เมื่อโลกกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ยุคดิจิทัล หัวใจสำคัญของ “Smart Business” คือเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรคน ทำอย่างไรที่ “คน” ในองค์กรจะเข้าใจบทบาทตนเองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำอย่างไรที่จะทรานส์ฟอร์ม Mindset ทั้งผู้บริหารตลอดจนพนักงานทุกคน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด

แม้ปัจจุบันหลายองค์กรพยายามปรับตัว แต่หลายองค์กรก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะเริ่มอย่างไร นี่เป็น Pain Point ที่เอไอเอสมองเห็นมากว่า 4 ปีแล้วว่า “Digital Disruption” มาแน่ และกำลังจะกลืนกินองค์กรทั้งหลายที่ตระหนักรู้ไม่เท่าทันในการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งนี้ สิ่งแรกที่เอไอเอสมองคือเตรียมพัฒนาเรื่องการบริหารจัดการคนเพื่อรับกับเทรนด์อนาคต

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กุมบังเหียน และปรง ธาระวานิช Head of AIS Academy

3 ปีกับความสำเร็จ

3 ปีที่แล้ว เอไอเอสได้เปิดตัว “AIS Academy” เป้าหมายเป็นศูนย์กลางด้านการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภาพในองค์กร โดยมีกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กุมบังเหียน และปรง ธาระวานิช Head of AIS Academy

3 ปี ที่ AIS Academy เข้ามาปรับแนวคิดตั้งแต่โครงสร้างองค์กร ต่อยอดสร้างมิติใหม่การเรียนรู้ให้พนักงานที่มีกว่า 12,000 คน เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือ Digital Disruption ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายที่น่าสนใจ

“ปัญหาของทุกองค์กรคือเรามักจะติดความเคยชิน เชื่อว่าแบบเดิมดีแล้ว องค์กรส่วนใหญ่เชื่อแบบนี้ มองว่าทำไมต้องเปลี่ยนทั้งที่ประสบความสำเร็จอย่างดีมาตลอด ซึ่งนี่เป็นจุดแรกที่ต้องสลัดออกไป” กานติมาเริ่มเล่า

 

เริ่มตั้งแต่การปรับเปลี่ยนองค์กรของเอไอเอส นับตั้งแต่การยกเลิกหลายกฎเกณฑ์ อาทิ ยกเลิกชื่อเรียกตำแหน่งที่มีหลายระดับชั้นตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหารระดับสูงและลำดับชั้นการรายงาน ให้เหลือเพียง 6-7 ระดับเพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำระหว่างลำดับชั้น และลดช่องว่างระหว่างผู้บริหารกับพนักงานลง

นอกจากโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กรแล้ว ประเด็นสำคัญคือการปรับหลักสูตรการอบรมพนักงาน โดยให้พนักงานมีสิทธิ์เลือกเรียนหรืออบรมในสิ่งที่ไม่ถนัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่มากขึ้น รวมไปถึงการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรผู้มีความสามารถ ด้วยการเข้าร่วมในหลักสูตรจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก เช่น สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ( MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา, Harvard Business School, มหาวิทยาลัย Manchester สหราชอาณาจักร

 

Anytime Anywhere Any Device

จุดเด่นคือการสร้างหลักสูตรผ่านเครื่องมือต่างๆ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ที่พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ติดข้อจำกัดเดิมๆ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนรูปแบบการอบรมก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าทางบริษัทจะส่งไปอบรมอะไรที่ไหน เมื่อไร แต่เอไอเอสเพิ่มเติมโดยพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา Anywhere Anytime Any Device ซึ่งกานติมาชี้ว่าเป็นเป้าหมายใหญ่ของการกระตุ้นการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด

“เราพัฒนาการเรียนรู้ให้พนักงานสามารถเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Learning Platform บนแอปพลิเคชัน พวกเขาสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านสมาร์ทโฟนทุกที่ทุกเวลา ได้แก่ AIS Learn Di แอปพลิเคชันเรียนออนไลน์  AIS Read Di รวมข้อมูลความรู้ต่างๆ เป็นห้องสมุดดิจิทัล และ Fun Di ให้พนักงานเก็บรับแรงจูงใจด้วยการสะสมคะแนนการเข้าอบรมและกิจกรรมต่างๆ ที่ AIS Academy จัดมาและสามารถบริหารด้วยตนเองตามความต้องการ โดยเลือกแลกเป็นของรางวัลตามที่ต้องการ เช่น โรงแรมที่พัก และอื่นๆ ตลอดจนถึงสามารถแลกเป็นคอร์สอบรมระดับสูงได้” ปรง อธิบายเสริม

 

ตื่นตัว ตื่นรู้ สู่การสร้างแรงบันดาลใจ

“ต้องยอมรับว่าเด็กรุ่นใหม่มีศักยภาพสูงมาก และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องบอกขีดเส้นจำกัดให้เขาทำแบบไหนอย่างไร แต่องค์กรต้องเตรียมเครื่องมือให้เพียงพอต่อความต้องการ เช่น อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำงานแบบใหม่ๆ ก็เป็นอีกปัจจัยของการพัฒนาคนในยุคนี้”

ไม่ใช่แค่การจัดคอร์สอบรมความรู้แบบที่คุ้นชินกัน ก่อนหน้านี้ ช่วงต้นปี เอไอเอสได้จัดให้พนักงานได้รับประสบการณ์ตรงโดย Session ดร.เดวิด ฮันซัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Hanson Robotics ที่มาพร้อมกับ “Sophia” หุ่นยนต์ AI ตัวแรกที่ได้รับสัญชาติซาอุฯ

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเอไอเอส ที่จะสร้างการ “ตื่นตัว” “ตื่นรู้” เรื่อง Digital Transformation ให้กับบุคลากรของตนเองแบบอินไซต์ที่สุด

และนำไปสู่การต่อยอดการพัฒนาอีกขั้นของ AIS Academy กับบทบาทผู้นำองค์กรภาคเอกชน ขับเคลื่อนสู่ยุคดิจิทัล

 

ACADEMY for THAIs

เพราะเอไอเอสเชื่อมั่นว่า การรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยียุคดิจิทัล เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรและแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง และประเทศไทยจะไม่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ถ้าองค์กรส่วนใหญ่ในประเทศยังก้าวตามยุคดิจิทัลไม่ทัน

“เพราะเรามองว่าเรื่อง Digital Transformation มันไม่ควรเป็นแค่การแข่งขัน มันไม่ควรว่าใครคนใดคนหนึ่งเรียนรู้เร็ว นำกว่าคนอื่นแล้วทิ้งสังคมไว้ข้างหลัง โดยหวังไปไกลกว่าคนอื่น แต่ควรเป็นเรื่องที่ทุกคนเรียนรู้ร่วมกันได้เพื่อความแข็งแรงในสังคมไทยจึงจะพัฒนาอย่างยั่งยืน อาทิ งานสัมมนา ACADEMY for THAIs ที่เราจัดขึ้น ผู้เข้าร่วมงานไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของเรา คนไทยทุกคนหากสนใจก็เข้ามาร่วมได้ เราอยากให้คนไทยทุกคนสนใจเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ ต้องพัฒนาไปด้วยกัน ประเทศจึงจะก้าวหน้าต่อไปได้”

จากความสำเร็จภายใน จึงต่อยอดสู่ภายนอก โจทย์วันนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนาคนในองค์กรเอไอเอสเท่านั้น แต่จะทำอย่างไรที่จะสนับสนุนให้องค์กรบริษัทไทยอื่นๆ ได้หันมาจับมือกัน ร่วมกันพัฒนาด้านดิจิทัลไปด้วยกัน

ถึงวันนี้เราเชื่อว่าภาคเอกชนควรเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้องค์กรไทยเติบโตเท่าทันยุค

“เรามองว่าองค์กรไทยหลายองค์กรมีองค์ความรู้ที่จะแชร์ต่อองค์กรอื่นๆ ได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยหนุนเสริมให้คนไทยขยับตัวได้เร็วขึ้น คล่องตัวขึ้น ได้มองเห็นศักยภาพของตัวเองให้สามารถเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน”

เป็นที่มาของโปรเจกต์ ACADEMY for THAIs ด้วยวัตถุประสงค์เป็นโครงการที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมไทยด้วยหลากหลายความรู้ทางเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและสร้างความพร้อมให้เท่าทันนานาประเทศ

โดยกิจกรรมแรกที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป คืองาน ACADEMY for THAIs สัมมนาเชิงวิชาการระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้ความร่วมมือจากหลายองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, เมืองไทยประกันชีวิต, Minor International และ SEAC ซึ่งล้วนเป็นองค์กรที่มีแนวคิดและมุ่งสร้างความพร้อม ความเข้มแข็งด้าน Digital Transformation มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ แบ่งประสบการณ์กัน

งานนี้ประสบความสำเร็จ มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 4,000 คน จากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน กระทั่งประชาชนทั่วไปที่สนใจก็เข้ามารับฟัง

“งานสัมมนาเป็นอีกรูปแบบที่ได้ผลดี หลังจากนี้เราก็จะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อาจจะสัมมนาและรูปแบบอื่น เราไม่ได้เซตรูปแบบแพทเทิร์นตายตัวไว้ว่าจะทำรูปแบบอะไร เพราะเทรนด์ดิจิทัลมาไวไปไว ซึ่งกิจกรรมที่จะทำก็ต้องสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ ณ เวลานั้น”

ทั้งหมดคือความสำเร็จของเอไอเอส ซึ่งกานติมาบอกว่าเป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น เธอย้ำเมสเซสสำคัญว่าการพัฒนาคนต่อไปนี้ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เอไอเอสจะขออาสาเป็นผู้นำที่จะเชื่อมโยงพันธมิตรองค์กรต่างๆ สู่ ACADEMY for THAIs ที่จะพัฒนายั่งยืนต่อไปด้วยกัน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer