ตลาดคอนโด 2561 ทำเลฮิตคือ พญาไท รัชดา และพหลโยธิน พระเอกคือ “ไฮเอนด์”

ในปี 2561 ยังคงเป็นปีที่มีอุปทานของคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นในตลาดในจำนวนที่ค่อนข้างสูง จากทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งเราหันไปทางไหนก็เจอคอนโดทั้งเล็กทั้งใหญ่เต็มไปหมด ทั้งที่กำลังสร้างและสร้างเสร็จแล้ว ซึ่งจำนวนนั้นถ้านับด้วยตาก็คงมิอาจนับได้หมด

ไฮเอนด์ พระเอกหน้าใหม่ของคอนโด

เพื่อเป็นการง่ายและเข้าใจ Marketeer จึงขอนำข้อมูลที่ได้จาก นลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด มาสรุปดังนี้

  • ปี 2561 มีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่ 60,900 หน่วย จาก 138 โครงการ ซึ่งทำให้คอนโดมิเนียมมีหน่วยสะสมทั้งสิ้น 610,900 หน่วย โดย 70% เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอีก 30% เป็นผู้พัฒนาที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
  • ทำเลที่นิยมในการพัฒนาโครงการอันดับหนึ่งยังคงเป็น พญาไท รัชดา และพหลโยธิน จำนวน 21,100 หน่วย คิดเป็น 35% ตามมาด้วยพระโขนง สวนหลวง จำนวน 13,500 หน่วย คิดเป็น 22% และธนบุรี เพชรเกษม จำนวน 8,500 หน่วย คิดเป็น 14% ตามลำดับ
  • ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทั้ง 3 ทำเลนี้ก็มีอัตราการเพิ่มของอุปทานมากที่สุด โดยมากกว่า 65-70% เลยทีเดียว ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากกระแสการอยู่อาศัยคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่มีมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง และในทำเลเหล่านี้ก็ยังคงหาที่ดินที่จะพัฒนาได้มากกว่าทำเลที่อยู่ในใจกลางเมือง

หากจะวิเคราะห์ถึงอุปทานใหม่ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาจะพบว่า

41% ของจำนวนหน่วยทั้งหมดจะมาจากตลาดไฮเอนด์ ที่มีระดับราคาอยู่ที่ 110,000-190,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาต่อหน่วย 4-8 ล้านบาท ตามมาด้วยตลาดระดับกลาง Mid Market 27% และตลาดซิตี้คอนโด 21%

ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวอาจดูไม่สอดคล้องกับรายได้ และฐานเงินเดือนของคนกรุงเทพมากนัก โดยจากปัจจัยที่ดินที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาพัฒนาสินค้าในระดับราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง

Supply ยังคงเหลืออยู่

ในปี 2561 ยอดขายคอนโดมิเนียมในตลาดกรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้นจำนวน 52,000 หน่วย โดยแบ่งเป็นห้องชุดที่เปิดใหม่ในปี 2561 จำนวน 31,800 หน่วย คิดเป็นยอดขายเฉลี่ยของห้องชุดที่เปิดใหม่อยู่ที่ 52% และห้องชุดที่เปิดขายก่อนปี 2561 มียอดขายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20,300 หน่วย

ทั้งนี้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปีนี้และที่เปิดมาก่อนหน้านี้ ทำให้อัตราขายรวมในตลาดอยู่ที่ 90% และยังคงมีห้องชุดเหลือขายในตลาดอยู่อีก 62,700 หน่วย

ราคาขายคอนโดมิเนียมเฉลี่ยในปี 2561 ยังคงปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • ตลาดปรับตัวสูงขึ้น 6% จาก 130,600 บาทต่อตารางเมตร เป็น 140,600 บาทต่อตารางเมตร
  • โดยตลาดใจกลางเมืองปรับตัวเพิ่มสูงสุดอยู่ที่ 10% ไปอยู่ที่ 231,000 บาทต่อตารางเมตร
  • ตลาดรอบใจกลางเมือง 7% ไปอยู่ในระดับราคา 113,200 บาทต่อตารางเมตร
  • ในขณะที่ตลาดรอบนอกปรับราคาเพิ่มเฉลี่ยเพียง 1% เป็น 73,500 บาทต่อตารางเมตร เท่านั้น

สำหรับแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เริ่มเห็นการปรับตัวขึ้นในอัตราที่ลดลงบ้าง ซึ่งก็น่าจะเกิดจากการที่ผู้ประกอบการเริ่มเห็นแนวโน้มราคาที่ปรับตัวสูงมากในตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เช่นในปี 2561 ทำเลหลังสวน ปทุมวัน ราคาปรับขึ้นเพียง 3%

หรือในโซนธนบุรี เพชรเกษมเอง ซึ่งเป็นทำเลที่มีขอบเขตค่อนข้างกว้างมาก ราคาก็ปรับเพิ่มเพียง 1% แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าคุณภาพดีขึ้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้นั้นราคาจะไม่มีโอกาสขยับตัวสูงขึ้นได้ในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline