ทำไมแพนดอร่าถึงได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ขายดีที่สุดในโลก

ในปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายทั่วโลก 1.14 แสนล้านบาท หรือ 22.8 พันล้านโครนเดนมาร์ก เติบโต 15% จากยอดการผลิตเครื่องประดับทั้งหมด 117 ล้านชิ้น โดยยอดจำหน่ายแพนดอร่าในประเทศไทยเติบโต 39% ติดอันดับประเทศที่มีการเติบโตอันดับต้นๆ ในเอเชียแปซิฟิก รวมญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

โดยแพนดอร่าประเทศไทยมีกลุ่มบริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากต่างประเทศเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว มีสาขาทั้งหมด 29 สาขา

แพนดอร่า ประเทศไทยทำตลาดด้วยกลยุทธ์การวางตำแหน่งของแบรนด์ให้เป็นของขวัญที่ดีที่สุดในทุกโอกาส

ส่วนแพนดอร่าทั่วโลกมีการเติบโตที่น่าสนใจมาจากการวางกลยุทธ์สินค้า Luxury Affordable เครื่องประดับที่มีดีไซน์หรูเรียบในราคาที่จับต้องได้เหมาะเป็นเครื่องประดับใส่เล่น ใส่ได้ทุกวัน เจาะกลุ่มชนชั้นกลาง คล้ายๆ กับสวารอฟสกี้ แต่แพนดอร่าจะมีราคาสูงกว่า และสามารถนำมาขายต่อได้ราคา

สินค้ายอดนิยมของแพนดอร่าอันดับหนึ่งคือสร้อยข้อมือ และจี้ประดับ (Charms) มียอดจำหน่ายมากถึง 75% ของยอดจำหน่ายสินค้าแพนดอร่าทั้งหมด รองลงมาได้แก่ แหวน 14% ตุ้มหู 6% สร้อยคอและจี้ห้อยคอ 5%

ส่วนตลาดเครื่องประดับโลกโดยรวมสินค้ายอดนิยมกลับเป็น

สร้อยคอ 30%

แหวน 30%

ตุ้มหู 18%

สร้อยข้อมือและจี้ประดับ 17%

อื่นๆ 5%

ซึ่งการที่แพนดอร่าจะเติบโตในระยะยาวแบบยั่งยืนได้จะต้องเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในสินค้าประเภทอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสร้อยข้อมือและจี้ ซึ่งได้กลายเป็นหนึ่งกลยุทธ์ใหม่ของแพนดอร่าในปี 2561-2565

 

โดยกลยุทธ์ใหม่ของแพนดอร่าในปี 2561-2565 ที่จะขับเคลื่อนแพนดอร่าทั่วโลกให้เติบโตเฉลี่ย 7-10% ต่อปี บนวิสัยทัศน์ใหม่ “แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีที่ส่งมอบประสบการณ์อันพิเศษสุดให้แก่ผู้หญิงทุกคน”  ประกอบด้วย

1.ขยายสัดส่วนรายได้กลุ่มสินค้าประเภทแหวน ตุ้มหู สร้อยคอและจี้ห้อยคอ จากสัดส่วนรายได้ในปัจจุบัน 25% เป็น 50% ภายในปี 2565

2.กระตุ้นยอดจำหน่ายด้วยการนำเสนอคอลเลคชั่นที่มี Innovation ในการผลิต 1 คอลเลคชั่นต่อปี และเพิ่มการออกคอลเลคชั่นปกติจาก 7 คอลเลคชั่นต่อปี เป็น 10 คอลเลคชั่นต่อปี ตอบสนองความต้องการลูกค้าที่มีความหลากหลาย ซึ่งแพนดอร่าได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่มีคอลเลคชั่นต่อปีมากที่สุด

3.ปรับเปลี่ยนสู่ ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง มากขึ้นด้วยการเพิ่มสัดส่วนในสื่อออนไลน์จาก 30% เป็น 60% ภายในปี 2565 จากงบการตลาด 8% -10% ของรายได้ทั้งหมด

4.ผลักดันรายได้จากช่องทางออนไลน์สัดส่วน10%-15% ในปี 2565 โดยให้ความสำคัญกับ Omni-Channel  เชื่อมโยงช่องทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ สร้างประสบการณ์ในการลองเครื่องประดับเสมือนจริงผ่าน eStroe  โดยปัจจุบันช่องทาง eStore เปิดให้บริการแล้วใน 13 ประเทศทั่วโลก

5.เพิ่มจำนวนร้านสาขา 200 ร้านทั่วโลกต่อปี โดย 2 ใน 3 ของร้านที่เปิดใหม่จะเป็นร้านค้าที่แพนดอร่าเป็นเจ้าของและบริหารเอง

6.แพนดอร่าได้ตั้งเป้าสร้างกำลังการผลิตเครื่องประดับ 200 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี 2565

แม้แพนดอร่าจะเป็นแบรนด์เครื่องประดับจากประเทศเดนมาร์กแต่ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ สินค้าทุกชิ้นของแพนดอร่า ที่จัดจำหน่ายใน 100 ประเทศ 6 ทวีปทั่วโลก ผลิตในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี จากฝีมือคนไทยทั้งหมด ด้วยเหตุผล คนไทยมีฝีมือดีและความประณีตสูง

แพนดอร่าทำการผลิตภายใต้บริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด มีนีลล์ เฮแลนเดอร์ เป็นกรรมการผู้จัดการ และรองประธานอาวุโสสายงานผลิต ในระหว่างปี2558-2562 ได้ลงทุนด้านการผลิตกว่า 9 พันล้านบาทในประเทศไทย (ปัจจุบันใช้งบไปแล้ว 6,375 ล้านบาท) เปิดศูนย์นวัตกรรม (The Innovation Centre) สร้างโรงงานแห่งที่ 2 ที่จังหวัดลำพูน ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมปี 2560 เพิ่มจากโรงงานแห่งแรกที่นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี กรุงเทพฯ

ส่วนโรงงานแห่งแรกที่นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี กรุงเทพฯ มีการเปิดอาคารใหม่ 4 ชั้น บนเนื้อที่ 20,000 ตร.ม.เพิ่มเติมเปิด มีนาคม 2561 เพื่อรองรับแรงงานได้มากถึง 5,000 คน