ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก ส่งผลให้โจทย์ของการทำตลาดซับซ้อนมากขึ้นในหลายๆ มิติ แต่เอสซีจียังได้รับรางวัลความเป็นเลิศในหลายๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เอสซีจี ได้รับ 5 รางวัลพระราชทาน และ 3 รางวัลดีเด่น “Thailand Corporate Excellence Awards 2018” ที่จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอบโจทย์ความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดมา
โดย 5 รางวัลพระราชทานเป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการด้านต่างๆ จำนวน 5 สาขา ได้แก่
1. ด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล
2. ด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
3. ด้านสินค้า/การบริการ
4. ด้านผู้นำ
5. ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน/ความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลดีเด่นอีก 2 สาขา ได้แก่ 1) ด้านการบริหารทางการเงิน และ 2) ด้านการตลาด (ได้รับ 2 รางวัลจากเอสซีจี และบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด)

ธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กล่าวถึงที่มาของการมอบรางวัลนี้ว่า
“TMA และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันดำเนินงานจัดโครงการรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards ขึ้นเป็นปีที่ 16 แล้ว โดย TMA ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง 2 หน่วยงานหลักทั้งภาคเอกชนและฝ่ายนักวิชาการ ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการองค์กรในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับองค์กรและในระดับประเทศ”
รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวถึงความรู้สึกในการได้รับรางวัลนี้ว่า
“ชาวเอสซีจีภาคภูมิใจเป็นอย่างสูงกับรางวัลพระราชทานอันทรงเกียรตินี้ เพราะรางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของเอสซีจีในฐานะองค์กรแห่งนวัตกรรมชั้นนำในภูมิภาค ที่มุ่งมั่นคิดค้นพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ตลอดจนการบริหารจัดการในด้านต่างๆ มาตลอดระยะเวลากว่า 105 ปีขององค์กร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น”
รุ่งโรจน์ยังย้ำอีกว่า นับจากนี้ไปเอสซีจีสัญญาว่าจะยังคงเดินหน้าเสริมประสิทธิภาพการตอบโจทย์ลูกค้าให้ดีขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง และเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจเติบโตต่อไปในระยะยาว

ในจำนวนรางวัลทั้งหมด 8 รางวัลนั้น มี 2 รางวัลที่ชาวเอสซีจีภาคภูมิใจอย่างมาก คือ ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และด้านสินค้า/การบริการ ที่ได้รับต่อเนื่องมาถึง 12 ปี และ 8 ปี ตามลำดับ ซึ่งตอบโจทย์ความมุ่งมั่นขององค์กรในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดมา ได้เป็นอย่างดี
Key Success สำคัญเบื้องหลังความสำเร็จ
ยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี เผยถึงการได้รับรางวัลนี้ว่า เกิดจากความร่วมมือของพนักงานทุกคนที่ช่วยกันสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านต่างๆ ถือเป็น DNA ของชาวเอสซีจีที่ยึดมั่นมาโดยตลอด เพื่อรับมือกับโลกยุคดิจิทัล และเราก็ยังคงเน้นการทำ Open innovation หรือการเปิดรับความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้องค์กรสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จนได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากสาธารณชนให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้”
ยุทธนายังกล่าวปิดท้ายว่า
“รางวัลนี้และความพึงพอใจของลูกค้า ถือเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมความภาคภูมิใจ และทำให้เรามีพลังที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง สมกับการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมชั้นนำในภูมิภาคอย่างแท้จริง”
นอกจากรางวัลความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และด้านสินค้า/การบริการแล้ว จนถึงปัจจุบัน เอสซีจียังได้รับรางวัลความเป็นเลิศจากเวที “Thailand Corporate Excellence Awards” ในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องคือ
– รางวัลความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management Excellence) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16
– รางวัลความเป็นเลิศด้านผู้นำ (Leadership Excellence) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
– รางวัลความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน/ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development/Corporate Social Responsibility Excellence) เป็นปีที่ 9

พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวปิดท้ายว่า
“ศศินทร์และ TMA เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าประสบการณ์และความสำเร็จขององค์กรที่ได้รับรางวัลจะสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้องค์กรธุรกิจอื่นๆ ได้นำความสำเร็จเหล่านี้มาเป็นกรณีศึกษาและพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย และเป็นกรณีศึกษาที่มีคุณค่าต่อวงการการศึกษาด้านธุรกิจต่อไป”
–
