อากาศบ้านเราร้อนเกือบทั้งปี  ส่งผลให้บ้านร้อนทั้งวัน  ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อน อบอ้าว ไม่สบายตัว ต้องเปิดแอร์อยู่ตลอดเวลา  นั่นก็เพราะความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้านได้ทุกทิศทาง ทั้งจากหลังคา ผนัง  โดยเฉพาะความร้อนจากหลังคาที่จะขัง สะสมอยู่ใต้โถงหลังคาแล้วแผ่รังสีความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านนั่นเอง!

ย้อนไปตั้งแต่อดีต การปลูกบ้านของคนไทยจะคำนึงถึงความอยู่สบายของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก  บ้านสมัยก่อน อย่างบ้านทรงไทยนี่ชัดเจนมาก ตั้งแต่ออกแบบเป็นหลังคาทรงสูงเพื่อให้ความร้อนเข้าถึงตัวบ้านอย่างช้าๆ ในตัวบ้านก็ไม่ได้มีอะไรกั้นมากมาย มีช่องโปร่งลมผ่านได้สะดวกทั้งบ้าน ประตู หน้าต่างไม่จำเป็นต้องปิด ทำให้อุณหภูมิของบ้านเย็นขึ้นตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องง้อเครื่องปรับอากาศอย่างในปัจจุบัน

 


ขอบคุณภาพจากบ้านเรือนไทยรามอินทรา

 

แต่ทุกวันนี้สไตล์บ้านเปลี่ยนไป ด้วยต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการก็มักจะไม่ทำบ้านแบบหลังคาทรงสูง เพราะมีต้นทุนสูงกว่า ที่สำคัญไลฟ์สไตล์คนอยู่อาศัยอย่างเราเองก็จำเป็นต้องปิดบ้านมิดชิดตลอดทั้งวัน เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน แล้วต้องมาแก้ปัญหาบ้านร้อนด้วยการติดเครื่องปรับอากาศแทน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่สำคัญสิ้นเปลืองค่าไฟอีกต่างหาก

 

 

วันนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหาร เอสซีจี นายฎายิน เกียรติกวานกุล Marketing Director-Roof Business ในธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ผู้นำด้านวัสดุก่อสร้างและนวัตกรรมบ้านเย็นอันดับหนึ่งของประเทศ  ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว SCG Roof Ventilation Solution – ระบบหลังคาระบายอากาศ เอสซีจี นวัตกรรมระบายความร้อนใต้โถงหลังคาด้วยลมธรรมชาติ ในงานบ้านและสวน แฟร์ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา  ซึ่งระบบนี้ช่วยทำให้บ้านร้อนช้า เย็นนานยิ่งขึ้น ซึ่งเขาบอกว่านี่คือนวัตกรรมหลังคาล่าสุดที่ช่วยแก้ต้นเหตุของปัญหาแท้จริงและที่สำคัญประหยัดงบกว่าเดิมหลายเท่า

SCG Roof Ventilation Solution ระบบหลังคาระบายอากาศ ใช้ธรรมชาติแก้ไข

แนวคิดจากกฎธรรมชาติ “อากาศร้อนจะลอยขึ้นที่สูง กระแสมวลของอากาศเย็นไหลเข้ามาแทนที่”  และด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านหลังคามาอย่างยาวนาน  ตลอดจนเข้าใจและรับรู้ปัญหาความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง เอสซีจีตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงมุ่งมั่นคิดค้นพัฒนา “ระบบหลังคาระบายอากาศ เอสซีจี” นวัตกรรมการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยใช้ลมธรรมชาติ (Passive Cooling) จากด้านนอกบ้านมาช่วยระบายอากาศร้อนใต้โถงหลังคาออกสู่ภายนอกได้ดีขึ้น ทำให้ลดความร้อนอบอ้าวลงโดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า อีกทั้งมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ไม่รั่วซึม เพราะได้รับการออกแบบพัฒนาพิเศษสำหรับหลังคาของเอสซีจีโดยเฉพาะ

 

SCG Roof Ventilation TileSet หรือ “ชุดกระเบื้องปล่องระบายอากาศ” 

ผู้บริหารยังกล่าวอีกว่า “จากการวิจัยทดสอบใน Lab ของเราเรื่องคุณสมบัติการพาความร้อนออกจากหลังคา พบว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิใต้โถงหลังคา ซึ่งแผ่มาสู่ตัวฝ้าข้างล่างหรือตัวบ้าน มันช้าลง 

หมายความว่า จากเดิมความร้อนพีคที่สุดตอนเที่ยง มันจะขยับเป็นบ่ายโมง บ่ายสอง แต่พอสี่โมงเย็นที่พระอาทิตย์เริ่มคล้อยตก ความร้อนมันเริ่มคลายออกก็จริง แต่บางครั้งรอถึง 2 ทุ่มบ้านยังร้อนอยู่ แต่ระบบนี้ทำให้บ้านเย็นเร็วขึ้น เพราะถูกออกแบบโดยใช้หลักการของอากาศพลศาสตร์ ใช้ทิศทางของลม และการไหลเข้า–ออก ของลมเพื่อให้เกิดการระบายอากาศ ให้ลมธรรมชาติมันทำงานแทนเราทั้งวัน”   

ซึ่งการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ (Natural Ventilation) เหมาะสำหรับอากาศเมืองไทยที่เป็นอากาศแบบร้อนชื้น  ซึ่งจะเป็นความร้อนแบบร้อนอบอ้าว บวกกับความร้อนในช่วงกลางวันที่จะมีการสะสมความร้อนบนหลังคา ดังนั้น เอสซีจีจึงนำหลักการระบายอากาศด้วยลมธรรมชาตินั้น มาใช้ในการออกแบบระบบระบายอากาศของ SCG Roof Ventilation Solution”  ซึ่งหลักการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาตินั้น มี 2 วิธี คือ

  1. Stack Ventilation ตามหลักการที่ว่า “อากาศร้อนจะลอยขึ้นที่สูงเสมอ” เมื่ออากาศร้อนลอยตัวขึ้นที่สูงจะทำให้มวลของอากาศเย็นไหลเข้ามาแทนที่ เหมาะสำหรับหลังคาทรงสูง
  2. Cross Ventilation ตามหลักการระบายอากาศให้ลมพัดผ่านจากด้านหนึ่งไปออกอีกด้านหนึ่ง ผ่านช่องลมหรือหน้าต่างเพื่อให้ลมเข้าและออกในทิศทางลมที่เหมาะสม เช่น ทิศใต้ ซึ่งจะทำให้การระบายอากาศได้ผลดีกว่าทิศอื่นๆ

 

 

ปัจจุบันทางเลือกในการแก้ปัญหาเจ้าของบ้าน คือ การติดลูกหมุนบนหลังคา

“เคยเห็นลูกหมุนที่ติดบนหลังคาบ้านแบบเก่าไหมครับ นั่นก็หลักการเดียว คือ การพาความร้อนจากใต้หลังคาออกไปเช่นกัน แต่ปัญหาของมันมีสองอย่าง หนึ่ง มันทำงานต่อเมื่อมีลมในปริมาณมากพอ ถึงจะหมุนพาความร้อนออกไปได้ ซึ่งถ้าไม่มีลม หรือความเร็วลมต่ำมากๆ ลูกหมุนมันจะไม่ทำงาน ข้อสองการติดตั้งลูกหมุน มันต้องเจาะหลังคา ซึ่งถ้าฝีมือช่างไม่ได้มาตรฐาน โอกาสหลังคารั่วมีสูงมาก

เราจึงคิดค้นและออกแบบให้ SCG Roof Ventilation Solution สามารถแก้ Pain Point ในเรื่องระบายความร้อนและทำให้ไม่รั่วได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยคุณสมบัติสามารถระบายความร้อนด้วยลมธรรมชาติภายใต้ความเร็วลมต่ำ โดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า และเป็น Complete Set ที่มาพร้อมกับกระเบื้องหลังคาของบ้านแต่ละหลัง

ตัวกระเบื้องหลังคาเอสซีจี มีการออกแบบให้มีระบบลิ้นรางระบายน้ำที่ป้องกันรั่วได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ตลอดจนศึกษาวิจัยและพัฒนาวิธีการติดตั้ง โดยต้องไม่เกินแถวที่ 3 ของสันหลังคา ซึ่งเป็นจุดที่มีแรงลมดูดออกจากหลังคาเสมอ ฝนจะไม่สามารถสาดย้อนเข้าไปได้   นอกจากนี้ยังมีระบบกันละอองน้ำอีกชั้น เป็น Double Protection 

จึงมั่นใจว่าชุดกระเบื้องปล่องระบายอากาศนี้จะทำงานได้จริง ไม่สร้างปัญหาน้ำรั่วแน่นอน อีกทั้งวัสดุแข็งแรง ทนทาน มีอายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี”

 

ตอบโจทย์ความต้องการครบทุกเซกเมนต์

เอสซีจีให้ความสำคัญและมุ่งมั่นกับการสร้างนวัตกรรมบ้านเย็นมาตลอด ตั้งแต่การป้องกันความร้อนเข้าในบ้าน การสะท้อนความร้อน และระบายความร้อนให้กับบ้าน

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวนวัตกรรม Active AIRflow™ System ระบบถ่ายเทอากาศและระบายความร้อนออกจากตัวบ้านและโถงหลังคา แบบครบวงจรรายแรกในไทย  ภายใต้แนวความคิด Cool Comfort Technology ด้วยการสร้างกลไกหมุนเวียนอากาศและระบายความร้อนออกจากตัวบ้านและโถงหลังคาได้ 6-10 รอบต่อชั่วโมง ช่วยให้บ้านไม่ร้อนอบอ้าว ประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมการทำงานและประมวลผลอัตโนมัติ 

ซึ่งระบบตัวนี้จะต่างกับ SCG Roof Ventilation Solution ตรงที่ระบบ Active AIRflow™ System ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนการทำงานซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่า แต่ราคาก็สูงกว่ามากด้วย

 

 

“หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเรา คือการคิดค้นพัฒนาเพื่อสร้าง Solution ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของลูกค้าทุกเซกเมนต์ โดยมี Solution ครบทุกระดับความต้องการ Good-Better-Best แน่นอนว่า Active AIRflow™ System เป็น Solution ที่ดีที่สุดของเรา ตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากได้นวัตกรรมระดับ Best แต่เราก็ต้องมีทางเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มรองลงมาด้วยเช่นกัน ดังนั้น เรามั่นใจว่า SCG Roof Ventilation Solution คือทางเลือกที่ดีสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นตลาดบ้านระดับกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดใหญ่ที่สุด”

นอกเหนือจากโซลูชั่นสินค้าคุณภาพซึ่งได้พัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกเซกเมนต์แล้ว เรายังมีโซลูชั่นงานติดตั้ง-ปรับปรุงหลังคาครบวงจร โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ มาตรฐานเอสซีจีอีกด้วย

 

พร้อมรุกตลาด Roof Service Solution ครอบคลุม 360 องศา

ซึ่งในปี 2018 ขนาดตลาดหลังคาบ้านใหม่ประมาณ 60 ล้านตารางเมตร มูลค่าตลาดเฉพาะวัสดุมุงหลังคาประมาณ 11,000 ล้านบาท คาดว่าภาพรวมตลาดหลังคาปี 2019 นี้จะหดตัวลงเล็กน้อยประมาณ 3% โดยหดตัวในเซกเมนต์ตลาดชาวบ้าน ขณะที่ตลาดกลาง-บน ยังมีขยายตัวเล็กน้อยประมาณ 2-3% ในเซกเมนต์บ้านจัดสรร

“3 ไตรมาสของปี 2018 นี้ ตลาดหลังคาบ้านใหม่หดตัว ประมาณ 4-5% มาจากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จำนวนประชากรที่ขยายตัวในอัตราที่ลดลง ทำให้การสร้างหรือซื้อบ้านใหม่ก็น้อยลง ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น  ส่งผลให้ตลาดบ้านเก่า รีโนเวต ซ่อมแซมปรับปรุง เติบโตมากขึ้น

ซึ่งจากสถิติของกระทรวงมหาดไทย พบว่าจำนวนบ้านเก่าที่อายุบ้านประมาณ 10-15 ปีขึ้นไป มีจำนวนประมาณ 18 ล้านหลัง บ้านเก่าเหล่านี้เริ่มเสื่อมสภาพถึงเวลาปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งผู้บริโภคในตลาดนี้มองหามืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาหลังคาอย่างเบ็ดเสร็จ  ดังนั้น แผนกลยุทธ์ของเราจึงเน้นรุกตลาดรีโนเวตหลังคาบ้านเก่ามากขึ้น”

นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ หรือ Solution ใหม่ๆ ที่เข้ามาเสริมพอร์ตให้ครบทุกเซกเมนต์แล้ว เรื่องบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ก็เป็นเป้าหมายหลักของเอสซีจีเช่นกัน เพราะปัญหาอมตะของผู้บริโภคอย่างเราๆ คือเรื่องช่าง ฝีมือช่างทำไม่ได้มาตรฐานบ้าง ช่างไม่รับผิดชอบทิ้งงานบ้าง นอกจากเสียทรัพย์ เสียเวลา และยังเสียความรู้สึกอีกต่างหาก ซึ่งเอสซีจีมองเห็นประเด็นปัญหาดังกล่าว จึงมีบริการ Roof Service Solution ทั้งการให้คำปรึกษา และบริการติดตั้งหลังคาครบวงจร แบบมืออาชีพ และมีความเป็นธรรมกับผู้บริโภคมากที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคหมดปัญหา หมดกังวล สบายใจว่าได้หลังคาที่ดีที่สุด ดูแลและประกันคุณภาพงานบริการด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านหลังคามากว่า 70 ปี

“ปีนี้เรายกระดับงานบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ครบ 360 องศา ทั้งงานติดตั้งหลังคาบ้านใหม่ครบวงจร และงานปรับปรุงหลังคาบ้านเก่า เน้นแก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ จบทุกปัญหาหลังคา สร้างความมั่นใจในมาตรฐานการติดตั้งด้วยการควบคุมงานโดยทีมช่างมืออาชีพที่ดูแลอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเข้าสำรวจหน้างานเพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริง การวางแผนงานอย่างเป็นระบบ การควบคุมงบประมาณ และการติดตามงานให้เสร็จทันกำหนด

โดยปัจจุบันงานติดตั้งหลังคาบ้านใหม่ให้บริการครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ ส่วนงานปรับปรุงหลังคาบ้านเก่า พร้อมให้บริการสำหรับบ้านเดี่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ อาทิ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี แล้ว และมีแผนขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทุกภาคในอนาคตต่อไป” 

และอีกจุดที่น่าสนใจ คือการให้ลูกค้าได้คำนวณค่าใช้จ่ายผ่านทางออนไลน์ เพื่อที่จะรู้ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามั่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะมีราคาในใจแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจให้ทีมเอสซีจีเข้ามาหน้างานจริง

สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าและบริการของหลังคาเอสซีจี สามารถขอรับคำปรึกษาฟรีจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ SCG Experience, SCG Home Solution และ SCG Roofing Center หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCG Contact Center: 02-586-2222 หรือ http://roofexpert.scgbuildingmaterials.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer