“วันนี้เราต้องการเงิน”

ประโยคเริ่มต้น ในหนังโฆษณาระดมทุนซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่

นี่คือหนังโฆษณาเรื่องล่าสุดที่ผู้กำกับหนังโฆษณาระดับโลก ต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย หรือ “ต่อ-ฟีโน” เป็นผู้กำกับ

ต้องบอกว่าด้วยการนำเสนอที่มาแบบแหวกไม่เหมือนใคร ที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นมากขึ้น ด้วยความชัดเจน ตั้งแต่วินาทีแรก บอกกับคนดูตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม จนดูแล้วรู้สึกว่านี่ไม่ใช่หนังโฆษณาชวนเชื่อ แต่เป็นเมสเซสที่ถูกส่งตรงจากใจให้ถึงใจมากกว่า

และเชื่อว่าถ้าคุณได้ดูจนจบคุณจะรู้ว่าการบริจาคเงินครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่นเท่านั้น…แต่เป็นการทำเพื่อตัวคุณเองด้วย

 

ปัจจุบันสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ยังคงขาดแคลนงบประมาณในการจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะครุภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์อันทันสมัยและมีราคาสูง อาทิ กล้องส่องตรวจปอดและหลอดลม เครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิทัลแบบต่างๆ เครื่องดมยาสลบพร้อมเครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุกหัวใจ เครื่องตรวจและติดตามคลื่นหัวใจและสัญญาณชีพ เป็นต้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณอีกกว่า 1,400 ล้านบาท

และนั่นเป็นที่มาของหนังโฆษณา “ต่อชีวิต” ซึ่งการที่คุณบริจาคเงินเพื่อช่วยโรงพยาบาล เท่ากับคุณได้ต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์อีกมากมาย และหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นตัวคุณเองในอนาคต …

วันนี้เราได้พูดคุยกับผู้กำกับถึงเบื้องหลังของการทำงานชิ้นนี้

 

“ต่อชีวิต” โจทย์ที่ต้องทำให้โรงพยาบาลเป็นเรื่องใกล้ตัว  

สำหรับต่อ ธนญชัย “ต่อชีวิต” คืองานครีเอทีฟเพื่อแก้ปัญหา ทำอย่างไรให้คนมีแรงบริจาค ทำอย่างไรให้โรงพยาบาลเป็นเรื่องใกล้ตัว

“คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว ตอนคิดงานก็เลยมีคำถามเยอะแยะมากมายในหัว แล้วก็คิดให้สุดว่า อีกไม่นานเราทุกคนก็ต้องกลายเป็นผู้ป่วยในอนาคต ต้องทำให้คนที่ไม่เคยป่วยเห็นความจริงที่ว่าวันหนึ่งเราต้องป่วย ต้องพึ่งบริการจากโรงพยาบาล” ต่อเริ่มต้นเล่า

 

ธนญชัย ศรศรีวิชัย

เพื่อที่จะส่งเมสเซสได้ตรงที่สุด เขาเล่าถึงวิธีการทำงานว่าสิ่งแรกที่ออกแบบ คือ อยากได้อะไรก็พูดไปเลย

“ผมคิดว่าตัวหนังก็ต้องไม่มีความเยิ่นเย้อ แล้วในความคิดผม ผมคิดว่า ระดมทุนเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ มันเป็นอะไรที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการบริจาคแล้ว แทบจะไม่ต้องแปล เวลามีน้อย ต้องพูดกันตรงๆ”

 

เล่าปัญหาจริง ให้ภาพจริงเล่าเรื่อง

เพื่อที่จะเล่าเรื่องให้ดูจริงที่สุด ดังนั้นภาพส่วนใหญ่เป็นภาพที่ถ่ายจากสถานที่จริง บุคคลจริง โดยไม่มีการเซตขึ้นมา

“ผมไม่ได้ไปถ่ายเอง เพราะไปแล้วจะเกะกะ ทีมก็จะเกร็ง บอกแค่โครงๆ ว่าเราต้องการอะไรสำหรับเล่าเรื่อง แล้วผมก็ให้คุณประทีปและทีมงานไปถ่ายมา ภาพเลยออกมาค่อนข้างดี ซึ่งต้องให้เครดิตคุณประทีปและทีมงานด้วยสำหรับภาพที่เล่าเรื่อง” ทำให้คนดูได้เห็นถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่มี “Demand” มากกว่า “Supply”

กลุ่มเป้าหมาย คือ คนไทยทุกคน 

“ผมอยากให้ทุกคนได้มองเห็นสัจธรรมเรื่องความเจ็บป่วย ผมอยากเห็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่เคยเกิดขึ้น ผมชอบประเทศนี้ตรงที่ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรสักอย่างทุกคนพร้อมที่จะช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ความคาดหวังก็คือ อยากให้ทุกคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ รู้สึกว่าคนที่อยู่ข้างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนร่วมโลก อยากให้คุณหมอและพยาบาลมีกำลังใจหลังจากดูหนังเรื่องนี้ เพื่อที่จะดูแลคนไข้ต่อไป”

ไม่ต้องจำกัดแค่ไปวัดแล้วได้ “บุญ”

แน่นอนว่าคนไทยเรามักยึดติดว่าถ้าอยากทำบุญต้องเข้าวัดเข้าวา ทำบุญให้วัด แต่สำหรับต่อ เขามีมุมมองอีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจ

“ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่องการทำบุญใหม่ ให้มองทะลุไปถึงการทำบุญจริงๆ ซึ่งก็คือ การให้โดยแท้ หนึ่งในการให้นี้ก็คือการช่วยเหลือชีวิต ผมไม่อยากเห็นการทำบุญมันจบที่วัดเพียงอย่างเดียว แต่ผมอยากเห็นการทำบุญมันไปสู่ชีวิตของคนจริงๆ วัดก็มีหน้าที่ที่จะทำให้สังคมดีขึ้น ถ้าเราจะต้องเอาเงินไปให้ใครสักคนที่ทำให้สังคมดีขึ้น ที่นี่ก็เป็นที่ทำให้สังคมดีขึ้น ผมอยากให้ทุกคนมองเห็นปลายทางของการให้ว่ามันจะตกไปที่ตรงไหน แล้วมันไปเกิดประโยชน์สูงสุดยังไงกับทุกคน”

ทั้งหมดคือมุมมองที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่หมอที่ “ต่อชีวิต” ผู้คนได้ แต่พวกเราทุกคน คือคนสำคัญ ที่ช่วยกันต่อชีวิตยามเจ็บป่วยให้กับเพื่อนมนุษย์ซึ่งรวมถึงตัวคุณเอง

ช่วยกัน…ในวันที่เรายังไม่ป่วย เพียงบริจาคเงินสมทบทุน @ramafoundation เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

บริจาคออนไลน์ทาง www.ramafoundation.or.th หรือกด *948*1111*100# แล้วกดโทรออก เพื่อบริจาค 100 บาทผ่านทุกเครือข่าย สอบถามโทร. 0-2201-1111 เพราะคำว่าให้ไม่สิ้นสุด



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน