หลังจากเปิดตัว SAMSUNG Note 9, Galaxy Watch, Galaxy A9 และ Galaxy A7 ไปไม่นาน SAMSUNG ก็ส่งการ์ดเชิญ Marketeer เยี่ยมชมฐานบัญชาการที่เป็นต้นกำเนิดนวัตกรรมและความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น พร้อมอีกหลายๆ มุมที่น้อยคนจะรู้ ณ SAMSUNG Digital City เมืองซูวอน สาธารณรัฐเกาหลีใต้

ซัมซุงเริ่มต้นด้วยการพาเข้าชมพิพิธภัณฑ์แสดงนวัตกรรมซัมซุง Samsung Innovation Museum หรือ SIM ที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรม SAMSUNG Digital City ภายใน SIM จัดแสดงนวัตกรรมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นห้องโถงนิทรรศการ 3 โถง คือ เมล็ดพันธุ์ของนวัตกรรม-ยุคแห่งการคิดค้น (Era of Inventor) ที่เล่าถึงการค้นพบสิ่งประดิษฐ์สำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถัดมาเป็นโถงแก่งของนวัตกรรม-ยุคแห่งนวัตกรรมองค์กร (Era of Corporate Innovation) ยุคที่มีการลงทุนพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมองค์กรต่างๆ การผลิตและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประเภทจอแสดงผล เครื่องมือสื่อสาร ที่ก่อให้เกิดไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลในปัจจุบัน และโถงสุดท้าย นวัตกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ที่แสดงนวัตกรรมและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเพื่อยกคุณภาพชีวิตผู้บริโภคในด้านต่างๆ จากซัมซุง

จากนั้น ซัมซุงได้พาเราทัวร์ส่วนสำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่ง นั่นคือ Mobile Quality Lab Test หรือ แล็บทดสอบคุณภาพโทรศัพท์มือถือซัมซุง นับตั้งแต่การทดสอบกล้อง ทดสอบความร้อน เสียง การตกกระแทก กันน้ำ

Thermal Lab ห้องทดสอบความร้อนของโทรศัพท์มือถือ โดยแล็บมีวิธีทดสอบความร้อนหลากหลายตามรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ เช่น ความร้อนของเครื่องจากการถ่ายภาพสีต่างๆ เพราะตอนเราถ่ายภาพสีแต่ละสีจะให้ความร้อนแตกต่างกัน ความร้อนของเครื่องขณะเล่นเกม ขณะใช้ Maps หรือส่งอีเมล โดยจะมีกล้องจับความร้อนอยู่ด้านบน และแสดงผลบนคอมพิวเตอร์ว่าจุดใดของมือถือร้อนบ้าง และร้อนระดับใด

Durability Lab 1 ห้องทดสอบความทนทาน โดยวัดจากการตกของมือถือในรูปแบบต่างๆ ตกจากที่สูงในทุกระดับของการใช้งานในชีวิตประจำวัน บนพื้นผิวทุกรูปแบบทั้งซีเมนต์ พื้นไม้ กระเบื้อง ฯลฯ เพื่อหาว่าจุดไหนได้รับความเสียหายมากที่สุด และควรเสริมความแข็งแรงส่วนใดเป็นพิเศษ

Durability Lab 2 จะเป็นการทดสอบ Lifecycle ปุ่มกดทุกตำแหน่ง รวมถึง Jack ช่องเสียบหูฟัง ช่องชาร์จแบตฯ และปุ่มต่างๆ โดยทดสอบทั้งจำนวนครั้งในการกด และแรงกดของคนในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป

Image Lab 1 และ 2 ห้องทดสอบคุณภาพของการถ่ายภาพ ทั้งในเชิง Quantitative ทดลองหลายๆ ครั้ง เช่น มีการปล่อยแสงหลายๆ จุดพร้อมกันเพื่อดูว่ากล้องสามารถรับแสงครบทุกจุดหรือไม่ ไล่ระดับแสงเพื่อดูว่ากล้องยังจับภาพได้ดีแม้อยู่ในที่แสงน้อย ขณะที่การทดสอบเชิง Qualitative เป็นการทดสอบการถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น การถ่ายแบบ Indoor-Outdoor ซึ่งภายในแล็บสามารถปรับแสงตามฤดูต่างๆ ได้สมจริง หรือการถ่ายภาพในร้านอาหาร เพื่อทดสอบคุณภาพกล้องว่าสามารถรองรับการถ่ายภาพในแต่ละสภาวะแวดล้อมได้ดีตามมาตรฐานหรือไม่

Acoustic Lab 1 และ 2 เน้นการทดสอบแบบ Quantitative และ Qualitative เช่นเดียวกับการถ่ายภาพ โดยทีมวิศวกรจะทดสอบคุณภาพเสียงทั้งจากลำโพงตัวเครื่องและหูฟัง ลักษณะห้องทดสอบจะเป็นห้องเก็บเสียงเพื่อให้ได้ยินเสียงที่ออกมาจากโทรศัพท์จริงๆ โดยไม่มีเสียงอื่นรบกวน ขณะที่อีกห้องจะเป็นการทดสอบคุณภาพเสียงในห้องจำลองการใช้โทรศัพท์ในสถานการณ์จริง จำลองเสียงรบกวนและผนังห้องแบบต่างๆ เพื่อดูว่าการใช้หูฟัง บลูทูธ สปีกเกอร์โฟน คุณภาพการได้ยินดีแค่ไหน

Water Ingress Lab ห้องทดสอบการกันน้ำในสมาร์ทวอทช์ตัวล่าสุดและโทรศัพท์รุ่นที่กันน้ำทุกรุ่น โดยการทดสอบจะจำลองการเปียกน้ำในรูปแบบต่างๆ เช่น ในสมาร์ทวอทช์ที่สามารถใส่ว่ายน้ำได้ก็จะจำลองการว่ายน้ำ หรือจำลองการเปียกฝนในโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

Environment Lab ห้องทดสอบโทรศัพท์ในสภาวะแวดล้อมต่างๆ ทั้งในสภาพอากาศร้อน ร้อนชื้น ความดันอากาศต่างๆ รวมถึงการอยู่ในกระเป๋าหลังของกางเกง ลองนึกถึงเวลาใช้งานจริงสิ เรามักเสียบโทรศัพท์ไว้กระเป๋าหลังแล้วนั่งทับมันบ่อยๆ ใช่ไหมล่ะ จุดนี้ซัมซุงเขาก็ทดสอบนะ

ห้องแล็บเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบคุณภาพ Device ทุกรุ่นของซัมซุง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกไปได้มาตรฐานที่ดีที่สุดนั่นเอง

 

ทั้งนี้ คุณ Harksang Kim Head of Visual R&D Team แผนก Mobile Division Samsung Electronic ผู้ดูแลการออกแบบสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตของซัมซุง กล่าวว่า “ซัมซุงมุ่งคิดค้นพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีโดยยึดหลัก Customer Centric ทั้งในแง่ของคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น หน้าจอที่คมชัดเสมือนจริงบน Device ที่มีดีไซน์ทันสมัยและบางลง หรือการพัฒนา Foldable Phone ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและเทรนด์ในอนาคต เหล่านี้คือทิศทางการพัฒนาของซัมซุง และจากนี้ไปจะได้เห็นการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ จากซัมซุงผ่าน 2 ปัจจัยหลัก คือ เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม เช่น เทคโนโลยี 5G และเทคโนโลยีจากภายนอก เช่น พีซีเทคโนโลยี ที่สามารถนำมาปรับใช้กับโทรศัพท์ได้ เพื่อให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากสินค้าของซัมซุงได้มากที่สุด”

นอกจากนี้ Marketeer ยังมีโอกาสพูดคุยกับ Jaehyung Hong ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบ Galaxy Watch นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไป โดยคุณ Hong ได้กล่าวตอกย้ำแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมที่ยึดหลัก Customer Centric ว่า “เราได้ศึกษารวบรวมข้อมูลอินไซต์ความต้องการของผู้บริโภคและเทรนด์ของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยสำรวจจากผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มอายุและอาชีพ รวมถึงความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายอย่างกลุ่มมิลเลนเนียลที่มีแนวคิดและจุดมุ่งหมายในตัวเอง เพื่อนำมาพัฒนาและออกแบบ Galaxy Watch ที่ตอบโจทย์ได้ตรงความต้องการ โดยความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างคนรุ่นใหม่ยุคมิลเลนเนียล คือ ความอิสระในทุกกิจกรรมที่ทำ และเราก็พยายามตอบโจทย์นี้ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของพวกเขาง่ายขึ้นและล้ำยิ่งขึ้นผ่าน Galaxy Watch

Jaehyung Hong ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบ Galaxy Watch

“ดังนั้น ในส่วนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ เราได้ปรับปรุงในหลายๆ จุดเพื่อตอบรับความต้องการคนรุ่นใหม่ ให้มากที่สุด และใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งรูปทรง ขนาด และสี โดย Galaxy Watch มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่นหน้าปัดขนาด 46 มม. สีเงิน (Silver) ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและมีความสปอร์ตในตัว และรุ่นหน้าปัด 42 มม. สีดำ (Midnight Black) มาในลุคลำลอง ทันสมัย และสีชมพู โรสโกลด์ (Rose Gold) ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมและหรูหรา”

นอกจากนี้ คุณ Hong ยังให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเทรนด์ของนาฬิกาแฟชั่นแบรนด์ที่หันมาพัฒนาสมาร์ทวอทช์ของตัวเองมากขึ้นว่า “ผลิตภัณฑ์ของเรากับของแบรนด์แฟชั่นนั้นจัดว่าเป็นสินค้าคนละประเภท ก่อนที่เราจะเริ่มพัฒนาและดีไซน์ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น เราได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลในตลาดเพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ซึ่งจุดนี้สร้างความแตกต่างให้กับซัมซุงและสมาร์ทวอทช์แบรนด์แฟชั่นอื่นๆ”

“ที่ผ่านมาผู้บริโภคอาจยังไม่คุ้นเคยกับการใช้ Galaxy Watch แต่ตอนนี้พวกเขาคุ้นเคยกับมันมากขึ้น และค้นพบว่า Galaxy Watch มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน และตอบโจทย์ความต้องการแบบ Personalize ได้ และแน่นอนว่าซัมซุงจะพัฒนาเทคโนโลยี Galaxy Watch ไปตลอด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา

C-Lab แหล่งเพาะพันธุ์สตาร์ทอัพของซัมซุง

อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับ C-Lab หรือ Creative Lab ที่ซัมซุงสร้างขึ้นเป็นคอมมูนิตี้ที่มีสถานที่ อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมเพื่อสนับสนุนให้พนักงานใช้ไอเดียความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมผ่านการประกวด เรียกได้ว่าเป็นซิลิคอน วัลเลย์ ของเกาหลีเลยก็ว่าได้

โดยผลงานต่างๆ ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับธุรกิจหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ของซัมซุง จะเป็นผลงานด้านสุขภาพ เทคโนโลยีทางการเงิน การเกษตร ฯลฯ ทุกไอเดียสามารถร่วมประกวดได้หมด และสำหรับผู้ชนะหรือใครที่ต้องการพัฒนาสินค้าของตัวเองและออกไปเป็นสตาร์ทอัพเต็มตัว ซัมซุงก็พร้อมสนับสนุนในทุกๆ ด้าน และที่เจ๋งก็คือ หากไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นพนักงานได้เหมือนเดิม

ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์จาก C-Lab ที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของรูปธรรม คือมีสินค้าวางจำหน่ายจริง และไอเดียที่ได้รับเงินระดมทุนอย่างมากมาย โดยเมื่อเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมามีโครงการทั้งหมด 163 โครงการที่เกิดขึ้นจาก C-Lab

Samsung Guide Dog School CSR ที่ใช้ได้จริง

ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กรดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่คู่กันกับองค์กรธุรกิจ ซัมซุงเองก็มีส่วนนี้เช่นกัน โดยที่เกาหลีมีหนึ่งในโครงการ CSR ที่ซัมซุงใส่ใจและทำจริงจังมาเกือบ 20 ปี นั่นคือ สถานฝึกสุนัขนำทางเพื่อคนตาบอด (Samsung Guide Dog School) ที่เริ่มตั้งแต่รับเลี้ยงและเพาะเลี้ยงสุนัข ฝึกสุนัขนำทาง สอดแนม และกู้ภัย เรียกได้ว่าครบวงจร โดยจุดมุ่งหมายก็เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนความช่วยเหลือแก่คนที่ต้องการ

โดยซัมซุงดำเนินการและมอบทุนให้กับโรงเรียนฝึกสุนัขเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ที่มีความบกพร่องในการมองเห็นและผู้ที่อยู่ในระหว่างการบำบัด ตั้งแต่ปี 2536 และในปี 2542 โรงเรียนฝึกสุนัขนำทางเพื่อคนตาบอดของซัมซุงได้เข้าบรรจุเป็นสมาชิก International Guide Dog Federation (IGDF) อย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ ซัมซุงยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการออกกฎหมายสำหรับการเข้าใช้สถานที่สาธารณะของสุนัขนำทางในเกาหลีอีกด้วย

หลายคนรู้จักซัมซุงในฐานะเจ้าแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี แต่ที่กล่าวมาข้างต้นคือ “ซัมซุง” ในอีกมิติที่น้อยคนจะรู้จัก การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์แต่รองรับความต้องการที่ตัวผู้ใช้เองยังคาดไม่ถึง การเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพใหม่ๆ และ Corporate Venture Capital ให้เอง การเป็นองค์กรที่ผลักดันสังคมให้ดีขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะต้องทำ

นี่คือ ซัมซุง ในมุมที่ Marketeer พามาให้รู้จัก

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer