Case Study การทำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งที่ทำให้ เอ็ม-150 เป็นเครื่องดื่มให้พลังงานเบอร์ 1 ในไทย การันตีด้วยรางวัล “แบรนด์ออฟเดอะเยียร์” ถึง 2 ปีซ้อน!

สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน มีราคาใกล้เคียงกัน ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ เหมือนกันนั่นคือเรื่อง Value Proposition ของแบรนด์

ซึ่งคำว่า Value Propostion ในที่นี้หมายถึงคุณค่าอะไรบางอย่างที่แบรนด์มอบให้กับผู้บริโภค เป็นคุณค่าที่มีมากกว่าด้าน Funtional ของผลิตภัณฑ์ เพราะนั่นหมายถึง Emotional ทางใจ

หากจะขยายความให้เห็นภาพก็คงจะต้องยกสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราอย่างแบรนด์ เอ็ม-150 มาเล่าให้ทุกคนได้อ่านกัน

เพราะสิ่งที่เอ็ม-150 มอบให้กับลูกค้าไม่ได้มีเพียงแค่พลังงานทางกาย แต่ยังรวมไปถึงพลังงานทางใจที่ใช้กลยุทธ์ในรูปแบบของสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งมาเป็นตัวช่วยสื่อสารผ่านกีฬามากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนสมาคมมวยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย สมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศ และกับอีกสองกีฬายอดฮิตของคนไทยอย่างฟุตบอลและมวย

สำหรับฟุตบอลทาง เอ็ม-150 ได้เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันฟุตบอล เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือไทยลีก 2

และการแข่งขันฟุตบอลเอ็ม-150 คัพ เพื่อหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวงการลูกหนังในบ้านเราให้เติบโตก้าวไกลจนสามารถพัฒนาไปยังระดับโลกได้

และกับกีฬามวย ด้วยการเข้าไปสนับสนุนค่ายมวยที่มีนักมวยชั้นนำของไทยมากมาย อย่าง นครหลวงโปรโมชั่น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนักมวยแชมป์โลกขวัญใจคนไทยอย่าง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรชั่น ที่เอ็ม-150 ได้ผลักดันให้ศรีสะเกษเป็นไอดอลมาร์เก็ตติ้งของแบรนด์อีกด้วย

แบรนด์สัญชาติไทย ที่พร้อมจะยืนหยัดเป็น “พลังฮึดสู้ เพื่อคนไทย”

สิ่งที่ทำให้เอ็ม-150 เลือกที่จะสนับสนุนกีฬาไทย พากีฬาไทยไปไกลระดับโลก นั่นเป็นเพราะเอ็ม-150 คือแบรนด์ของคนไทยที่ต้องการจะสร้าง “พลังฮึดสู้ เพื่อคนไทย”  มากกว่าการที่จะไปสนับสนุนกีฬาหรือทีมดังๆจากต่างประเทศ

ที่สำคัญเป็นการสนับสนุนตั้งแต่จุดเริ่มต้นก่อนที่นักกีฬาจะประสบความสำเร็จ ฝ่าฟันทุกอุปสรรคต่างๆ นานา จนผลักดันให้นักกีฬาไทยมาถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนได้จาก ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่เอ็ม-150 ได้เข้าไปให้การสนับสนุนตั้งแต่ยังเริ่มชกแรกๆ

รวมถึงยังเป็นผู้สนับสนุนสมาคมกีฬาสมัครเล่นต่างๆ อีกหลายสมาคมไม่ว่าจะเป็นสมาคมมวยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย สมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศ ที่เป็นการสนับสนุนมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่เหรียญเงินโอลิมปิกแรกจากนักมวยที่ชื่อว่า ขาวผ่อง ไปถึงเหรียญทองโอลิมปิกประวัติศาสตร์จากสมรักษ์ คำสิงห์

จนถึงทุกวันนี้ เรียกได้ว่าเอ็ม-150 นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการคว้าเหรียญทองถึง 9 เหรียญ เหรียญเงินอีก 6 เหรียญเงิน เหรียญทองแดงอีก 12 เหรียญ

รวมไปถึงความสำเร็จจากเอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ และกีฬาระดับภูมิภาคอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

วงการกีฬาได้รับการผลักดันมากขึ้น แล้วถามว่าการทำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เอ็ม-150 จะได้อะไรกลับไป?

จริงอยู่ว่าการทำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งอาจไม่ได้ส่งผลโดยตรงจนทำให้กราฟยอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นภาพได้ชัด แต่สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งคือกลยุทธ์ที่จะพาแบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้อย่างแยบยล เป็นการสร้าง Brand Awareness ที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับรู้ว่าสิ่งที่เอ็ม-150 จะมอบให้กับพวกเขาไม่ได้มีแค่เครื่องดื่มที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย

แต่ยังรวมไปถึง Value Proposition ซึ่งหมายถึงคุณค่าทางใจ ที่ช่วยทำให้พวกเขามีพลังใจในการไปสู่เป้าหมายได้มากขึ้น เหมือนกับที่เหล่านักกีฬาและไอดอลของแบรนด์ทำได้ก็เพราะพลังใจที่ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายพาตัวเองไปถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้นั่นเอง

ความสำเร็จในการทำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งของเอ็ม-150 นี้ไม่ได้มีเพียงแค่ผลลัพธ์ในเรื่องของยอดขายจนทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งในตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานเป็นเวลาหลายปีเท่านั้น

แต่ความเฉียบขาดที่เอ็ม-150 สามารถผสานกลยุทธ์ที่หลากหลายและการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้แบรนด์มีความโดดเด่นและแตกต่างจนครองตำแหน่งเบอร์ 1 ในใจของผู้บริโภค

และทำให้เอ็ม-150 สามารถคว้ารางวัล “แบรนด์ออฟเดอะเยียร์” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากงานประกาศรางวัล “เวิลด์ แบรนดิ้ง อวอร์ด 2018” ที่ประเทศอังกฤษมาได้สำเร็จ

ที่สำคัญคือ เอ็ม-150 เป็นแบรนด์เดียวในหมวดเครื่องดื่มให้พลังงานจากไทยที่ได้รับรางวัลนี้!

เป็นเครื่องดื่มเพื่อพลังฮึดสู้ของคนไทย ที่เป็นของคนไทย และยังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อีกด้วย


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer