกระจัดกระจายจากหน่วยงานในองค์กรที่ต่างคนต่างทำ เป็นแฟลตฟอร์มเดียวที่สามารถใช้งานร่วมกัน และทำให้การทำงานในองค์กรทันสมัยขึ้น

2.Open API Ecosystem

ในอดีต แบรนด์หรือองค์กร นิยมทำ API (Application Programming Interface) การสื่อสารกันระหว่างซอฟท์แวร์หรือแพลตฟอร์มในรูปแบบ Close API เฉพาะในองค์กร แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มให้ลิงค์ไปยังแพลตฟอร์มของพาร์ทเนอร์ ที่เรียกว่า Open API คงจะเหมาะกว่า

อาจจะมองไม่เห็นภาพของ Open API ขอยกตัวอย่างธุรกิจจองโรงแรมอย่าง Agoda เปิด API ให้ Skyscanner เว็บจองตั๋วเครื่องบินลิงค์แพลตฟอร์มจองของ Agoda ไปเสนอขายลูกค้าในเว็บ Skyscanner ได้ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาออกจาก Skyscannerเพื่อเข้า Agoda ของ โรงแรม

ไอดีซีคาดการณ์ว่าภายในปี 2021 มากกว่า1 ใน 3 ของ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไทยจะปรับองค์กรเชื่อมกับพาร์ทเนอร์ด้วย Open API ขยายฐานลูกค้า สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ

3.Digital Business

ในปีนี้ 30% ของผู้บริหารด้านไอทีจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาแฟลตฟอร์มในองค์กร ผ่านบิซิเนสโมเดล 3 รูปแบบได้แก่

หนึ่ง-เพื่อการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เช่นที่ผ่านมา AIA ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นให้ตัวแทนจำหน่ายสามารถคำนวณรูปแบบกรมธรรม์เสนอขายลูกค้าและปิดการขายผ่านแท็ปเล็ต

สอง-สร้างรายได้จากดาต้า ในประเทศมาเลเซีย บริษัททางด่วน UEM ได้เก็บดาต้าของผู้ใช้ทางด่วนไปขายให้กับบริษัทอสังหา ห้างสรรพสินค้าและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ในประเทศไทยกฎหมายยังไม่อนุญาตให้ธุรกิจนำข้อมูลของลูกค้าไปขายอย่างโจ่งแจ้ง

สาม– สร้างหน่วยงานดิจิทัลบิซิเนสขึ้นมาเฉพาะ เช่นปูนอินทรี ได้ตั้งหน่วยงานอินทรีดิจิทัลขึ้นมาใหม่ เพื่อให้บริการในส่วนของดิจิทัลกับองค์กรและต่อยอดไปยังลูกค้าในอนาคต

4.Cloud 2.0

จะเห็นองค์กรในไทยใช้มัลติคลาวด์มากขึ้น ด้วยการเลือกใช้เฉพาะบริการที่ผู้ให้บริการในแต่ละรายถนัดหรือมีจุดเด่น จากเดิมที่ใช้คลาวด์จากผู้ให้บริการเดียว

ไอดีซีคาดการณ์ว่าในปี 2021 จะมีการใช้งานมัลติคลาวด์มากกว่า 30% การลงทุนขององค์กรในบริการคลาวด์ และฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการที่ใช้งานผ่านคลาวด์ จะเพิ่มจนสูงกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

5.Risk and Trust

เชื่อว่าปีหน้า 30% ของผู้บริหารด้านไอทีจะหันกลับมาสนใจเรื่องความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ บน User Experience ที่ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก

6.Digital Transformation Talent

ภายในปี 2020 25% ของตำแหน่งงานด้านดิจิทัลเฉพาะด้าน จะต้องการผู้สมัครที่มีทักษะการวิเคราะห์และเอไอ เพื่อช่วยองค์กรให้ดำเนินโครงการทรานส์ฟอร์เมชันที่เกี่ยวข้องกับดาต้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องว่าจ้างบุคลากรด้านดาต้าโดยเฉพาะ

7.Digital Assistants

แม้ในปี 2019 ผู้ช่วยดิจิทัลและบอทจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้บริโภคเพียงแค่ 3% ของธุรกรรมทั้งหมด แต่จะช่วยสร้าง 10% ของยอดขาย ซึ่งจะช่วยผลักดันให้องค์กรที่ใช้งานเทคโนโลยีนี้ให้เติบโตได้

ยกตัวอย่างเช่น Starbucks ในต่างประเทศ เป็นพาร์ทเนอร์ Voice Assistant อย่าง Alexa เก็บข้อมูล 10 ครั้งสุดท้ายของเจ้าของ Alexa ทั้งเวลา สถานที่ และเครื่องดื่มแก้วโปรด และเมื่อถึงเวลาที่ทานกาแฟเป็นประจำ Alexa แจ้งเตือนจะถามว่าจะสั่งเครื่องดื่มอะไร ไปรับสาขาไหน เพื่อส่งข้อมูลไปยัง Starbucks สาขาที่ระบุก่อนตัวจะไปถึง

8: 5G / Mobile IoT

ในปี 2020 จะมี 5G คอมเมอร์เชียลใช้ครั้งแรกในโลก และใน2021 บริการ 5G ในประเทศไทยจะช่วยผลักดันการใช้งานIoT และจะกระตุ้นให้ 50% ของ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไทยลงทุนในโซลูชันด้านการจัดการการเชื่อมต่อเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

9.Home IoT Security

ในโลกของอนาคต  IoT จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้านในหลากหลายดีไวซ์ เช่นแอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า Alexa และอื่นๆ ซึ่งในปี 2020 เชื่อว่า 22% ของ Solution IoT ที่ติดตังเองในบ้านจะถูกเจาะระบบ และ 12% ของ Solution IoT ภายในบ้านที่ติดตั้งโดยผู้ให้บริการถูกเจาะระบบ

10.Mobile Payment

จากการผลักดันสังคมไร้เงินสดของภาครัฐ ผ่าน QR Code และการแข่งขันในธุรกิจธนาคารและน็อนแบงก์ ได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคอย่างน่าสนใจ

ในปี 2020 สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นอุปกรณ์รับชำระเงินที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะ SME เกิดใหม่ และผลักดันให้รายได้ของ SME เติบโต 10%

ทั้งนี้ ไอดีซีประเทศไทยได้คาดการณ์ว่าการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของทั้งองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

องค์กรที่จะสามารถแข่งขัน เติบโตได้ในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน จะต้องปรับเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็น Digital Native Enterprise องค์กรดิจิทัลโดยสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างสรรค์และใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม จนนำไปสู่การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ในที่สุด

ทำให้การลงทุนด้านไอทีของเราสามารถเติบโตขึ้นไปแตะที่ระดับ 4.4 แสนล้านบาทได้ในปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องไปสู่ระดับ 4.7 แสนล้านบาทได้ภายในปี2021  อย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา : IDC โดยจาริตร์ สิทธุ ผู้บริหารประจำไอดีซีประเทศไทย