Marketeer ได้รับเชิญจากสยามพิวรรธน์ให้เข้าร่วมงานแถลงข่าว “NEXTOPIA” อย่างเป็นทางการ ณ สยามพารากอน บรรยากาศภายในงานสะท้อนชัดว่านี่ไม่ใช่การเปิดพื้นที่โซนใหม่ แต่คือการประกาศต้นแบบระดับโลกภายใต้แนวคิด “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle” ซึ่งสะท้อนบทบาทของผู้นำที่พลิกโฉมวงการรีเทลในยุคที่โลกให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ
การคว้า 2 มาตรฐานสากลทั้ง EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับ 2 ดาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่พื้นที่รีเทลได้รับการรับรองทั้งด้านอาคารเพื่อความยั่งยืนและการออกแบบเพื่อสุขภาวะในระดับสูงพร้อมกัน เป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้เห็นว่า NEXTOPIA ถูกพัฒนาภายใต้กรอบความคิดด้านความยั่งยืนที่แปลงเป็นโครงสร้างที่จับต้องได้จริง ตั้งแต่รากฐานของการออกแบบ

แพลตฟอร์มแห่งระบบนิเวศ สร้างคุณค่าให้ทุกชีวิต
หัวใจของ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต คือแนวคิด “Co-creating Communities for a Better World” ที่เกิดจากการผนึกกำลังของกว่า 450 พันธมิตร ประกอบด้วย 50 องค์กรนวัตกรรมระดับโลก พันธมิตร คู่ค้า และ 30 คอมมูนิตี้ในเครือ Friends of NEXTOPIA รวมทั้งกว่า 40 ร้านค้า และ SMEs กว่า 300 ราย ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ภายใต้ Revolutionary Concept เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมสร้างคุณค่า เพื่อถ่ายทอดไลฟ์สไตล์แห่งวันพรุ่งนี้ ผ่านการบูรณาการแนวคิดด้านสุขภาวะอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบงานสถาปัตยกรรม ไปจนถึงรายละเอียดของการก่อสร้างที่ใส่ใจทุกองค์ประกอบ ควบคู่กับการคัดสรรนวัตกรรมล่าสุดที่เป็นมิตรต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารในทุกมิติ
รีเทลในมุมมองของ NEXTOPIA จึงไม่ใช่สถานที่ขายสินค้า แต่เป็น Ecosystem Platform ที่เชื่อมโยงธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน ความแตกต่างสำคัญคือการเปลี่ยนคำถามจาก “ขายอะไรได้บ้าง” ไปสู่ “สร้างคุณค่าอะไรได้บ้าง” ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับบทบาทขององค์กรที่คิดในระดับโกลบอลอย่างแท้จริง

EDGE Advanced ประสิทธิภาพที่พิสูจน์ด้วยตัวเลข
มาตรฐาน EDGE ระดับ Advanced สะท้อนความจริงจังด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- พลังงาน : พื้นที่ถูกออกแบบให้ ลดการใช้พลังงานได้ถึง 47% ผ่านการรับแสงธรรมชาติและหมุนเวียนอากาศ การใช้วัสดุ ETFE แทนกระจก และเทคโนโลยีเพื่อช่วยลดความร้อน พร้อมติดตั้งโซลาร์รูฟขนาดใหญ่เพื่อผลิตพลังงานสะอาด
- น้ำ : เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ใช้น้ำชนิดประหยัดน้ำ ด้วยนวัตกรรมเพิ่มฟองอากาศ เพื่อเน้นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสีย สามารถ ลดการใช้น้ำได้ 34%
- วัสดุ (Materials Efficiency) เลือกใช้สีพิเศษปลอดสารปรอทและตะกั่ว ปล่อยสารระเหยต่ำมาก (Ultra Low VOCs) รวมทั้งการใช้วัสดุรียูส รีไซเคิล และวัสดุธรรมชาติที่มีโครงสร้างที่ทนทาน ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่งได้ 59%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการออกแบบเชิงระบบที่กำหนดทิศทางตั้งแต่จุดเริ่มต้น และบูรณาการความยั่งยืนเข้าไว้ในรากฐานของการพัฒนาโครงการ

มาตรฐาน Fitwel 2 ดาว ยกระดับผู้คนและสุขภาวะอย่างเป็นระบบ
ในมิติของการยกระดับผู้คนและสุขภาวะ NEXTOPIA ได้รับการรับรองมาตรฐาน Fitwel ระดับ 2 ดาว จากการออกแบบพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน
- ด้านสุขภาวะ (Well-being) : ส่งเสริมสุขภาพผ่านสภาพแวดล้อมภายในอาคาร
- ติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูง Displacement Air System (DAS) ผสาน Dedicated Outdoor Air System (DOAS) แยกและกำจัดอากาศเก่า สารปนเปื้อน และเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง
- Floor Radiant Cooling (ระบบความเย็นแบบแผ่รังสีจากพื้น) ให้อุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ใช้การเป่าอากาศผ่านท่อลม (Forced Air) ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค เพื่ออากาศสะอาด
- วัสดุทั้งหมดเป็นแบบ Ultra Low VOCs ซึ่งปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายในระดับต่ำมาก เพื่อรักษาคุณภาพอากาศ พร้อมด้วยมาตรการทำความสะอาดตาม Fitwel Cleaning Policy
- การสื่อสารคุณภาพอากาศและเทรนด์โลกแบบเรียลไทม์ ผ่าน “The Globe” ลูกโลกจำลองจอ LED ขนาดใหญ่ พร้อมกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกคน
- สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางกายและความปลอดภัย (Increases Physical Activity)
- ออกแบบพื้นที่โดยใช้แนวคิด Biophilic พร้อมผสานหลัก Active Design เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น The Spiral บันไดโถงที่เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ทำให้คนเลือกเดินขึ้นลงมากกว่าการใช้ลิฟท์ อีกทั้ง The Forest Canopy และ The Ocean Canopy ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล รวมถึงขยะจากท้องทะเล มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลป์ที่สวยงาม เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ และดึงดูดให้คนใช้เป็นเส้นทางเดินขึ้นชั้น 5A เช่นกัน
- The Kinetic Floor และ The Energy Playground แค่ทุกคนขยับก็ร่วมกันผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่สนใจเทคโนโลยีและชอบนวัตกรรมที่สัมผัสได้
- มีพื้นที่ออกกำลังกายและมุมพักผ่อน กิจกรรมร่วมกับร้านค้าเพื่อสนับสนุนบริการและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และการฉีดวัคซีน
- อาหารสุขภาพและน้ำดื่ม (Food & Water) : ส่งเสริมการเข้าถึงโภชนาการและน้ำดื่มที่ดีต่อสุขภาพ
- สนับสนุนการเลือกทานอาหารที่ดีด้วยเมนูสุขภาพจากทุกร้านค้า พร้อมจุดเติมน้ำดื่มที่ให้บริการน้ำดื่มคุณภาพสูง
- มีตลาดเกษตรกร โชว์เคสผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และเวิร์กช็อป Upcycling เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสุขภาพและความยั่งยืน
- สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบาง (Supports Social Equity for Vulnerable Populations)
- มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบเพื่อรองรับทุกคน เช่น ห้องน้ำที่ได้มาตรฐาน ADA (American with Disabilities Act) สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงห้องให้นมบุตรสำหรับคุณแม่
- ให้การสนับสนุนพื้นที่สำหรับกลุ่มคนด้อยโอกาส เช่น Dots Coffee ที่เป็นร้านกาแฟแรกของโลกที่พนักงานบาริสต้าทุกคนเป็นคนตาบอด และ Autistic Art ที่เป็นแกลลอรี่งานศิลปะจากเด็กออทิสติก

ตอกย้ำบทบาทผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น
Game Changer ผู้สร้างต้นแบบxแพลตฟอร์มแห่งโอกาส
การสร้าง NEXTOPIA คือการ ตอกย้ำบทบาทของ “สยามพิวรรธน์” ในฐานะ ผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น และ Game Changer ที่บุกเบิกสร้างต้นแบบให้กับวงการรีเทลไทยและระดับโลก การคว้า 2 มาตรฐานสากลทั้ง EDGE และ Fitwel ควบคู่กับการเป็นพื้นที่ต้นแบบที่ใช้ พลังงานสะอาด 100% ตั้งแต่ปี 2026 พร้อมแผนขยายแนวทางดังกล่าวครอบคลุมทุกศูนย์ภายในปี 2030 และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050 สะท้อนการวาง ความยั่งยืนเป็นยุทธศาสตร์หลัก ขององค์กรอย่างชัดเจน
“NEXTOPIA” จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ใหม่ในสยามพารากอน แต่คือ “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ที่เชื่อมโยงธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อผู้นำยกระดับมาตรฐานของตนเอง มาตรฐานของทั้งอุตสาหกรรมย่อมขยับตามไปด้วย
นี่คือบทบาทของ “สยามพิวรรธน์” ในฐานะผู้นำที่วางรากฐานและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสานต่อการขับเคลื่อนที่กำหนดทิศทางของรีเทลในระดับภูมิภาคและระดับโลกให้สูงขึ้นในทุกก้าวของการพัฒนา

