เต่าเหยียบโลก ธุรกิจปราบกลิ่น 28 ล้าน

 

ใครจะเชื่อหละว่า สินค้าระงับกลิ่นเต่าที่ดูบ้านๆ แพคเก็จบ้านๆ และชื่อแบบบ้านๆ อย่างเต่าเหยียบโลก จะกลายเป็นสินค้าฮิตติดวงแขนที่มีรายได้มากถึง 28 ล้านบาทในปี 2559 ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดโรลออนแบรนด์เทศที่กระหน่ำโฆษณาโชว์วงแขนกันทั้งวัน

ในอดีต เต่าเหยียบโลกมีชื่อเก่าว่า “จับเต่า” เป็นผงทารักแร้ใส่ซองซิปล็อกวางขายหน้ากระจกตามร้านเสริมสวย มีจุดขายเขียนไว้ที่ซองคือธรรมจากธรรมชาติกลิ่นหายภายใน 1 วัน

สมชาย จันทิพย์วงษ์ ประธาน ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ เจ้าของเต่าเหยียบโลก เคยเล่าว่าตั้งแต่วัยหนุ่ม 16 จนถึงอายุ40 กว่าปี เขาเป็นลูกจ้างร้านขายยา ซึ่งขายทั้งยาแผนไทย แผนจีน และแผนปัจจุบันในหน้าที่เด็กปรุงยาตามใบสั่งของลูกค้ามาโดยตลอด และมีลูกค้าคนหนึ่งเป็นหัวหน้าพยาบาลที่มักนำตำรายามาให้ช่วยปรุงเป็นประจำ หนึ่งในยาที่ปรุงให้เป็นประจำนั้นคือยาดับกลิ่นรักแร้ที่เป็นสูตรสืบทอดมาตั้งแต่โบราณ

ตอนแรกเขานำสูตรยาระงับกลิ่นกายสูตรของหัวหน้าพยาบาลมาใช้ส่วนตัวก่อน ไม่คิดที่จะนำไปขายในเชิงธุรกิจ

จนอายุ 40 กว่าปีเขาได้ขอลาออกจากงานด้วยเหตุผลส่วนตัว มาวิจัยฝุ่นอยู่นาน แต่ก็ยังหางานทำไม่ได้ ก่อนที่จะเริ่มธุรกิจในร้านเสริมสวย

สมชายได้เริ่มทดลองหารายได้จากการปรุงยาระงับกลิ่นกายสูตรหัวหน้าพยาบาลใส่ถุงซิปล็อก ตั้งชื่อว่า จับเต่า มีโลโก้เต่าเหยียบโลกที่วาดด้วยมือตัวเอง เพื่อให้คนที่อ่านหนังสือไม่คล่องจดจำได้  เขียนสรรพคุณใช้แล้วเห็นผลใน 1 วัน ไม่ทำให้วงแขนดำและไม่เลอะเสื้อผ้าไว้ข้างซอง

และใช้วิธีตั้งราคาจำหน่าย 20 กรัม 20 บาท วางขายในร้านเสริมสวยที่ภรรยาของเขาเป็นเจ้าของ โดยเลือกวางที่หน้ากระจกซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าร้านทำผมต้องมอง

เมื่อพอขายได้ และมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ แต่ก็มีลูกค้าบางคนก็บ่นว่าใช้แล้วผงจับตัวเป็นก้อน จึงมีการปรับสูตรให้เหมาะกับทุกสภาพเหงื่อไคลมากขึ้น และขยายช่องทางฝากขายตามร้านเสริมสวยร้านอื่นๆ และฝากร้านขายส่งอุปกรณ์เสริมสวยช่วยกระจายสินค้า

ตอนนั้นผงจับเต่าถือว่าเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่รู้จักกันในวงแคบๆ ตามร้านเสริมสวยว่าเป็นผงทารักแร้ที่ระงับกลิ่นกายได้ดี

จนวันหนึ่งผงจับเต่าเกิดเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการรีวิวในพันทิปห้องโต๊ะเครื่องแป้ง

ในปี 2552 ผงจับเต่าจึงถูกรีวิวในพันทิปจนเกิดกระแสถึงขนาดรายการทีวีติดต่อขอสัมภาษณ์ และ 7/11 สนใจทาบทามนำไปจำหน่ายในร้าน

ในเวลานั้นเขาปฏิเสธเพราะบุคคลากรไม่พร้อม เพราะลูกยังไม่จบมหาวิทยาลัย

ระหว่างลูกเรียน สมชายได้เตรียมความพร้อมให้กับผงจับเต่าด้วยการคิดสูตรใหม่ๆ ปรับปรุงแพคเก็จ และเปลี่ยนชื่อจากจับเต่าเป็นเต่าเหยียบโลก ตามโลโก้

เมื่อลูกเรียนจบมารับช่วงต่อในปี 2557 เต่าเหยียบโลกก็พร้อมเข้า 7/11 อีกครั้ง โดยปัจจุบันมียอดจำหน่ายใน 7/11 เดือนละ 120,000 บาท จากการวางจำหน่ายใน 5,000 สาขา มีกลุ่มลูกค้าหลักคือวัยรุ่น นักเรียนนักศึกษา และวัยทำงาน

แม้สินค้าจะได้ขายด้วยตัวเอง แต่ธุรกิจนี้ก็เริ่มมีคู่แข่งอย่างผงระงับกลิ่นกายตราลูกหมีเล่นรีรีข้าวสาร หรือชื่อเล่นว่าผงลูกหมี ของแท้ต้องมีลูกหมี 7 ตัว ซึ่งเป็นผงระงับกลิ่นกายจากธรรมชาติและมีสรรพคุณช่วยระงับกลิ่นกายเหมือนกับเต่าเหยียบโลก แต่ผงลูกหมีให้ความเย็นเต่าที่ทนกว่า แถมชื่อยังสุดแสนน่ารักถูกใจวัยรุ่นยิ่งนัก

เมื่อลูกหมีมาเล่นรีรีข้าวสารอยู่หน้าบ้าน ทายาทรุ่นที่ 2 จึงสร้างความแตกต่างด้วยการเพิ่มกลิ่นขึ้นมาให้เลือก 3 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นเมนทอล สูตร Original  กลิ่นซากุระ สูตร AHA+B3 และกลิ่นลาเวนเดอร์ สูตรทานาคา และเปิดซัพแบรนด์เต่าเหยียบโลกนิวเจน จำหน่ายโปรดักท์อื่นๆ เช่นผงระงับกลิ่นเท้า ครีมทารักแร้ขาว โรลออนและสเปรย์ระงับกลิ่นกาย

นอกจากนี้เต่าเหยียบโลกยังได้ Awareness ผ่านพรีเซ็นเตอร์ ชมพู่ ก่อนบ่าย อย่างต่อเนื่องนานกว่า 5 ปี เพื่อสื่อถึงสินค้าบ้านๆ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ โฆษณาตามนิตยสาร วิทยุ และแรพรถเมล์ ใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กเข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer