ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล ปี 2561 วิเคราะห์สถานการณ์ในวันที่ทั้งแบงก์และน็อนแบงก์เดินเครื่องเต็มสูบ !!!

ตลาดเงินกู้ส่วนบุคคลในระบบโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่า 5 แสนล้านบาท เป็นตลาดที่หอมหวานสำหรับแบงก์ และน็อนแบงก์  จากดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีอัตราตั้งแต่ 5.5%ไปจนถึง 28% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากที่น้อยนิดจนเกือบจะติดดิน

ซึ่งที่ผ่านมาตลาดเงินกู้ส่วนบุคคลในระบบโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในรูปของสินเชื่อบัตรกดเงินสด เพราะมีความสะดวกสบายในการนำเงินออกมายามจำเป็นที่สุด 
และบัตรเครดิตผ่อนชำระ เพื่อผ่อนซื้อสินค้าและบริการในดอกเบี้ย 0% หรือดอกเบี้ยต่ำ 

แต่ข้อจำกัดของบัตรกดเงินสดคือผู้ที่จะสมัครบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตได้ จะต้องเป็นห้างร้านทื่จดทะเบียน ผู้ที่มีงานประจำ มี Statement เงินเดือนในบัญชีธนาคาร และมีหนังสือรับรองจากบริษัทผู้จ้างงานเพื่อยืนยันตัวตนและความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อป้องกันหนี้สูญ

และด้วยข้อจำกัดทางอาชีพการงาน ที่มาพร้อมกับการยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาทำให้ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลไม่สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะกลุ่มแม่ค้าแผงลอย แม่ค้าตามร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่จดทะเบียนการค้า ไม่สามารถหาเอกสารมายืนยันตัวตนและความสามารถในการชำระหนี้ได้

และนั่นหมายถึงการศูนย์เสีย โอกาส จากข้อจำกัดของลูกค้ากลุ่มนี้ไป

อาลีเพย์ ต้นแบบปลดล็อกเงินกู้

แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เพราะในต่างประเทศอย่างจีน ก็ได้มีการอนุมัติสินเชื่อโดยไม่ต้องอาศัย Statement มาแล้ว

เพราะในโลกของดิจิทัล จะทำให้สถาบันการเงินสามารถเรียนรู้และรู้จักพฤติกรรมลูกค้าได้ดีกว่า Statement ตรงหน้าเสียอีก

อย่างเช่น AntFinancial สถาบันการเงินและการลงทุนในเครืออาลีบาบา ได้ปล่อยเงินกู้เข้าบัญชี อาลีเพย์ ให้กับใครก็ได้ที่มีบัญชีอาลีเพย์

โดยการออกเงินกู้ของAnt Financial มาจากการดูความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นจากการทำธุรกรรมต่างๆผ่านอาลีเพย์ มาประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์และออฟไลน์ผ่านบริการต่างๆ ในเครืออาลีบาบา และนำมาประมวลผลด้วยระบบ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมในการใช้จ่ายและความสามารถในการชำระหนี้ให้ตรงตามเวลาที่กำหนด

การวิเคราะห์ผู้บริโภคในรูปแบบนี้ ทำให้อาลีเพย์สามารถปล่อยเงินกู้ให้กับใครก็ได้โดยไม่ต้องมีข้อจำกัดด้านเงินเดือนอีกต่อไป

เอสซีบี-เคแบงก์ ปล่อยเงินกู้ออนไลน์ไร้เอกสารก่อนไม่รอแล้วนะ

ธนาคารกสิกรไทย และไทยพาณิชย์ ถือว่าเป็น 2 ธนาคาร ที่ขับเคี้ยวที่จะขับเคลื่อนในการให้บริการลูกค้าผ่านดิจิทัลมาตลอด
โดยเฉพาะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เห็นการแข่งขันในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ บนโลกดิจิทัล เพื่อไล่ให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่เสมอ

และล่าสุดทั้ง 2 ธนาคาร ก็ได้มีแนวทางในการเข้าถึงเงินกู้ส่วนบุคคล โดยไม่ต้องใช้เอกสาร แต่ใช้พฤติกรรมบนโลกออนไลน์เป็นตัววิเคราะห์ผู้บริโภคถึงความสามารถในการชำระหนี้ตามกำหนดผ่านระบบ AI และอนุมัติเงินกู้ได้ทันที่ผ่านแอปพลิเคชั่น

เพราะ 2 ธนาคารมีเป้าหมายเดียวกันคือ การขยายฐานลูกค้าเงินกู้ ไปยังบลูโอเชียนที่ยังไม่มีใครเข้าถึง (นอกจากเงินกู้นอกระบบ) และเป็นตลาดที่มีดีมานด์มหาศาล

แต่ก็มีความเสี่ยงมหาศาลเช่นกัน ถ้าวิเคราะห์พฤติกรรมด้านการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ของบุคคลนั้นไม่ดีพอ

แล้ว 2 ธนาคารนี้นี้มีแนวทางอย่างไร

SCB Easy Digital Lending ที่แม่ค้าแผงลอยกู้ได้

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เคยเกริ่นไว้เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2561 ไว้ว่าไทยพาณิชย์มีโครงการให้สินเชื่อออนไลน์ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันกับบุคคลทั่วไปผ่าน SCB Easy โดยใช้วิธีการอนุมัติสินเชื่อด้วยระบบ AI จากพฤติกรรมออนไลน์ อย่างเช่นการใช้โชเชียลมีเดีย ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือข้อมูลทางด้านคมนาคมอื่นๆ มาประกอบการวิเคราะห์วินัยทางการเงินของลูกค้า

เพราะถ้าไทยพาณิชย์สามารถทำได้ จะขยายฐานลูกค้าสินเชื่อจากมนุษย์เงินไปยังใครก็ได้ อย่างเช่น แม่ค้าแผงลอย แม่ค้าในตลาดซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโพเทนเชียลและไม่มีโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพราะไม่มีเอกสารทางการเงินมารับประกันการกู้ยืมเงินกับธนาคาร

และนั่นหมายถึงการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่โดยปริยาย

ธนาได้มองว่า ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นตลาดที่ใหญ่มาก และ ธนาคารพาณิชย์โดยรวมยังไม่เคยทำตลาดด้านนี้อย่างจริงจัง  

และปัจจุบันได้เป็นโอกาสที่ดีของธนาคารไทยพาณิชย์ เพราะเทคโนโลยีที่มาถึง ทำให้สามารถสร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ได้แบบ End to End ตั้งแต่การให้ประสบการณ์ใหม่กับลูกค้า, ขั้นตอนการอนุมัต, การประเมินสินเชื่อโดยใช้ Big Data เข้ามาเป็นส่วนประกอบ

เพราะปี 2019 น่าจะเป็นปีแห่ง Digital Lending  ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านช่องทาง Digital ทั้งหมด  และน่าจะเห็นการเปิดบริการสินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบนี้เวอร์ชั่นทดลองในไตรมาสแรกของปีหน้า และเต็มรูปแบบในไตรมาสสอง  

แม้ปัจจุบันบริการกู้เงินส่วนบุคคลในรูปแบบนี้ของไทยพาณิชย์ยังไม่เกิด แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่าน ไทยพาณิชย์ได้เปิดตัวบริการอนุมัติสินเชื่อโดยไม่ต้องยื่นเอกสารให้กับร้านค้าในลาซาด้า ซึ่งการอนุมัตินี้ได้วิเคราะห์จากการเข้าไปดูยอดจำหน่ายสินค้าของร้านค้าแต่ละร้าน และคะแนนที่ลูกค้าให้กับร้านค้า ประกอบการตัดสิน
ซึ่งเชื่อว่าจุดเริ่มต้นนี้จะกลายเป็นการเรียนรู้ที่จะต่อยอดไปยังบริการอนุมัติเงินกู้ส่วนบุคคล ผ่าน Data base ในโลกดิจิทัลให้กับธนาคารได้เป็นอย่างดี

และยังเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มความพยายามในการสร้างประสบการณ์ใหม่ของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วย

ทั้งนี้ ด้วยบริการต่างๆ ที่เกิดขึ้น มาจากแนวคิดของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะยกสาขาธนาคารเข้ามาให้บริการอยู่บนโลกดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชั่นSCB Easy ที่ไทยพาณิชย์ได้ยกเครื่องระบบและไอทีในการให้บริการใหม่หมดเพื่อรองรับธุรกรรมออนไลน์บนไลน์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นมหาศาลในอนาคต

บริการยอดนิยม SCB Easy หลังจากยกเครื่องใหม่ มีลูกค้าเข้าใช้ SCB EASY กว่า 2,000 ล้านครั้ง เฉลี่ยเข้าใช้บริการคนละ 20 ครั้งต่อเดือน  ธุรกรรมโอนเงิน 450 ล้านครั้ง  เติมเงิน 101 ล้านครั้ง  Bill Payments 39 ล้านครั้ง  กดเงินไม่ใช้บัตรกว่า 38 ล้านครั้ง  ชำระเงินผ่าน QR Code 11 ล้านครั้ง  ขอสินเชื่อผ่านแอป 486,000 ครั้ง  ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ 310,000 ใบ  แลกคะแนนสะสม 360,000 ครั้ง  ขออนุมัติสินเชื่อผ่านแอป 4.7พันล้านบาท  ซื้อกองทุนผ่านแอป 100 พันล้านบาท  บริจาคเงินผ่านแอป 250 ล้านบาท  แจ้งเตือนธุรกรรมผ่านไลน์ SCB  Connect 400 ล้านครั้ง  *นับตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2560-24 ตุลาคม 2561  ที่มา : SCB,ตุลาคม 2561

กสิกร ไลน์ โซเชียลแบงกิ้ง บริษัทเงินกู้ผ่านแชทไลน์

ที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยมีพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 20,000 ล้านบาท จากลูกค้า 500,000 ราย ถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันรวม 500,000 ล้านบาท

ซึ่งแน่นอนว่ากสิกรไทยอยากชยายพอร์ตลูกค้าเพิ่มมากกว่านี้ถ้ามีช่องว่างในการเข้าหาลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะลูกค้าที่ใครก็ได้ที่มีวินัยทางการเงิน และสามารถอนุมัติเงินกู้ผ่านแอปได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นเอกสาร

จากความต้องการขยายไปยังลูกค้าใหม่ๆ พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยจึงได้ร่วมมือกับ ไลน์ คอร์ปอเรชั่น เปิดบริษัทใหม่ ที่มีชื่อว่าบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด เพื่อเข้าสู่ธุรกิจบริการโซเชียลแบงกิ้ง โดยเฉพาะ และคาดการณ์จะเปิดให้บริการเป็นรูปธรรมในกลางปี 2562

อาจจะดูฟังแล้วแปลกๆ สำหรับคำว่า โซเชียลแบงกิ้ง พัชร ให้คำจำกัดความในเรื่องนี้ว่า

บริการ โซเชียลแบงกิ้ง คือการที่ผู้ใช้ไลน์ทั้ง 44 ล้านคน เข้าถึงบริการทางการเงินได้ของธนาคารกสิกรไทยอย่างรวดเร็วภายในแอปไลน์ ซึ่งเป็นแอปที่อยู่เป็นประจำ

โดยเริ่มจากบริการสินเชื่อบุคคล ให้บริการเงินกู้ผ่านแอปไลน์ โดยไม่ต้องยื่นเอกสารประกอบการอนุมัติ

การที่กสิกร ไลน์ จำกัด เลือกบริการสินเชื่อบุคคลเป็นบริการแรกเนื่องจากพัชร มองว่าตลาดเงินกู้ส่วนบุคคลในระบบที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นตลาดที่ใหญ่โดยปัจจุบันมีมูลค่ามากถึง 5 แสนล้านบาทธนาคารกสิกรไทยมีสัดส่วนในธุรกิจนี้ 2 หมื่นล้าน จากลูกค้า 5 แสนราย

และการเปิดให้บริการในครั้งนี้ พัชร เชื่อว่าจะสามารถสร้างยอดลูกค้าใหม่จากฐานลูกค้าธนาคารกสิกรไทยและลูกค้าจากธนาคารอื่น ที่มาพร้อมกับวงเงินอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา

การอนุมัติเงินกู้ที่ว่านี้จะเป็นการอนุมัติจากพฤติกรรมการใช้ไลน์ของแต่ละบุคคล เช่น การใช้ไลน์อยู่ในโลเคชั่นเดิมทั้งวันในวันจันทร์ถึงศุกร์ หมายถึงบุคคลนี้มีงานทำ และนำมาประมวลผลผ่านระบบเอไอ โดยไม่ได้เข้าไปดูถึงการแชท

ทั้งนี้ กสิกร ไลน์ เชื่อว่าจากการร่วมมือที่ว่านี้สามารถสร้างยอดลูกค้าเงินกู้10 ล้านรายในวงเงินปล่อยกู้ 20,000 ล้านบาท ภายใน 3-5 ปี  พร้อมก้าวสู่การเป็น 1 ใน 5บริษัทชั้นนำด้านธุรกิจให้บริการสินเชื่อภายในระยะเวลา 5 ปี

CIMB สุ้มเปิดตัวสินเชื่อโซเชียล

นอกจากไทยพาณิชย์ และกสิกรไทย ที่ได้เผยออกมาถึงบริการอนุมัตสินเชื่อผ่านโซเชียลแล้ว

เชื่อว่าปีหน้าคงมีอีกหลายธนาคารให้บริการในรูปแบบนี้เช่นกัน

อย่าง CIMB ก็เป็นหนึ่งในนั้น

อรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับมาร์เก็ตเธียร์ว่า ในไตรมาสแรกของปี 2562 ทาง CIMB ก็จะเปิดบริการนี้เช่นกัน โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์ในรูปแบบ Join Venture 

การที่ CIMB เข้าลงเล่นในบริการนี้ มาจากการมองเห็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเอื้อประโยชน์ให้กับธนาคาร ในการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลได้มีประสิทธิภาพขึ้น

เพราะการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคล ทางธนาคาร จะต้องอาศัยการวิเคราะห์ลูกค้าในหลากหลายด้าน ก่อนที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าแต่ละบุคคล

โดยออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย จะมาช่วยให้ธนาคารสามารถวิเคราะห์ ลูกค้า ในส่วนของอุปนิสัยของลูกค้า (CHARACTER) ได้อย่างชัดเจนขึ้น เช่น ผู้กู้มีการจ่ายค่ามือถือตรงเวลา จากการค่าน้ำค่าไฟผ่านสมาร์ทโฟนเป็นประจำไม่มีค้างชำระ 

ในแต่ละวันเดินทางมาสถานที่ใด สถานที่หนึ่ง ทุกๆ วันเป็นประจำ จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าบุคคลนี้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และทำงานอยู่มานานตามที่ข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเก็บได้ และเป็นบุคคลที่มีวินัยทางการเงินแค่ไหน

ซึ่งการใช่โซเชียลมีเดีย และออนไลน์มาวิเคราะห์ ในรูปแบบนี้ เปรียบได้กับ เงินกู้นอกระบบที่ตัดสิน ผู้กู้ จากบ้านที่อยู่อาศัย และอาชีพของผู้กู้ ด้วยตา

และเมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลในเครดิตบุโรและอื่นๆ มาประกอบรวมกัน จะทำให้ธนาคารสามารถอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้กู้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารด้านเงินเดือน หรือเอกสารจดทะเบียนร้านค้ามาประกอบ

ซึ่งการอนุมัติในรูปแบบนี้ ทำให้ ทางธนาคารสามารถขยายกลุ่มลูกค้าไปยังบุคคลทั่วไป อย่างเช่นแม่ค้า ตามตลาดเป็นต้น 

และยังทำให้ธนาคารสามารถขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

 

ในวันนี้ ทั้งบริการกู้เงินออนไลน์โดยไม่ใช้เอกสารของไทยพาณิชย์ กสิกรไทย และ CIMBในกลุ่มลูกค้าบุคคลยังคงเป็นเพียงนามธรรมเพราะทั้ง 3 ธนาคารยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาระบบหลังบ้าน เชื่อมโยงกับระบบ AI และดาต้าเบสในโลกออนไลน์เพื่อระบุตัวตนของผู้กู้อย่างสมบูรณ์แบบก่อนเปิดให้บริการจริงในปีหน้า

แต่การทำอย่างไร ที่จะรู้ว่า ลูกค้าคนไหนมีวินัยทางการเงินเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยสำหรับธนาคาร

เพราะขนาดอนุมัติสินเชื่อด้วยการดูเครดิตของผู้กู้จากเครดิตบูโรและสลิปเงินเดือน ยังไม่สามารถบอกได้ 100% ลูกค้าที่ยื่นกู้มานี้ มีวินัยทางการเงินที่ดีพอในการชำระเงินตามกำหนดและถ้า AI ที่สามารถตรวจสอบดาต้าเบสของผู้กู้ที่อยู่ในโลกออนไลน์ไม่ดีพอนั่นหมายถึงการเกิดหนี้สูญที่มีมากขึ้นตามมา

 

Marketeer FYI ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล ปี 2561

สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อสำหรับการบริโภค

จุดประสงค์หลักของ สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อสำหรับการบริโภค แต่ก็มีไม่ต้อยที่มีคนหัวใส นำสินเชื่อเหล่านี้ไปใช้ในการค้าขาย เช่น การซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต ในรูปแบบเงินผ่อนที่มีดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่ออื่นๆ แล้วนำสินค้าไปขาย นำเงินมาหมุนในธุรกิจ 

ทำให้ตลาดสินเชื่อสำหรับบุคคลในรูปแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 500,000 ล้านบาท สามารถแบ่งเป็น

-สินเชื่อบัตรเครดิต 300,000 ล้านบาท

-สินเชื่อส่วนบุคคล 200,000 ล้านบาท 

และการนำดิจิทัล และโชเชียลมีเดียมาใช้ จะทำให้ธนาคารสามารถวิเคราะห์ลูกค้าเงินกู้ จะทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินสามารถขยายลูกค้าในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลได้ง่ายขึ้น

เพราะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบนี้มีดอกเบี้ยไม่น่าจะเกิน 2% ต่อเดือน เมื่อเทียบกับเงินกู้อื่นๆ เช่น บัตรกดเงินสด ที่มีดอกเบี้ยขั้นค่ำ 5% ต่อเดือน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer