Pandora_1

“ธนจิรา” เผย 2 กลยุทธ์ ประกาศความสำเร็จครบรอบ 8 ปี นำ “แพนดอร่า” สู่ตลาดไทย เผยกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่น “PANDORA REFLEXIONS” เจาะกลุ่มสาวยุคใหม่

1-News-pan-2

นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ธนจิราดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ไลฟ์สไตล์พรีเมียมจากต่างประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์มุ่งมั่นในการเป็นบริษัทรีเทลชั้นนำของประเทศไทยที่คำนึงถึงการดำเนินธุรกิจให้เติบโตในระยะยาว

โดยมีปรัชญาการดำเนินงานที่ต้องการ “นำสินค้าที่มีคุณค่ามาสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้บริโภค” (Bring the best of the brand to the best of Thailand) จึงให้ความสำคัญในการเลือกพันธมิตรเพื่อนำมารุกตลาดในประเทศไทย โดยจะเน้นพันธมิตรระดับโลกที่มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่แตกต่าง มีพลังในการดึงดูดลูกค้าได้ตลอดเวลา ที่สำคัญต้องเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทย

ปัจจุบันธนจิรามีแบรนด์ภายใต้การบริหารรวมทั้งสิ้น 4 แบรนด์ ได้แก่ “แพนดอร่า” (PANDORA) “มารีเมกโกะ” (MARIMEKKO) “แคท คิดสตัน” (CATH KIDSTON) และเป็นเจ้าของแบรนด์ “ทิลด้า” (TILDA) โดย “แพนดอร่า” ถือเป็นเรือธงสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต สะท้อนจากสัดส่วนยอดขายที่สูงถึง 65%

ล่าสุดฉลองครบรอบ 8 ปี ในการทำตลาดในประเทศไทย ประกาศต่อยอดความสำเร็จเดินหน้ารุกตลาดเต็มสูบ เพื่อครองความเป็นผู้นำไลฟ์สไตล์จิวเวลรี่อย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ เริ่มนำแพนดอร่าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพของแบรนด์เครื่องประดับจากประเทศเดนมาร์ก ที่ไม่เพียงเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีที่ส่งมอบประสบการณ์ความทรงจำอันพิเศษสุดให้แก่ผู้หญิงทุกคนเท่านั้น

แต่ยังวางเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยคุณสมบัติของเครื่องประดับที่ปรับแต่งได้ตามใจชอบ (Customization) และบ่งบอกความเป็นตัวเอง (Individuality) ซึ่งเหมาะกับเทรนด์การใส่เครื่องประดับของผู้หญิงที่มักชื่นชอบของที่มีหนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร

สำหรับการทำตลาดในช่วงแรกจะเน้นสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้หญิงไทย ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปี แพนดอร่าได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันแพนดอร่าในประเทศไทยมียอดขายสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียแปซิฟิก ด้วยอัตราการเติบโตสองหลักอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตั้งแต่ปีแรก และมียอดขายที่มีอัตรา Same Store Growth เฉลี่ยถึง 25% สะท้อนความสำเร็จในการบริหารแบรนด์ได้อย่างมีศักยภาพและการบริการที่มีมาตรฐานมัดใจกลุ่มเป้าหมาย

ปัจจัยความสำเร็จของแพนดอร่าภายใต้การบริหารของธนจิรา คือการทำความเข้าใจแบรนด์และเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง จึงไม่เน้นกลยุทธ์การลดราคาสินค้าแต่จะให้ความสำคัญกับการสร้าง Positioning ของแบรนด์ โดยวางให้เป็น “ของขวัญที่ดีที่สุดในทุกโอกาส” และปรับกลุ่มเป้าหมายหลักให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเจาะกลุ่ม Y-W-N หรือ Youth-Women-Netizens คือ กลุ่มผู้หญิงวัยรุ่น และวัยทำงานที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีความเป็นตัวของตัวเอง คิดและตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีและเหมาะให้แก่ตัวเองได้เสมอ

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมั่นคง ด้วย 2 กลยุทธ์ ดังนี้
• “มุ่งเน้นการทำตลาดให้เข้ากับบริบทในประเทศ” (Local Marketing Best Practice) ด้วยความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดในประเทศไทยและการศึกษาไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง

บริษัทฯ จึงวางแผนการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์นี้ ดังนี้ 1. สร้างความเชื่อมโยงของแบรนด์ในชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมาย 2. ขยายสาขาในเวลาอันรวดเร็วบนพื้นที่ยุทธศาสตร์ (Strategic Locations) ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 3. การแบ่งส่วนการตลาดด้วย Segmentation โดยแบ่งจากพฤติกรรมการบริโภค (Buying Behavior) และ 4. สื่อสารและให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์อยู่เสมอ
• “สร้างจุดขายผ่านการให้บริการที่ยอดเยี่ยม” (Retail Operational Excellence) ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์อันพิเศษสุดตลอดเส้นทางการเดินทางของผู้บริโภค (Customer Journey) ตั้งแต่การเข้ามาซื้อ จนถึงบริการหลังการขาย ทั้งยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการ

โดยได้เปิด “ธนจิรา เทรนนิ่ง อะคาเดมี่” ศูนย์พัฒนาทักษะของทีมพนักงานขาย ล่าสุดทุ่มงบกว่า 28 ล้านบาท เปิด “แพนดอร่า แฟล็กชิพสโตร์” รูปโฉมใหม่แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A New Evolution Design” เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยมาตรฐานแบบลักชัวรีแบรนด์ โดยเปิดให้บริการบริเวณชั้น 1 โซนเซ็นทรัลคอร์ท (ลิฟต์แก้ว) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ จะยังคงขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย 2 กลยุทธ์หลัก พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำกลุ่มสินค้าสร้อยข้อมือและชาร์ม ขยายกลุ่มสินค้าประเภทแหวน ต่างหู สร้อยคอและจี้ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นและใช้กลยุทธ์ “ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง” มาสร้างประสบการณ์และความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2561 ยังรุกตลาดด้วยการเปิดตัว 2 คอลเลคชั่นใหม่ ประเดิมด้วย “PANDORA REFLEXIONS” สร้อยข้อมือและชาร์มสุดโมเดิร์น ที่ผสานแฟชั่นและฟังก์ชันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ครั้งแรกกับการพลิกโฉมความคลาสสิกของแพนดอร่าให้มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์รูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน มีวัสดุให้เลือก 3 ชนิด ได้แก่ PANDORA Shine (สีทอง) PANDORA Rose (สีชมพู) และ PANDORA Moment (สีเงิน) มาพร้อมชาร์มแบบคลิปออนที่สามารถถอดเข้าออกเพื่อปรับเปลี่ยนได้อย่างง่าย สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ วางจำหน่ายแล้วที่ร้านแพนดอร่าทุกสาขา พร้อมเตรียมส่งคอลเลคชั่น “PURELY PANDORA” ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

“ด้วยการขับเคลื่อนแบรนด์ตามกลยุทธ์ที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้ในปีนี้แพนดอร่ามีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 34 สาขา สามารถขยายฐานกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นทั้งกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าเป็นคนไทยถึง 85% และต่างชาติ 15% มั่นใจสิ้นปีแพนดอร่าเติบโต 28% และผลักดันให้ผลประกอบการรวมของบริษัทฯ เติบโต 27% พร้อมเผยแผนการดำเนินงานในปี 2562 จะยังคงเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบแนวโน้มตลาดไลฟ์สไตล์จิวเวลรี่ที่ยังคงมีการเติบโตได้ดี พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังเล็งขยายธุรกิจกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนเมือง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายภายในปี 2563 แพนดอร่าจะมียอดขาย 1,200 ล้านบาท และสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามแผนโรดแมปอีกด้วย” นายธนพงษ์กล่าว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer